คทาสุริยัน

ตอนที่ 260 — บทสรุปแห่งการผนึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 745 คำ

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้มาถึงอย่างสมบูรณ์แล้ว ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดสนิท ดวงอาทิตย์ที่เคยสาดแสงเจิดจ้าถูกบดบังด้วยเงาของดวงจันทร์ทั้งสองดวง โลกทั้งใบจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว พลังงานชั่วร้ายของมาลากอร์แผ่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งให้สิ้นซาก วิหารแห่งการผนึกบนยอดเขาสูงสุดกลายเป็นจุดศูนย์กลางของมหันตภัยครั้งนี้

เอลาริสและสหายพุ่งตรงเข้าสู่วิหารแห่งการผนึกอย่างไม่คิดชีวิต แม้จะเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับผู้สร้างหายนะ ‌แต่ความมุ่งมั่นที่จะหยุดยั้งมาลากอร์ก็ยังคงลุกโชนอยู่ในใจ ภายในวิหารนั้นมืดมิดและเงียบสงบผิดกับภายนอก แต่พลังงานเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนในอากาศ บ่งบอกว่าที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเลือกไว้เพื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่

เมื่อพวกเขามาถึงใจกลางวิหาร ก็พบกับแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ บนแท่นบูชามีรอยแกะสลักรูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ประณีตงดงาม เหนือแท่นบูชาขึ้นไป มีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เปิดออกสู่ท้องฟ้า ​เผยให้เห็นสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์

และที่นั่น มาลากอร์ในร่างที่สมบูรณ์แบบได้ยืนรอคอยพวกเขาอยู่แล้ว ร่างของมันใหญ่โตมหึมา ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาแดงฉานที่เปล่งประกายความชั่วร้ายจ้องมองมาที่เอลาริส มันหัวเราะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงของมันดังก้องไปทั่วทั้งวิหาร

“ฮ่าๆๆ! เจ้าผู้โง่เขลา! ‍เจ้าคิดว่าจะมาหยุดข้าได้งั้นหรือ? สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้มาถึงแล้ว และโลกทั้งใบกำลังจะตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดนิรันดร์ของข้า!”

“ไม่!” เอลาริสตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำเช่นนั้นได้!”

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีขาวนวลที่บริสุทธิ์และทรงพลังพุ่งออกมาจากคทา และดวงแก้วแห่งแสงสว่าง ดวงแก้วแห่งเงา ‌และดวงแก้วแห่งชีวิตที่อยู่ในมือของเธอก็ส่องแสงประกายเคียงข้างกัน พลังงานของดวงแก้วทั้งสามดวงไหลเวียนเข้าสู่คทา ทำให้คทาส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม

“จงรับพลังแห่งสุริยันจันทราและดวงแก้วแห่งสมดุล!” เอลาริสร่ายเวทมนตร์ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด เธอปล่อยลำแสงสีขาวนวลขนาดมหึมาที่รวมพลังของดวงแก้วทั้งสามดวงและคทาเข้าไว้ด้วยกัน ลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์อย่างไม่ลดละ

ลำแสงนั้นสว่างจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดที่มาลากอร์เคยพบเจอ มันกระทบเข้ากับร่างของมาลากอร์อย่างจัง ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ‍ร่างกายของมันเริ่มสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

“อ้ากกกก! พลังแห่งสมดุล!” มาลากอร์กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “เป็นไปไม่ได้! ข้าจะไม่มีวันถูกผนึกอีกครั้ง!”

