คทาสุริยัน

ตอนที่ 226 — บททดสอบแห่งจิตวิญญาณและเงาอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 859 คำ

เมื่อร่างของเอลาริสถูกดูดกลืนเข้าไปใน ‘กระจกแห่งความจริง’ โลกทั้งใบพลันสลายหายไป ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง ก่อนที่แสงสว่างอันเจิดจ้าจะปรากฏขึ้น เผยให้เห็นทิวทัศน์อันแปลกตาและน่าพิศวง

เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางทุ่งกว้างใหญ่ไพศาล เบื้องบนคือท้องฟ้าที่แบ่งเป็นสองสีอย่างชัดเจน ครึ่งหนึ่งเป็นสีครามสดใส ‌ประดับด้วยดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีม่วงเข้ม ประดับด้วยดวงจันทร์เต็มดวงที่ส่องแสงนวลตา

“ยินดีต้อนรับสู่ ‘มิติแห่งสุริยันจันทรา’ ทายาทผู้กอบกู้” เสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานไปทั่วทั้งมิติเอ่ยขึ้น “ที่นี่คือสถานที่ที่จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกทดสอบ”

เอลาริสกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบเห็นใครเลย ​มีเพียงเสียงนั้นที่ดังขึ้นในห้วงลึกของจิตวิญญาณ

“ข้าคือ ‘จิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทรา’ ผู้พิทักษ์ของมิติแห่งนี้” เสียงนั้นเอ่ยต่อ “ก่อนที่เจ้าจะสามารถถือครองคทาได้ เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับเงาอดีตของเจ้า และเอาชนะความมืดมิดในจิตใจของเจ้าให้ได้”

ทันใดนั้น เงาสีดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเอลาริส ‍มันคือเงาของ ‘มาลากอร์’ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายของมันถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีดำ ดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิง และเขี้ยวเล็บแหลมคมที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่ง

“เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ เด็กน้อย” เงามาลากอร์คำราม ‌เสียงของมันดังก้องไปทั่วทั้งมิติ “เจ้าเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ไร้พลัง เจ้าจะทำอะไรข้าได้”

คำพูดของเงามาลากอร์ทำให้เอลาริสรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ความรู้สึกผิด ความกลัว และความไม่มั่นใจในตัวเองที่เธอเคยเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของจิตใจพลันปะทุขึ้น

“ไม่จริง!” เอลาริสตะโกน “ฉันไม่ใช่เด็กสาวกำพร้าที่ไร้พลัง ‍ฉันคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ทายาทแห่งสุริยันจันทราที่หวาดกลัวต่อเงาของตัวเองงั้นหรือ” เงามาลากอร์เย้ยหยัน “เจ้ายังคงอ่อนแอและไร้เดียงสา เจ้าไม่สามารถเป็นผู้กอบกู้โลกใบนี้ได้หรอก”

คำพูดของเงามาลากอร์ยิ่งทำให้เอลาริสรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ความรู้สึกไร้ค่าเข้าเกาะกุมหัวใจ ​เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้ถือครองคทาสุริยันจันทรา

“จงอย่าให้ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตใจของเจ้า...” เสียงของจิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทราแว่วขึ้นในโสตประสาทของเอลาริส “จงเผชิญหน้ากับความกลัวของเจ้า... และเอาชนะมันให้ได้...”

เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามรวบรวมสมาธิ พลังแห่งสุริยันจันทราในกายของเธอพลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีเงินและสีทองเริ่มเปล่งประกายออกมาจากร่างของเธอ ก่อนจะแผ่ขยายออกไป ​ส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณ

“ฉันจะไม่ยอมให้เจ้ามาบงการจิตใจของฉัน!” เอลาริสตะโกน เธอเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและแรงกล้า “ฉันจะเอาชนะความกลัวของฉันให้ได้!”

เงามาลากอร์คำรามด้วยความโกรธ “เจ้าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ!” มันพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว ปล่อยเปลวไฟสีดำออกมาจากปาก ​หมายจะเผาผลาญเอลาริสให้มอดไหม้

เอลาริสไม่รอช้า เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทรา ก่อกำแพงแสงที่แข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อปัดป้องเปลวไฟสีดำ เปลวไฟพุ่งเข้าปะทะกับกำแพงแสง ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ

“พลังของเจ้าช่างน่าสนใจ!” เงามาลากอร์คำราม “แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะข้าได้!” มันรวบรวมพลังงานบางอย่างที่มือ ก่อนจะปล่อยกระแสพลังงานสีดำออกมาจากมือ พุ่งเข้าใส่กำแพงแสงของเอลาริสอย่างรุนแรง

กำแพงแสงของเอลาริสเริ่มสั่นไหว การใช้พลังเวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดนั้นทำให้เธออ่อนล้าไปเล็กน้อย

“จงอย่าท้อแท้... จงใช้พลังแห่งความรักและความหวัง...” เสียงของจิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทราแว่วขึ้นในโสตประสาทของเอลาริส “พลังเหล่านั้นจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น...”

