คทาสุริยัน

ตอนที่ 257 — กองทัพแห่งแสงและเงามืดที่คืบคลาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 764 คำ

ในเช้าวันนั้น ท้องฟ้าเหนือป่าต้องห้ามถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเทาทึบ แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาอย่างริบหรี่ ราวกับธรรมชาติกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ กองทัพพันธมิตรนับหมื่นนาย ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ณ ขอบป่า ‌แต่ละคนสวมชุดเกราะที่แข็งแกร่ง ถืออาวุธที่คมกริบ และใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เอลาริสยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพ พร้อมด้วยคาเอเลน ฟินน์ ไลร่า และผู้นำคนอื่นๆ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเรืองรองเล็กน้อย ​เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังเดียวท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“สหายผู้กล้าหาญทั้งหลาย!” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า “วันนี้คือวันที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้! มาลากอร์และ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ กำลังจะตื่นขึ้น! พวกมันจะนำความมืดมิดนิรันดร์มาสู่โลกของเรา หากเราไม่หยุดยั้งพวกมัน!”

เสียงโห่ร้องตอบรับดังขึ้นจากกองทัพ ‍แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด

“ข้าคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา และข้าจะใช้พลังทั้งหมดของข้าเพื่อผนึกปีศาจเหล่านั้น!” เอลาริสกล่าวต่อ “แต่ข้าไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง! เราทุกคนต้องร่วมมือกัน! จงต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ! จงต่อสู้เพื่อโลกของเรา! จงต่อสู้เพื่ออนาคตของลูกหลานเรา!”

เมื่อเอลาริสกล่าวจบ ‌เธอก็ชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา สาดส่องไปทั่วทั้งกองทัพ แสงนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกถึงพลังแห่งความหวังและความกล้าหาญที่ไหลเวียนอยู่ในตัว

คาเอเลนดึงดาบออกจากฝัก “เพื่อโลกของเรา! เพื่ออนาคต!” เขาร้องตะโกน

“เพื่อโลกของเรา! เพื่ออนาคต!” ‍เสียงโห่ร้องตอบรับดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า

ทันใดนั้น แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงครืนครางดังมาจากเบื้องลึกของป่าต้องห้าม ต้นไม้ขนาดใหญ่เริ่มล้มครืนลง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนที่อยู่ใต้พื้นดิน

จากความมืดมิดของป่าต้องห้าม กองทัพของมาลากอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันไม่ใช่แค่ทหารโครงกระดูกธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นปีศาจที่มีรูปร่างน่าสะพรึงกลัว ​ทั้งอสูรกายขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลมคม และวิญญาณร้ายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าขนลุก

“พวกมันมาแล้ว!” แม่ทัพกริฟฟินร้องเตือน

กองทัพปีศาจพุ่งเข้าใส่กองทัพพันธมิตรอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

คาเอเลนและนักรบแนวหน้าพุ่งเข้าปะทะกับปีศาจอย่างกล้าหาญ เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น เสียงคำรามของปีศาจและเสียงร้องตะโกนของนักรบปะปนกันไปทั่วสนามรบ

ฟินน์ใช้ความคล่องตัวของเขาหลบหลีกการโจมตีของปีศาจ เขาสลับมีดสั้นในมือไปมา ​โจมตีจุดอ่อนของพวกมันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นักเวทเอลฟ์และมนุษย์ร่ายคาถาโจมตีและป้องกัน แสงสว่างจากคาถาปะทะกับเวทมนตร์ทมิฬของปีศาจ ก่อให้เกิดประกายไฟและคลื่นพลังงานที่รุนแรง

ลอร์ดเธรินและนักรบคนแคระใช้ขวานและค้อนขนาดใหญ่ ฟาดฟันปีศาจอย่างดุดัน ชุดเกราะที่แข็งแกร่งของพวกเขาสามารถต้านทานการโจมตีของปีศาจได้เป็นอย่างดี