มาลากอร์พยายามดิ้นรน มันปล่อยคลื่นพลังแห่งความมืดมิดออกมาจากร่างกาย คลื่นพลังนั้นพุ่งเข้าใส่เอลาริส แต่พลังของเอลาริสนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้

“พวกเราจะช่วยเจ้า!” ​ลีออนตะโกน เขากระโดดเข้าโจมตีมาลากอร์ด้วยดาบของเขา แม้ว่าดาบของเขาจะไม่สามารถทำอะไรมาลากอร์ได้มากนัก แต่ก็เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของมัน

เอลิน่าร่ายเวทมนตร์เสริมพลังให้กับเอลาริส และฟินน์ใช้เวทมนตร์เงาเพื่อสร้างภาพลวงตาและเบี่ยงเบนความสนใจของมาลากอร์

เอลาริสเพิ่มพลังของลำแสงให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พลังแห่งความสมดุลจากคทากำลังต่อสู้กับพลังแห่งความมืดมิดของมาลากอร์อย่างดุเดือด แสงสีขาวนวลส่องสว่างจนทั่วทั้งวิหาร ขับไล่ความมืดมิดที่มาลากอร์แผ่ออกมา

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ​ร่างกายของมันเริ่มสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงไอแห่งความมืดมิดที่ค่อยๆ จางหายไป

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากร่างของเอลาริส แสงนั้นสว่างจ้ายิ่งกว่าแสงใดๆ ที่เคยมีมา แสงนั้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ​ผ่านช่องว่างบนเพดานวิหาร และพุ่งตรงเข้าสู่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ แสงสีขาวนวลของเอลาริสเข้าต่อสู้กับความมืดมิดของสุริยคราส

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ แสงสว่างของดวงอาทิตย์เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้งทีละน้อย ท้องฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดก็เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง

เอลาริสทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง คทาในมือของเธอส่องแสงริบหรี่ ก่อนที่จะดับลง ดวงแก้วทั้งสามดวงก็ลอยขึ้นจากมือของเธอ และค่อยๆ ลอยเข้าไปรวมกับคทา ทำให้คทาสุริยันจันทราส่องแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้าจนแสบตา แต่เป็นแสงที่อบอุ่นและบริสุทธิ์

ทุกคนต่างหอบหายใจอย่างหนัก พวกเขามองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อสายตา พวกเขาทำได้สำเร็จ พวกเขาผนึกมาลากอร์ได้!

“เรา… เราทำได้แล้วจริงๆ!” ลีออนเอ่ยเสียงแผ่วเบาด้วยความตกใจระคนดีใจ

เอลิน่าเข้ามาตรวจสอบอาการของเอลาริส “เจ้าไม่เป็นไรนะเอลาริส?”

“ข้าไม่เป็นไร” เอลาริสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนล้า “มันจบแล้ว… มาลากอร์ถูกผนึกแล้ว”

ฟินน์เดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เขาพบสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่แกะสลักอยู่บนแท่นบูชา มันคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามาลากอร์ถูกผนึกไว้ในวิหารแห่งนี้ตลอดกาล

“มันถูกผนึกไว้ในวิหารแห่งนี้” ฟินน์กล่าว “และตราบใดที่คทาสุริยันจันทรายังคงอยู่ที่นี่ มาลากอร์ก็จะไม่มีวันหลุดพ้นออกมาได้”

เอลาริสมองไปที่คทาสุริยันจันทราที่อยู่ในมือของเธอ เธอรู้ว่าภารกิจของเธอได้สำเร็จลุล่วงแล้ว เธอได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และปกป้องโลกจากความมืดมิดของมาลากอร์ได้แล้ว

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าบางอย่าง เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไร เธอเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ถูกชะตากรรมลิขิตให้เป็นผู้พิทักษ์ และตอนนี้ ภารกิจของเธอก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว

แสงสว่างของดวงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาในวิหารแห่งการผนึกผ่านช่องว่างบนเพดาน วิหารที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดก็กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง นกเริ่มกลับมาร้องเพลง เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ และโลกก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เอลาริสและสหายยืนอยู่กลางวิหารแห่งการผนึก มองดูแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในวิหาร พวกเขารู้ว่าพวกเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ พวกเขาได้ปกป้องโลกใบนี้ไว้ได้แล้ว

แต่เรื่องราวของพวกเขายังไม่จบลงเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น การเดินทางเพื่อสร้างสันติสุขให้กับโลก และการเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเอลาริส ผู้เป็นทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณผู้มีพลังเวทที่ซ่อนเร้น

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!