คทาสุริยัน

ตอนที่ 259 — บาดแผลจากอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 809 คำ

แม้มาลากอร์จะถูกผนึกไว้ในห้วงมิติแห่งความมืดอีกครั้งด้วยพันธสัญญาแห่งดวงดาวของเอลาริส แต่ชัยชนะครั้งนี้ก็มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย การต่อสู้กับผู้ติดตามแห่งเงาของมาลากอร์ที่วิหารแห่งดวงดาวทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้ให้กับสหายผู้กล้าหาญของเอลาริส โดยเฉพาะเคลย์น นักรบหนุ่มผู้ยืนหยัดต่อสู้กับเหล่าสมุนปีศาจอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องเอลาริสและพิธีกรรม

หลังจากที่ผนึกมาลากอร์เสร็จสิ้น เอลาริสพบว่าเคลย์นทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด และมีบาดแผลลึกที่สีข้างจากการโจมตีของผู้ติดตามแห่งเงา ‌บาดแผลนั้นไม่เพียงลึก แต่ยังมีไอพลังงานสีดำแผ่ออกมาอย่างน่าขนลุก

“เคลย์น!” เอลาริสร้องเรียกด้วยความตกใจ นางรีบเข้าไปประคองเขา

ไลร่ารีบเข้ามาตรวจสอบบาดแผล ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความกังวล “นี่มัน…บาดแผลจากเงา พลังงานด้านลบของมาลากอร์แทรกซึมเข้าไปในร่างของเขา”

“ข้าไม่เป็นไร” เคลย์นพึมพำ ​น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “แค่เหนื่อยเล็กน้อย”

แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกตรงกันข้าม ร่างกายของเขาสั่นเทา และไอพลังงานสีดำจากบาดแผลเริ่มแพร่กระจายอย่างช้าๆ ทำให้ผิวหนังรอบบาดแผลเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม

เอลาริสพยายามใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อรักษาบาดแผล แสงสีทองจากคทาสาดส่องลงบนร่างของเคลย์น แต่พลังแห่งแสงบริสุทธิ์ดูเหมือนจะทำอะไรพลังงานด้านลบที่แทรกซึมเข้าไปในตัวเขาไม่ได้มากนัก

“มันไม่ใช่บาดแผลทางกายภาพธรรมดา” ไลร่าอธิบาย ‍“พลังงานด้านลบของมาลากอร์กำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขา หากเราไม่สามารถชำระล้างมันได้ทันเวลา…เขาอาจจะถูกความมืดกลืนกิน”

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เอลาริส นางรู้สึกราวกับว่านี่เป็นความผิดของนาง หากนางแข็งแกร่งกว่านี้ หากนางสามารถผนึกมาลากอร์ได้เร็วกว่านี้ เคลย์นก็คงไม่ต้องมาบาดเจ็บเช่นนี้

“มีทางไหนที่จะช่วยเขาได้บ้าง?” เอลาริสถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

ไลร่าครุ่นคิดอย่างหนัก “ตามบันทึกโบราณ ‌มีเพียง ‘น้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์’ เท่านั้น ที่มีพลังในการชำระล้างความมืดมิดทุกชนิด แต่ตำนานกล่าวว่าน้ำพุนั้นถูกซ่อนไว้ใน ‘ป่าต้องห้ามแห่งเอลเวน’ สถานที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป”

“ป่าต้องห้ามแห่งเอลเวน?” ฟินน์อุทาน ‍“ที่นั่นเป็นที่อยู่ของเหล่าเอลฟ์โบราณที่ไม่ต้อนรับมนุษย์ และยังมีสัตว์ประหลาดดุร้ายมากมาย”

“ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหน เราก็ต้องไป” เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เราจะต้องช่วยเคลย์นให้ได้”

พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางสู่ป่าต้องห้ามแห่งเอลเวนทันที โดยมีเคลย์นนอนพักอยู่บนเปลหามที่ฟินน์และเอลาริสช่วยกันแบกไปอย่างระมัดระวัง ไลร่าคอยดูแลอาการของเคลย์นอย่างใกล้ชิด ​และใช้สมุนไพรโบราณเพื่อชะลอการแพร่กระจายของพลังงานด้านลบ

ระหว่างการเดินทาง อาการของเคลย์นก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เขาเริ่มเพ้อคลั่งในบางครั้ง พูดถึงภาพหลอนและความมืดมิดที่กำลังกัดกินเขา เอลาริสรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นสหายต้องทรมานเช่นนี้

ในคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังพักแรมอยู่กลางป่าเคลย์นก็พลันลุกขึ้นมานั่ง ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับถ่านไฟ และมีไอพลังงานสีดำแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง

“ความมืด…มันกำลังกัดกินข้า…” ​เคลย์นพึมพำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นยะเยือก ราวกับไม่ใช่เสียงของเขาเอง

“เคลย์น!” เอลาริสร้องเรียกด้วยความตกใจ นางพยายามจะเข้าไปหาเขา แต่เคลย์นกลับสะบัดมือออกอย่างรุนแรง

“อยู่ให้ห่างจากข้า!” เคลย์นตะโกน ​ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสับสน “ก่อนที่ข้าจะทำร้ายพวกเจ้า!”

พลังงานสีดำจากร่างของเคลย์นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง คล้ายกับหนามแหลมคมที่พุ่งออกมาจากตัวเขา

“เขาถูกครอบงำแล้ว!” ไลร่าตะโกน “พลังงานด้านลบของมาลากอร์กำลังจะกลืนกินจิตวิญญาณของเขา!”

เอลาริสรู้ว่านางต้องทำอะไรบางอย่าง นางยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาเปล่งประกายเจิดจ้า นางตั้งใจที่จะใช้พลังแห่งการทำให้บริสุทธิ์เพื่อขับไล่พลังงานด้านลบออกจากร่างของเคลย์น

“เคลย์น…จงต้านทานมันไว้!” เอลาริสตะโกน “ข้าจะช่วยเจ้าเอง!”

นางปล่อยลำแสงแห่งการทำให้บริสุทธิ์จากคทา พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเคลย์น แสงสีทองและสีเงินโอบล้อมร่างของเขาไว้ พยายามชำระล้างพลังงานด้านลบที่กำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขา

เคลย์นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง พลังงานสีดำและแสงสีทอง-เงินปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นประกายไฟและคลื่นพลังงานที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

ฟินน์และไลร่าต่างยืนอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาให้เอลาริสสามารถช่วยเคลย์นได้

เอลาริสรู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่นางเคยเผชิญมา นางไม่เพียงต้องต่อสู้กับพลังงานด้านลบของมาลากอร์ แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดและความกลัวในใจของตัวเองด้วย

“เคลย์น…จงยึดมั่นในตัวเอง!” เอลาริสตะโกน “อย่าให้มันกลืนกินเจ้าได้!”

ในวินาทีนั้นเอง ภาพความทรงจำต่างๆ ของเคลย์นก็แวบเข้ามาในห้วงความคิดของเอลาริส ภาพของเขาที่คอยปกป้องนางเสมอมา ภาพของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา ภาพของความภักดีที่เขามีต่อนาง

พลังแห่งแสงและเงาจากคทาพลันส่องประกายเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง เอลาริสไม่ยอมแพ้ นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เพื่อขับไล่ความมืดมิดออกจากร่างของสหาย

แสงสีทองและสีเงินพุ่งเข้าสู่ร่างของเคลย์นอย่างรุนแรง พลังงานด้านลบสีดำเริ่มถอยร่น แสงสีแดงในดวงตาของเขาเริ่มจางหายไป

“เอลาริส…” เสียงของเคลย์นกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาอ่อนแรง แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึก “ข้า…ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะ…หายไป”

“ไม่!” เอลาริสตะโกน “เจ้าจะไม่หายไปไหน! ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!”

นางใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ ปล่อยลำแสงสุดท้ายแห่งการทำให้บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างของเคลย์น แสงนั้นพุ่งเข้าสู่บาดแผลที่สีข้างของเขาอย่างรุนแรง พลังงานด้านลบสีดำพลันถูกขับไล่ออกจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ

เคลย์นทรุดตัวลงบนพื้นอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีดเซียว แต่ดวงตาของเขากลับมาเป็นปกติแล้ว บาดแผลที่สีข้างของเขายังคงอยู่ แต่ไอพลังงานสีดำได้หายไปแล้ว

“เคลย์น!” เอลาริสรีบเข้าไปประคองเขา

“ข้า…ข้ากลับมาแล้ว” เคลย์นพึมพำด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนแรง “ขอบคุณ…เอลาริส”

ไลร่ารีบเข้ามาตรวจสอบบาดแผลอีกครั้ง “พลังงานด้านลบถูกขับไล่ออกไปหมดแล้ว แต่บาดแผลยังคงอยู่ และเขาก็อ่อนแอมาก เราต้องรีบไปถึงน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ให้เร็วที่สุด”

เอลาริสพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น นางกุมมือของเคลย์นแน่น ความรู้สึกผิดยังคงอยู่ในใจของนาง แต่ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยสหายให้รอด

คทาสุริยันจันทราในมือของนางเปล่งประกายอย่างอบอุ่น ราวกับเป็นแรงใจให้นางก้าวเดินต่อไป บาดแผลจากอดีตของมาลากอร์อาจจะยังคงหลงเหลืออยู่ แต่พวกเขาก็จะไม่ยอมแพ้ พวกเขาจะต่อสู้เพื่อปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขารัก แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!