เอลาริสหลับตาลงอีกครั้ง เธอพยายามรวบรวมพลังแห่งความรักและความหวังที่เธอมีต่อสหายของเธอ ต่อโลกใบนี้ และต่ออนาคตที่สดใส

ทันใดนั้น แสงสีเงินและสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของเธอก็ยิ่งเจิดจ้ามากขึ้น แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วทั้งมิติ ขับไล่ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ให้จางหายไป

“ฉันจะไม่ยอมแพ้!” เอลาริสตะโกน “ฉันจะปกป้องโลกใบนี้ให้ได้!”

เธอเหวี่ยงคทาไม้ในมือออกไปข้างหน้า กระแสพลังแห่งสุริยันจันทราพุ่งออกจากปลายคทา ก่อตัวเป็นลำแสงอันทรงพลัง พุ่งเข้าใส่เงามาลากอร์อย่างรวดเร็ว

เงามาลากอร์พยายามปัดป้อง แต่มันก็ต้านทานพลังนั้นไว้ไม่ได้ ลำแสงพุ่งเข้าปะทะกับร่างของมันอย่างจัง ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำ ก่อนจะหายไปในที่สุด

เมื่อเงามาลากอร์สลายหายไป ความมืดมิดที่เคยปกคลุมมิติแห่งสุริยันจันทราก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า ท้องฟ้าที่เคยแบ่งเป็นสองสีบัดนี้กลับรวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นสีครามสดใส ประดับด้วยดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่เคียงข้างกัน

“เจ้าทำได้แล้ว... ทายาทผู้กอบกู้...” เสียงของจิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทราเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม “เจ้าได้เอาชนะความมืดมิดในจิตใจของเจ้าแล้ว...”

เอลาริสรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เธอทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ

“จงมองไปเบื้องหน้า... คทาสุริยันจันทรากำลังรอเจ้าอยู่...”

เอลาริสเงยหน้าขึ้นมองไปเบื้องหน้า เธอเห็นแท่นหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งกว้าง บนแท่นหินนั้นมีวัตถุชิ้นหนึ่งเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง นั่นคือ ‘คทาสุริยันจันทรา’

คทาเล่มนั้นสวยงามและสง่างามอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวคทาถูกสร้างขึ้นจากโลหะสีเงินที่เปล่งประกายแวววาว หัวคทาเป็นรูปทรงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ประดับด้วยอัญมณีสีแดงและสีน้ำเงินที่เปล่งประกายระยิบระยับ

เอลาริสก้าวเดินเข้าไปหาคทาสุริยันจันทราอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

เมื่อเธอเอื้อมมือไปสัมผัสคทาสุริยันจันทรา วัตถุศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้นไปอีก แสงสีเงินและสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งมิติ ก่อนจะค่อยๆ หรี่ลง และรวมตัวกันเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าสู่ร่างของเอลาริส

เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลซ่านเข้าสู่ปลายนิ้ว ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ ราวกับว่าเธอกำลังได้กลับคืนสู่บ้านที่แท้จริง

“เจ้าได้ครอบครองคทาสุริยันจันทราแล้ว... ทายาทผู้กอบกู้...” เสียงของจิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทราเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม “จงใช้พลังของมันเพื่อปกป้องโลกใบนี้... และนำแสงสว่างกลับคืนสู่ความมืดมิด...”

เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราไว้ในมือ มันมีขนาดพอดีกับฝ่ามือของเธอ และมีน้ำหนักที่พอเหมาะ เธอรู้สึกราวกับว่าคทาเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

เธอรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์อันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ จนเธอรู้สึกราวกับว่าเธอสามารถทำทุกสิ่งได้

“เวลาของเจ้ากำลังจะหมดลง... สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังใกล้เข้ามาแล้ว...” เสียงของจิตวิญญาณแห่งคทาสุริยันจันทราเอ่ยเตือน “จงรีบกลับไป... และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย...”

ทันใดนั้น แสงสว่างอันเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของเอลาริสจะถูกดูดกลืนหายไปจากมิติแห่งสุริยันจันทรา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!