คทาสุริยัน

ตอนที่ 193 — การฝึกฝนขั้นสูงสุดและเสียงเรียกจากอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 975 คำ

ชัยชนะเหนือทัพหน้าของมาลากอร์เป็นการพิสูจน์พลังของเอลาริสและคทาสุริยันจันทรา แต่ก็เป็นเพียงการชะลอเวลาเท่านั้น ทุกคนรู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ยังรออยู่เบื้องหน้า และสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ เอลาริสจึงต้องเร่งฝึกฝนเพื่อควบคุมพลังอันมหาศาลของคทาให้ได้อย่างสมบูรณ์

อาจารย์โอรินและไลร่าได้รวบรวมตำราโบราณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อาร์เคนดอร์และคทาสุริยันจันทรา พวกเขากลางตำราเหล่านั้นไว้ในห้องสมุดลับที่ซ่อนอยู่ในป่า เพื่อให้เอลาริสได้ศึกษาและทำความเข้าใจพลังของเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“คทาสุริยันจันทราไม่ได้เป็นเพียงอาวุธ” ไลร่าอธิบายขณะที่เธอกางตำราโบราณที่เต็มไปด้วยอักขระและภาพวาด ‌“มันคือศูนย์รวมของพลังแห่งจักรวาล เป็นกุญแจสู่สมดุลของโลก เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะผสานพลังของเจ้าเข้ากับพลังของคทาให้เป็นหนึ่งเดียว”

เอลาริสพยักหน้า เธอใช้เวลาหลายวันหลายคืนในการศึกษาตำราเหล่านั้น ทำความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อาร์เคนดอร์ หน้าที่ของผู้พิทักษ์ และความลับของคทา เธอได้เรียนรู้ว่า ​‘แก่นแท้แห่งดารา’ ที่ซ่อนอยู่ในคทาไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงาน แต่ยังเป็นตัวเชื่อมโยงเธอกับจิตวิญญาณของราชินีเอเธลเรดและบรรพบุรุษผู้พิทักษ์คนอื่นๆ

ในขณะเดียวกัน การฝึกฝนทางกายภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป คาเอเลนช่วยฝึกฝนทักษะการต่อสู้และสมาธิให้แก่เอลาริส เพื่อให้เธอสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ฟินน์เองก็ช่วยฝึกฝนทักษะการเอาชีวิตรอดและการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบในป่า ‍เพื่อให้เอลาริสมีความคล่องตัวและหลบหลีกการโจมตีได้ดีขึ้น

ทุกวัน เอลาริสจะใช้คทาสุริยันจันทราในการฝึกฝน เธอพยายามควบคุมพลังของแสงและเงา สร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น ปล่อยลำแสงที่แม่นยำขึ้น และแม้กระทั่งเรียกใช้พลังแห่งธรรมชาติเพื่อช่วยในการต่อสู้

วันหนึ่ง ขณะที่เอลาริสกำลังนั่งสมาธิอยู่เบื้องหน้าศิลาเวทที่อาจารย์โอรินนำมาจากวิหารแห่งดารา จี้แห่งพันธสัญญาบนคอของเธอก็ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง ‌แสงนั้นพุ่งตรงไปยังศิลาเวท และจากศิลาเวท ก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมของราชินีเอเธลเรดขึ้นมาอีกครั้ง

“ทายาทแห่งสุริยันจันทรา...” เสียงของราชินีเอเธลเรดดังขึ้นอย่างชัดเจน “...เจ้ากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว... แต่ยังมีอีกหนึ่งบททดสอบที่เจ้าต้องเผชิญ... บททดสอบแห่งความทรงจำ... จงดำดิ่งสู่ห้วงแห่งอดีต... ‍เพื่อค้นหาความลับที่แท้จริงของการผนึก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’...”

เมื่อเสียงนั้นเงียบลง ภาพโฮโลแกรมของราชินีเอเธลเรดก็ยื่นมือออกมา แสงสว่างจากมือของนางพุ่งตรงเข้ามาสัมผัสกับหน้าผากของเอลาริส

ทันทีที่แสงนั้นสัมผัสกับเธอ เอลาริสก็รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอลอยล่องไปในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ เธอเห็นภาพต่างๆ ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ภาพของโลกที่ยังบริสุทธิ์ก่อนที่ความมืดมิดจะคืบคลานเข้ามา ​ภาพของราชวงศ์อาร์เคนดอร์ในยุครุ่งเรือง และภาพของราชินีเอเธลเรดในวัยสาวที่กำลังต่อสู้กับปีศาจมาลากอร์

เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำนั้น เธอสัมผัสได้ถึงความกลัวและความสิ้นหวังของผู้คนในยุคนั้น สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของราชินีเอเธลเรด

ในความทรงจำนั้น เอลาริสเห็นราชินีเอเธลเรดกำลังต่อสู้กับมาลากอร์อย่างดุเดือด มาลากอร์ในอดีตมีรูปร่างที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เธอเคยเห็น มันมีพลังที่สามารถบิดเบือนความเป็นจริงและสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกสรรพสิ่ง

แต่ราชินีเอเธลเรดก็ไม่ได้อ่อนแอ ​นางใช้คทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์แบบในมือ สลับสับเปลี่ยนระหว่างพลังแห่งแสงและเงา โจมตีมาลากอร์อย่างไม่ลดละ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราชินีเอเธลเรดจะทรงพลังเพียงใด มาลากอร์ก็ดูเหมือนจะไม่มีวันพ่ายแพ้ มันฟื้นตัวจากการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว และพลังของมันก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากความหวาดกลัวและความสิ้นหวังของผู้คน

