คทาสุริยัน

ตอนที่ 290 — แสงสว่างที่กลับคืนและภารกิจต่อไป

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 881 คำ

ความเงียบงันเข้าปกคลุม ‘ห้องลับแห่งความทรงจำ’ หลังจากการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กับราชาปีศาจมาลากอร์ แสงสว่างที่เคยเจิดจ้าจากคทาสุริยันจันทราค่อยๆ หรี่ลง เหลือเพียงประกายอ่อนๆ ที่ปลายคทา เอลาริสทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน ‌แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุขที่ยากจะพรรณนา

“เรา... เราทำได้แล้ว” ไลร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เธอพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการโจมตีของมาลากอร์

เคลเลนเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขาวางมือลงบนบ่าของเธอเบาๆ “เจ้าคือผู้กอบกู้ที่แท้จริง เอลาริส”

เฟลันปิดตำราโบราณลงอย่างช้าๆ ​ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ตำนานได้ถูกเขียนขึ้นใหม่แล้ว เอลาริส เธอได้ทำสิ่งที่บรรพบุรุษของเธอเคยทำไว้”

เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมืออีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความหวัง เธอรู้ดีว่าเธอได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้ว

ทันใดนั้น แสงสว่างอันอ่อนโยนก็สาดส่องเข้ามาในห้องลับแห่งความทรงจำ ท้องฟ้าที่เคยถูกบดบังด้วยเงาของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ ‍บัดนี้กลับคืนสู่สภาพปกติ ดวงอาทิตย์เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่เบื้องบน สาดส่องแสงสีทองลงมายังผืนโลกอีกครั้ง

“สุริยคราสจบลงแล้ว” เฟลันเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ “พลังของมาลากอร์ถูกผนึกไว้ในมิติแห่งความมืดมิดอีกครั้ง”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ พลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลัง ที่กำลังนำชีวิตกลับคืนสู่โลกที่กำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด

“แต่ภารกิจของเรายังไม่จบลง” ‌เอลาริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและหนักแน่น “เราต้องนำแสงสว่างกลับคืนสู่ทุกอาณาจักร”

เคลเลนพยักหน้าเห็นด้วย “จริงอย่างที่เจ้าว่า ความมืดที่มาลากอร์สร้างไว้ยังคงหลงเหลืออยู่ เราต้องฟื้นฟูโลกใบนี้ให้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง”

เฟลันพลิกหน้าตำราโบราณอีกครั้ง “ตำรากล่าวว่า หลังจากที่ราชาปีศาจถูกผนึก ผู้ถือครองคทาสุริยันจันทราจะต้องเดินทางไปยัง ‍‘วิหารแห่งการฟื้นฟู’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลังแห่งสุริยันและจันทราจะถูกส่งไปเพื่อชำระล้างความมืดมิดที่หลงเหลืออยู่ และนำความสมดุลกลับคืนสู่โลก”

“วิหารแห่งการฟื้นฟูงั้นหรือ” ไลร่าเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “มันอยู่ที่ไหนกันล่ะ”

“ตำรากล่าวว่า วิหารแห่งการฟื้นฟูถูกซ่อนอยู่ใน ‘หุบเขาแห่งพฤกษาศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าที่หายาก ​และเป็นแหล่งกำเนิดของพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก” เฟลันอธิบาย

เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมืออีกครั้ง เธอรู้ดีว่าภารกิจนี้สำคัญเพียงใด และเธอจะต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้

“เราจะไปที่นั่นให้ได้ค่ะ” เอลาริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและหนักแน่น “เราจะนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้ให้ได้”

สหายทั้งสามมองไปยังเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจและมิตรภาพ พวกเขารู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้คือความหวังเดียวของพวกเขา และพวกเขาก็พร้อมที่จะร่วมเดินทางไปกับเธอจนกว่าจะถึงที่สุด

พวกเขาตัดสินใจที่จะพักผ่อนในวิหารแห่งแสงและเงาในคืนนี้ ​เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนจะออกเดินทางสู่ภารกิจครั้งใหม่ในวันพรุ่งนี้

คืนนั้นเอลาริสนอนหลับไปพร้อมกับความรู้สึกสงบที่ไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต เธอฝันถึงแสงสว่างที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า และเงาจันทร์ที่โอบอุ้มสรรพสิ่งเอาไว้ในอ้อมกอด เธอฝันถึงคทาสุริยันจันทราที่เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ในมือของเธอ และโลกที่กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง

เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า เธอรู้แล้วว่าหนทางที่เธอจะต้องเดินต่อไปคืออะไร และเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ​พวกเขาออกเดินทางจากวิหารแห่งแสงและเงา มุ่งหน้าสู่หุบเขาแห่งพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดกลัวเหมือนครั้งก่อนๆ หากแต่กลับเต็มไปด้วยความหวังและความสุข

เอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น เธอใช้พลังแห่งธาตุลมเพื่อช่วยให้พวกเขาเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น และใช้พลังแห่งธาตุดินเพื่อสร้างทางเดินบนเส้นทางที่ขรุขระ

ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาได้พบกับผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบจากความมืดของมาลากอร์ เอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการชำระล้างความมืดมิดที่เกาะกินจิตใจของผู้คน และนำความหวังกลับคืนสู่พวกเขา

ผู้คนเหล่านั้นต่างพากันชื่นชมและยกย่องเอลาริสในฐานะผู้กอบกู้โลก แต่เอลาริสก็ยังคงถ่อมตน เธอรู้ดีว่าเธอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังที่ยิ่งใหญ่ และเธอจะต้องทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้สมบูรณ์

เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึง ‘หุบเขาแห่งพฤกษาศักดิ์สิทธิ์’ พวกเขาก็พบว่ามันเป็นสถานที่ที่สวยงามอย่างที่ตำราได้กล่าวไว้ หุบเขานี้เต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าที่หายาก ดอกไม้หลากสีสันเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา บ่อน้ำใสสะอาดไหลรินส่งเสียงซ่าๆ อย่างน่าฟัง

และที่ใจกลางหุบเขา บนเนินเขาที่สูงตระหง่าน มีวิหารขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ ‘วิหารแห่งการฟื้นฟู’

เอลาริสก้าวเดินเข้าไปใกล้วิหารแห่งการฟื้นฟูอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

เมื่อเธอเอื้อมมือไปสัมผัสประตูวิหาร ประตูนั้นก็เปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีเงินและสีทองสาดส่องออกมาจากประตู ก่อนที่ประตูนั้นจะค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นทางเข้าวิหารที่มืดมิดและลึกลับ

“มันเปิดแล้ว!” ไลร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น

เคลเลนพยักหน้า “ระวังตัวไว้ให้ดี ข้างในอาจจะมีอะไรที่เราไม่คาดคิด”

เอลาริสพยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้ดีว่าการผจญภัยที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

พวกเขาก้าวเข้าไปในวิหารแห่งการฟื้นฟูอย่างระมัดระวัง ภายในวิหารมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงแสงสว่างที่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างบนหลังคาลงมาเป็นลำแสงเล็กๆ

อากาศภายในวิหารเย็นยะเยือกและบริสุทธิ์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บนผนังวิหารมีรอยจารึกและภาพวาดโบราณที่เล่าเรื่องราวของราชวงศ์สุริยันจันทราในอดีต

เฟลันรีบเดินเข้าไปสำรวจรอยจารึกและภาพวาดเหล่านั้นทันที เขาคลี่ม้วนตำราโบราณออกมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เห็น

“นี่คือตำนานของราชวงศ์สุริยันจันทรา” เฟลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ภาพเหล่านี้เล่าถึงการกำเนิดของคทาสุริยันจันทรา และการต่อสู้กับราชาปีศาจมาลากอร์ในอดีต”

เอลาริสมองไปยังภาพวาดเหล่านั้นด้วยความสนใจ เธอเห็นภาพของนักรบผู้กล้าหาญที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร เห็นภาพของนักเวทผู้ทรงพลังที่กำลังร่ายเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ และเห็นภาพของราชินีผู้สง่างามที่กำลังถือคทาที่เปล่งประกายเจิดจ้า

ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานเหล่านั้น

และที่ใจกลางวิหาร บนแท่นบูชาขนาดมหึมา มีแอ่งน้ำใสสะอาดไหลรินอยู่ นั่นคือ ‘บ่อน้ำแห่งชีวิต’ แหล่งกำเนิดของพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก

เอลาริสก้าวเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำแห่งชีวิตอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง

เมื่อเธอเอื้อมมือไปสัมผัสบ่อน้ำแห่งชีวิต บ่อน้ำนั้นก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้นไปอีก แสงสีเงินและสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งวิหาร ก่อนจะรวมตัวกันเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าสู่คทาสุริยันจันทราในมือของเธอ.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!