เอลาริสยืนอยู่เบื้องหลังแนวหน้า พร้อมกับไลร่าที่กำลังร่ายคาถาป้องกันรอบตัวเธอ เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่รอบกองทัพ เพื่อปกป้องพวกเขาจากการโจมตีของปีศาจ ​และปล่อยลำแสงพลังงานออกไปโจมตีปีศาจที่พยายามจะทะลวงแนวป้องกันเข้ามา

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กองทัพปีศาจมีจำนวนมหาศาลและดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น นักรบหลายคนล้มลง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ

“เราต้องเปิดทางให้เจ้าหญิงเอลาริสเข้าไปยังจุดเชื่อมต่อแห่งดารา!” เจ้าชายเอลวินตะโกน

กองทัพพันธมิตรเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ พยายามฝ่าแนวป้องกันของปีศาจเข้าไปในป่าต้องห้าม

ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท้องฟ้าก็เริ่มมืดมิดลงอย่างรวดเร็ว ดวงจันทร์ทั้งสองดวงเริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า และโคจรเข้าหากันอย่างช้าๆ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว

“สุริยคราสกำลังจะมาถึงแล้ว!” ไลร่าร้องเตือน “เจ้าหญิงเอลาริส เจ้าต้องรีบเข้าไปยังจุดเชื่อมต่อแห่งดารา!”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา สาดส่องไปทั่วสนามรบ

“จงเปิดทาง!” เอลาริสตะโกน

เธอพุ่งพลังงานจากคทาออกไปข้างหน้าเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ลำแสงนั้นพุ่งทะลุผ่านกองทัพปีศาจ สร้างช่องว่างขนาดใหญ่ในแนวป้องกันของพวกมัน

“เร็วเข้า! นี่คือโอกาสของเรา!” คาเอเลนร้องเตือน

เอลาริส คาเอเลน ฟินน์ และไลร่า รีบพุ่งตัวเข้าไปในช่องว่างที่เอลาริสสร้างขึ้น พวกเขาพยายามฝ่าฟันกองทัพปีศาจที่พยายามจะปิดล้อมพวกเขา

เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าต้องห้าม บรรยากาศก็ยิ่งน่าขนลุกมากขึ้น ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่บิดเบี้ยวและมืดมิดปกคลุมไปทั่ว กลิ่นอับของความตายและพลังงานทมิฬลอยอวลอยู่ในอากาศ

เสียงครืนครางจากใต้พื้นดินดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะตื่นขึ้นมา

“เรากำลังเข้าใกล้จุดเชื่อมต่อแห่งดาราแล้ว!” ไลร่ากล่าว

ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มครืนลงรอบตัวพวกเขา และจากพื้นดินที่แยกออกจากกัน ก็ปรากฏร่างขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มันมีรูปร่างคล้ายมังกรขนาดใหญ่ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ที่กำลังจะตื่นขึ้นมา!

“มันตื่นแล้ว!” เอลาริสอุทานด้วยความตกใจ

เงาแห่งความว่างเปล่าส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งป่า เสียงนั้นทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน และทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้าใส่

เบื้องบน ท้องฟ้ามืดมิดลงอย่างสมบูรณ์ ดวงจันทร์ทั้งสองดวงโคจรเข้ามาทับซ้อนกัน ก่อให้เกิดสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่น่าสะพรึงกลัว แสงจากดวงจันทร์ที่ถูกบดบังทำให้เกิดเงาดำขนาดใหญ่บนพื้นโลก ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงความหายนะที่กำลังจะมาถึง

“เราต้องรีบแล้วเอลาริส!” คาเอเลนร้องเตือน “มาลากอร์จะปรากฏตัวขึ้นในไม่ช้า!”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เธอต้องเผชิญหน้ากับปีศาจทั้งสองตัว และผนึกพวกมันก่อนที่โลกใบนี้จะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดนิรันดร์

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอ และทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเอลาริสคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!