สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ปกคลุมท้องฟ้าอย่างสมบูรณ์ แสงสว่างเพียงน้อยนิดจากดวงจันทร์ที่ถูกบดบังทอดเงาทะมึนไปทั่วป่าต้องห้าม บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังงานทมิฬที่หนาแน่นและน่าสะพรึงกลัว ณ ใจกลางของป่า ณ ‘จุดเชื่อมต่อแห่งดารา’ แผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“มันกำลังมาแล้ว!” ไลร่าร้องเตือน เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก
จากรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยลาวาเดือดและควันพิษ ร่างของราชาปีศาจมาลากอร์ก็ปรากฏตัวขึ้น มันมีรูปร่างที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เอลาริสเคยเห็น มันมีปีกสีดำขนาดใหญ่ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยหนามแหลมคมและโซ่ตรวนที่ดูเหมือนจะถูกปลดปล่อยออกมาจากพันธนาการ
มาลากอร์ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งป่า เสียงนั้นทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน และทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นลง
“ในที่สุดเจ้าก็มาถึงเสียที... ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” เสียงของมาลากอร์ดังขึ้นในจิตใจของเอลาริส มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าคทาโบราณนั่นจะหยุดยั้งข้าได้งั้นหรือ? เจ้าช่างไร้เดียงสานัก!”
เอลาริสยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นระรัวด้วยความกลัว แต่เธอก็ไม่แสดงความอ่อนแอออกมา เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดรอบตัวเธอ
“ข้าจะหยุดยั้งเจ้ามาลากอร์!” เอลาริสประกาศด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “ข้าจะผนึกเจ้าอีกครั้ง และข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกนี้ได้!”
มาลากอร์หัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆ! ช่างเป็นคำพูดที่กล้าหาญ! แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ไร้พลัง? เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า ผู้เป็นราชาแห่งปีศาจ?”
ทันใดนั้น มาลากอร์ก็พุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันพุ่งเข้ามาหมายจะฉีกร่างของเธอ
“ระวังเอลาริส!” คาเอเลนร้องเตือน เขาดึงดาบออกจากฝักและพุ่งเข้าสกัดการโจมตีของมาลากอร์อย่างกล้าหาญ แต่ดาบของเขาก็ไม่สามารถทำอะไรมาลากอร์ได้ มันเพียงแค่สร้างประกายไฟเล็กน้อยเท่านั้น
ฟินน์ใช้ความคล่องตัวของเขาหลบหลีกการโจมตีของมาลากอร์ และพยายามหาจังหวะที่จะโจมตีจุดอ่อนของมัน แต่มาลากอร์ก็เร็วกว่าและแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้
ไลร่าร่ายคาถาโจมตีและป้องกัน แสงสว่างจากคาถาของเธอพุ่งเข้าใส่มาลากอร์ แต่ก็ดูเหมือนจะทำอะไรมันได้ไม่มากนัก
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว แสงสีทองและสีเงินจากคทาพุ่งออกมาเป็นลำแสงขนาดใหญ่ ลำแสงนั้นพุ่งตรงไปยังมาลากอร์
มาลากอร์ยกแขนขึ้นป้องกัน ลำแสงพลังงานปะทะเข้ากับร่างกายของมัน เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น มาลากอร์ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
“เจ้ามีพลังมากเกินกว่าที่ข้าจะคาดคิด!” มาลากอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “แต่พลังของเจ้ายังไม่พอที่จะเอาชนะข้าได้!”
ทันใดนั้น เงาแห่งความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหลังมาลากอร์ก็เริ่มเคลื่อนไหว ร่างกายของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว มันส่งเสียงคำรามที่น่าขนลุก ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้าใส่
“เงาแห่งความว่างเปล่ากำลังตื่นขึ้น!” ไลร่าร้องเตือน “เจ้าหญิงเอลาริส เจ้าต้องผนึกมาลากอร์ก่อนที่มันจะปลดปล่อยเงาแห่งความว่างเปล่าออกมาอย่างสมบูรณ์!”
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไร เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมด เธอแตะจี้แห่งพันธสัญญาที่คอ จี้เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา และแสงนั้นก็ไหลเข้าไปในคทาสุริยันจันทรา
เธอท่องมนต์โบราณที่เธอเคยได้ยินจากราชินีเอเธลเรดในวิหารแห่งดารา มนต์แห่งการผนึกปีศาจ
เมื่อเธอท่องมนต์จบ แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราก็พุ่งออกมาเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ วงแหวนนั้นพุ่งตรงไปยังมาลากอร์ และโอบล้อมมันไว้
มาลากอร์ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามจะหลุดพ้นจากวงแหวนแห่งแสงและเงา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ วงแหวนนั้นบีบรัดมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของมันเริ่มสลายตัวไปในอากาศ
“ไม่นะ! ไม่!” มาลากอร์ร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวัง “ข้าจะไม่ยอมแพ้! ข้าจะไม่ยอมถูกผนึกอีกครั้ง!”