ราชินีเอเธลเรดรู้ดีว่าการต่อสู้แบบตัวต่อตัวไม่สามารถเอาชนะมาลากอร์ได้ ​นางจึงตัดสินใจที่จะใช้กลยุทธ์อื่น นางรวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในตัว พลังจากคทาสุริยันจันทรา และพลังจากดวงดาวทั้งหมด ผสานรวมกันเป็นคาถาผนึกอันยิ่งใหญ่

แต่ในขณะที่นางกำลังร่ายคาถาผนึกอยู่นั้น ก็ปรากฏร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากใต้พิภพ มันมีรูปร่างคล้ายมังกรที่ปกคลุมไปด้วยเงามืด ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ที่ราชินีเอเธลเรดได้กล่าวถึง

เงาแห่งความว่างเปล่ามีพลังที่สามารถดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง มันพุ่งเข้าโจมตีราชินีเอเธลเรดอย่างรวดเร็ว

ราชินีเอเธลเรดรู้ว่านางไม่สามารถต่อสู้กับปีศาจทั้งสองตัวได้พร้อมกัน นางจึงตัดสินใจที่จะสละชีพของตนเองเพื่อผนึกปีศาจทั้งสอง

นางใช้พลังทั้งหมดที่มีในคทาสุริยันจันทรา ผนึกมาลากอร์ไว้ภายใต้ผืนดิน และในขณะเดียวกันก็ใช้พลังชีวิตของนางเองเพื่อสร้างเกราะป้องกันเวทมนตร์อันแข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อผนึก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ให้หลับใหลอยู่ใต้พิภพชั่วนิรันดร์

เอลาริสรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเสียสละของราชินีเอเธลเรด ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นเป็นของเธอเอง เธอเห็นภาพของราชินีเอเธลเรดที่ค่อยๆ สลายหายไปในแสงสว่าง หลังจากที่ผนึกปีศาจทั้งสองสำเร็จ

ความทรงจำนั้นทำให้เอลาริสเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทรา และพันธสัญญาที่เธอต้องแบกรับ มันไม่ใช่เพียงแค่การผนึกมาลากอร์ แต่เป็นการรักษาสมดุลของโลก และการปกป้องโลกจาก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

เมื่อความทรงจำทั้งหมดจบลง เอลาริสก็รู้สึกตัวอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าศิลาเวทเช่นเดิม แต่บัดนี้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและความมุ่งมั่น

“เจ้าหญิงเอลาริส!” ไลร่ารีบเข้ามาหาเธอ “เจ้าเป็นอะไรไป? เจ้าดูเหมือนเพิ่งผ่านเรื่องราวบางอย่างมา”

เอลาริสเงยหน้าขึ้นมองไลร่าและอาจารย์โอริน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความจริงจัง “ฉันได้เห็นความจริงแล้วค่ะ” เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้เห็นในความทรงจำของราชินีเอเธลเรด รวมถึงความเสียสละของนางในการผนึกปีศาจทั้งสอง

อาจารย์โอรินและไลร่าถึงกับตกตะลึงกับเรื่องราวที่ได้ยิน

“ราชินีเอเธลเรดสละชีพเพื่อผนึกปีศาจทั้งสอง!” ไลร่าอุทาน “นี่เป็นความจริงที่ถูกเก็บซ่อนไว้มานานนับพันปี!”

“และ ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ในคทาของฉัน คือพลังที่แท้จริงที่จะผนึก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ได้” เอลาริสกล่าว “แต่ฉันจะต้องใช้พลังทั้งหมดของฉัน และอาจจะต้องสละชีพของฉันเองเหมือนกับราชินีเอเธลเรด”

คำพูดของเอลาริสทำให้ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ ความจริงอันหนักอึ้งที่ถาโถมเข้าใส่พวกเขา มันไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ของโลกใบนี้ และอาจต้องแลกมาด้วยชีวิตของเอลาริส

“ไม่นะเอลาริส!” คาเอเลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “เราจะหาวิธีอื่น เราจะไม่ยอมให้เจ้าต้องสละชีพ!”

“คาเอเลนพูดถูกเจ้าหญิงเอลาริส” ไลร่ากล่าว “ต้องมีวิธีอื่นที่จะผนึกปีศาจเหล่านั้นโดยไม่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของเจ้า”

เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน “ฉันไม่รู้ว่าจะมีวิธีอื่นไหม แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ฉันคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา และนี่คือพันธสัญญาของฉัน”

อาจารย์โอรินมองเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและห่วงใย “เจ้าหญิงเอลาริส เจ้าได้เติบโตขึ้นมากแล้ว เจ้าคู่ควรที่จะเป็นผู้พิทักษ์ที่แท้จริง”

เขาเดินเข้ามาใกล้เอลาริส วางมือที่เหี่ยวย่นลงบนบ่าของเธอ “แต่ข้าเชื่อว่าราชินีเอเธลเรดต้องการให้เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องโลกนี้ต่อไป ต้องมีวิธีที่จะผนึกปีศาจเหล่านั้นโดยที่เจ้าไม่ต้องสละชีพ เราจะค้นหาวิธีนั้นด้วยกัน”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากคำพูดของอาจารย์โอรินและสหายของเธอ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังในการต่อสู้ครั้งนี้

การฝึกฝนของเอลาริสเข้าสู่ขั้นสูงสุด เธอไม่ได้เพียงแค่เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของคทา แต่เธอยังได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของความเสียสละและความรับผิดชอบ เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอ และปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดนิรันดร์ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ และเอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!