คทาสุริยัน

ตอนที่ 291 — ปริศนาแห่งจันทร์คู่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 738 คำ

การเดินทางสู่ป่าต้องห้ามแห่งเอลเวนกลับกลายเป็นการแข่งขันกับเวลา เมื่ออาการของเคลย์นเริ่มทรุดลงเรื่อยๆ แม้เอลาริสจะสามารถขับไล่พลังงานด้านลบออกจากร่างของเขาได้แล้ว แต่บาดแผลลึกที่สีข้างยังคงทำให้เขาอ่อนแอ และน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์คือความหวังเดียวของพวกเขา

ป่าต้องห้ามแห่งเอลเวนแตกต่างจากป่าอื่นใดที่พวกเขาเคยเห็นมา ต้นไม้ที่นี่สูงเสียดฟ้า ลำต้นบิดเกลียวประหลาด กิ่งก้านสาขาแผ่กว้างจนบดบังแสงอาทิตย์ ‌ทำให้ภายในป่ามืดสลัวตลอดเวลา มีหมอกหนาทึบลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามพื้นดิน และเสียงกระซิบประหลาดที่ดังแว่วมาตามสายลม ราวกับป่ากำลังมีชีวิตและกำลังพูดคุยกัน

“ข้าไม่เคยรู้สึกถึงพลังงานโบราณที่รุนแรงเท่านี้มาก่อน” ไลร่าพึมพำ ดวงตาของนางสอดส่องไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง “ป่าแห่งนี้เก่าแก่กว่าที่คิดไว้มาก”

ฟินน์เดินนำหน้าอย่างเงียบๆ ​คันธนูในมือพร้อมยิงตลอดเวลา “ข้ารู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจับตาดูเราอยู่”

เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ซับซ้อนภายในป่า มันไม่ใช่แค่พลังงานธรรมชาติ แต่เป็นพลังเวทโบราณที่บริสุทธิ์และทรงพลัง นางกุมคทาสุริยันจันทราแน่น แสงจากลูกแก้วคริสตัลคู่เปล่งประกายอ่อนๆ ราวกับเป็นแสงนำทาง

หลังจากเดินลึกเข้าไปในป่าได้ไม่นาน พวกเขาก็พบกับกำแพงเถาวัลย์ขนาดมหึมาที่บดบังทางเดินข้างหน้า ‍กำแพงนั้นสูงเสียดฟ้าและดูเหมือนจะไม่มีทางผ่านไปได้

“ต้องเป็นกับดักแน่ๆ” ฟินน์กล่าว

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้คิดหาทางออก จู่ๆ กำแพงเถาวัลย์ก็พลันแยกออกจากกันช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวเข้าไปเบื้องหลัง เมื่อก้าวเข้าไป พวกเขาก็พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ‌นางมีผิวขาวผ่อง ดวงตาสีเขียวมรกต และผมสีเงินยาวสลวย สวมชุดที่ถักทอจากใบไม้และดอกไม้ นางคือเอลฟ์

“ยินดีต้อนรับสู่ป่าแห่งเอลเวน” หญิงสาวเอลฟ์กล่าว น้ำเสียงของนางไพเราะราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามาเพื่อสิ่งใด”

เอลาริสรู้สึกประหลาดใจ ‍“ท่านคือ…เอลฟ์? ท่านรู้เรื่องน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์หรือ?”

หญิงสาวเอลฟ์พยักหน้า “ข้าคือลูเธียน ผู้พิทักษ์แห่งป่าแห่งนี้ และข้ารู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับปริศนาแห่งจันทร์คู่ และชะตากรรมของพวกเจ้า”

ลูเธียนพาพวกเขาไปยังหมู่บ้านเอลฟ์ที่ซ่อนอยู่กลางป่า หมู่บ้านนั้นสร้างจากต้นไม้ใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นบ้านเรือนอย่างสวยงาม มีแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ​ส่องประกายออกมาจากต้นไม้ สร้างบรรยากาศที่น่าอัศจรรย์ราวกับอยู่ในความฝัน

เมื่อเคลย์นได้รับการดูแลจากหมอเอลฟ์ผู้เชี่ยวชาญ ลูเธียนก็นำเอลาริสและสหายไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่ง มันคือโถงใต้ดินที่เต็มไปด้วยต้นคริสตัลเรืองแสง และมีภาพวาดโบราณอยู่บนผนัง

“ในอดีตกาล ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักเวทมนตร์” ลูเธียนเริ่มเล่า “โลกของเราอยู่ภายใต้การปกครองของเหล่าเอลฟ์ ​เราเป็นผู้พิทักษ์พลังงานบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และเราได้รับพรจากดวงจันทร์ทั้งสองดวงให้มีพลังเวทอันยิ่งใหญ่”

“ดวงจันทร์ทั้งสองดวง?” เอลาริสถามด้วยความสงสัย

“ใช่” ลูเธียนพยักหน้า “โลกของเรามีดวงจันทร์สองดวง ดวงจันทร์แห่งแสงที่ส่องประกายสีเงิน และดวงจันทร์แห่งเงาที่ส่องประกายสีดำสนิท ในยามปกติ ​พวกมันจะโคจรในเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่เมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่มาถึง ดวงจันทร์ทั้งสองจะโคจรมาบรรจบกัน ทำให้เกิดพลังงานมหาศาลที่สามารถใช้สร้างหรือทำลายได้”

“นั่นคือพลังที่ราชินีแห่งสุริยันจันทราใช้ผนึกมาลากอร์” ไลร่าพึมพำด้วยความเข้าใจ

“ถูกต้อง” ลูเธียนกล่าว “บรรพบุรุษของเจ้า ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเหล่าเอลฟ์โบราณ และใช้พลังของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ เพื่อสร้างผนึกแห่งจันทร์คู่ขึ้นมา”

“แล้วน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ล่ะ?” เอลาริสถาม “มันเกี่ยวข้องกับปริศนาแห่งจันทร์คู่ด้วยหรือ?”

“น้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ที่เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของโลก” ลูเธียนอธิบาย “มันมีพลังในการชำระล้างความมืดมิดทุกชนิด และเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโลกจากผลกระทบของมาลากอร์”

“นั่นหมายความว่า หากเราสามารถเข้าถึงน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ เราก็จะสามารถรักษาเคลย์นได้ และยังสามารถชำระล้างเศษเสี้ยวแห่งความมืดที่กระจายอยู่ทั่วโลกได้ด้วยงั้นหรือ?” เอลาริสถามด้วยความหวัง

ลูเธียนพยักหน้า “ใช่ แต่การเข้าถึงน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์นั้น ไม่ง่ายเลย” นางชี้ไปที่ภาพวาดบนผนัง มันเป็นภาพของหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า “น้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ถูกปกป้องโดย ‘อุกกาบาตแห่งจันทร์คู่’ ซึ่งเป็นหินอุกกาบาตที่ตกลงมาจากดวงจันทร์แห่งเงา มันมีพลังในการดูดซับพลังงานทุกชนิด ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถเข้าใกล้น้ำพุได้”

“แล้วเราจะผ่านมันไปได้อย่างไร?” ฟินน์ถาม

“มีเพียงผู้ที่ถือครองคทาสุริยันจันทรา และสามารถควบคุมพลังแห่งแสงและความมืดได้อย่างสมบูรณ์เท่านั้น ที่จะสามารถใช้พลังของคทาเพื่อสร้างสมดุลให้กับอุกกาบาตแห่งจันทร์คู่ และเปิดทางสู่น้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ได้” ลูเธียนกล่าว พลางจ้องมองมาที่เอลาริส

เอลาริสรู้สึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่นางอีกครั้ง นางได้ผนึกมาลากอร์แล้ว แต่ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อรักษาโลกใบนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม

ในคืนนั้น เอลาริสไปเยี่ยมเคลย์น อาการของเขายังคงอ่อนแอ แต่เขากลับมามีสติสัมปชัญญะแล้ว

“ข้า…ข้าขอโทษนะเอลาริส” เคลย์นกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ข้าเกือบจะทำร้ายพวกเจ้า”

“ไม่ต้องโทษตัวเองเลยเคลย์น” เอลาริสกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า เราจะช่วยเจ้าเอง”

เคลย์นยิ้มตอบ “ข้าเชื่อในตัวเจ้าเสมอ เอลาริส”

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางสู่สถานที่ตั้งของน้ำพุแห่งชีวิตนิรันดร์ โดยมีลูเธียนเป็นผู้นำทาง เอลาริสรู้ว่านี่คือการเดินทางที่สำคัญที่สุดเท่าที่นางเคยเผชิญมา ไม่ใช่แค่เพื่อช่วยเคลย์น แต่เพื่อรักษาโลกใบนี้จากผลกระทบของมาลากอร์

คทาสุริยันจันทราในมือของนางเปล่งประกายอย่างมั่นคง แสงสีทองและสีเงินผสานรวมกันอย่างสมดุล ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ยังคงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ปริศนาแห่งจันทร์คู่ได้ถูกเปิดเผยแล้ว และมันคือหนทางเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้ให้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง เอลาริสและสหายพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!