แต่พลังของคทาสุริยันจันทราก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ ร่างกายของมาลากอร์ค่อยๆ สลายตัวไปในอากาศ เหลือไว้เพียงแสงสีดำที่ค่อยๆ จางหายไปในที่สุด
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาทำได้แล้ว พวกเขาผนึกมาลากอร์ได้สำเร็จ!
แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะเงาแห่งความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหลังก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำน่าสะพรึงกลัว
“มาลากอร์เป็นเพียงหุ่นเชิด” เสียงของเงาแห่งความว่างเปล่าดังขึ้นในจิตใจของทุกคน มันเป็นเสียงที่เย็นยะเยือกและไร้ความรู้สึก “บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะตื่นขึ้นมา และกลืนกินโลกใบนี้ด้วยความมืดมิดนิรันดร์!”
เงาแห่งความว่างเปล่าพุ่งหนวดขนาดใหญ่ที่ทำจากเงามืดเข้าใส่เอลาริสและสหาย หนวดเหล่านั้นมีพลังที่จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัส
“ระวัง!” คาเอเลนร้องเตือน เขาดึงดาบออกจากฝักและพุ่งเข้าสกัดการโจมตีของเงาแห่งความว่างเปล่า แต่ดาบของเขาก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ หนวดเงามืดทะลุผ่านดาบของเขาไปอย่างง่ายดาย
ไลร่าร่ายคาถาป้องกัน แต่พลังของเงาแห่งความว่างเปล่าก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่คาถาของเธอจะต้านทานได้
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องใช้พลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทรา เธอต้องใช้ ‘แก่นแท้แห่งดารา’ ที่อยู่ในคทาเพื่อผนึกเงาแห่งความว่างเปล่า
เธอหลับตาลง รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในคทา มันคือพลังของดวงดาวทั้งหมด พลังของสุริยันและจันทราที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองและสีเงิน เธอท่องมนต์โบราณที่เธอเคยได้ยินจากราชินีเอเธลเรดในความทรงจำ มนต์แห่งการผนึก ‘เงาแห่งความว่างเปล่า’ ที่ต้องแลกมาด้วยพลังชีวิตของผู้ผนึก
“เอลาริส! ไม่นะ!” คาเอเลนร้องตะโกน เมื่อเขารู้ว่าเอลาริสกำลังจะทำอะไร
แต่เอลาริสก็ไม่สนใจ เธอรู้ดีว่านี่คือหนทางเดียวที่จะปกป้องโลกใบนี้ได้ เธอคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา และนี่คือพันธสัญญาของเธอ
แสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากคทาสุริยันจันทรา แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงธรรมดา แต่เป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาล มันพุ่งตรงไปยังเงาแห่งความว่างเปล่า
ทันทีที่ลำแสงกระทบกับเงาแห่งความว่างเปล่า ร่างกายของมันก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามที่น่าขนลุกดังขึ้นจากมัน
เงาแห่งความว่างเปล่าพยายามจะต่อต้านพลังของคทาสุริยันจันทรา แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ แสงสว่างจ้านั้นบีบรัดมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของมันเริ่มหดตัวลง
ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเอลาริสก็เริ่มอ่อนแอลง แสงสว่างจากตัวเธอเริ่มจางหายไป พลังชีวิตของเธอกำลังถูกดึงออกไปเพื่อผนึกเงาแห่งความว่างเปล่า
“เจ้าหญิงเอลาริส!” ไลร่าร้องไห้ เธอรู้ดีว่าเอลาริสกำลังเสียสละตัวเอง
คาเอเลนและฟินน์พยายามจะเข้ามาช่วยเอลาริส แต่พลังของเงาแห่งความว่างเปล่าก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใกล้ได้
เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงบและความเสียสละ เธอรู้ดีว่าเธอได้ทำตามพันธสัญญาของเธอแล้ว
แสงสว่างจากคทาสุริยันจันทราพุ่งออกมาเป็นลำแสงสุดท้าย ลำแสงนั้นบีบรัดเงาแห่งความว่างเปล่าจนมันหดตัวลงเหลือเพียงจุดเล็กๆ และจากนั้นก็หายไปในที่สุด
เมื่อเงาแห่งความว่างเปล่าหายไป แสงสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากร่างของเอลาริส แสงนั้นสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตาลง
เมื่อแสงสว่างจางหายไป เอลาริสก็ล้มลงบนพื้น ร่างกายของเธออ่อนแรงและซีดเผือด คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงริบหรี่ ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ ดับลงไป

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก