คทาสุริยัน

ตอนที่ 165 — ป่ามรกตและเสียงกระซิบจากวิญญาณแห่งพฤกษา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,213 คำ

การเดินทางออกจากดินแดนน้ำแข็งใช้เวลาอีกหลายวัน พวกเขาต้องเผชิญกับความหนาวเย็นที่กัดกินและภัยอันตรายจากปีศาจหิมะที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ด้วยผนึกแห่งดวงดาวส่วนแรกที่อยู่ในมือของเอลาริส และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ในที่สุด

เมื่อก้าวพ้นจากเขตแดนน้ำแข็ง พวกเขาก็ได้พบกับทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เบื้องหน้าคือ ‘ป่ามรกต’ ‌ที่เขียวขจีชอุ่ม ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้าขึ้นหนาแน่นจนแสงตะวันแทบจะส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ผืนดินปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นสีเขียวสด กลิ่นหอมของดินชื้นและพืชพรรณนานาชนิดอบอวลไปทั่ว ราวกับเป็นดินแดนที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย

“ในที่สุดเราก็มาถึงป่ามรกต” ไลร่ากล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ “ที่นี่เป็นสถานที่ที่เวทมนตร์ยังคงแข็งแกร่งอยู่บ้าง”

เอลาริสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ​ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางในดินแดนน้ำแข็งค่อยๆ จางหายไป นางรู้สึกถึงพลังเวทที่สดชื่นและบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

“ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างออกไป” เอลาริสรำพึง “มันเหมือนกับว่าต้นไม้ทุกต้นมีชีวิต และกำลังกระซิบอะไรบางอย่างกับฉัน”

“นั่นเป็นเพราะเจ้ามีสายเลือดแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา เอลาริส” ไลร่าอธิบาย ‍“บรรพบุรุษของเจ้ามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับธรรมชาติ พวกเขาสามารถสื่อสารกับวิญญาณแห่งพฤกษาได้”

เคเอลและเรียนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเช่นกัน บรรยากาศของป่ามรกตนั้นแตกต่างจากหอคอยแห่งเงามืดอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความหวัง

“ถ้ำคริสตัลแห่งแสงน่าจะอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้” เรียนกล่าว พลางกางแผนที่ที่ได้มาจากคัมภีร์แห่งสุริยันจันทรา

พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่ามรกต แสงแดดรำไรส่องลงมาตามช่องว่างระหว่างใบไม้ สร้างลวดลายที่สวยงามบนพื้นดิน ‌เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงแมลงที่บินวนไปมา ทำให้ป่าแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เอลาริสรู้สึกราวกับมีพลังงานบางอย่างกำลังนำทางนาง นางรู้สึกถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังเข้ามาในจิตใจ เป็นภาษาที่นางไม่เคยได้ยิน แต่กลับเข้าใจได้อย่างน่าประหลาดใจ

“โอ้ ทายาทแห่งสุริยันจันทราผู้มาเยือน จงก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งชีวิต ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างรอเจ้าอยู่…”

เอลาริสเล่าสิ่งที่นางได้ยินให้ไลร่าฟัง

“นั่นคือเสียงของวิญญาณแห่งพฤกษา” ‍ไลร่ากล่าว “พวกมันกำลังสื่อสารกับเจ้า พวกมันต้อนรับเจ้า”

ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบ ร่างขนาดใหญ่สีเขียวเข้มพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ มันคือ ‘ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษา’ รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ ​แต่สูงใหญ่กว่ามาก ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเปลือกไม้และใบไม้ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีเขียวมรกต มันถือกระบองไม้ขนาดใหญ่ไว้ในมือ

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาคำรามด้วยเสียงดุดัน “เจ้าเป็นใคร! เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!”

เคเอลชักดาบออกทันที “เรามาดี! ​เรากำลังตามหาถ้ำคริสตัลแห่งแสง!”

“ถ้ำคริสตัลแห่งแสงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้ใดเข้าใกล้!” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษากล่าว พลางยกกระบองไม้ขึ้น เตรียมพร้อมที่จะโจมตี

เอลาริสก้าวไปข้างหน้า นางชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินเปล่งประกายออกมาจากคทา

“เราคือผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ​“เรามาที่นี่เพื่อค้นหาผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง เพื่อผนึกราชาปีศาจมาลากอร์”

ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษามองไปยังคทาในมือของเอลาริส ดวงตาของมันฉายแววประหลาดใจ แสงจากคทาดูเหมือนจะทำให้มันสงบลงเล็กน้อย

“คทาสุริยันจันทรา… ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่บริสุทธิ์” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาลดกระบองลง “แต่เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน”

“เราต้องทำอย่างไร?” เอลาริสถาม

“เจ้าต้องผ่านบททดสอบแห่งธรรมชาติ” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาตอบ “จงตามข้ามา”

ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษานำพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง ตรงกลางลานมีบ่อน้ำพุใสสะอาดที่มีน้ำไหลออกมาจากรูปปั้นเทพธิดาแห่งธรรมชาติ บนพื้นดินรอบๆ บ่อน้ำพุมีดอกไม้ป่านานาชนิดเบ่งบานอย่างสวยงาม

“นี่คือ ‘บ่อน้ำแห่งชีวิต’ ” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาอธิบาย “เจ้าต้องใช้พลังของเจ้าเพื่อทำให้ดอกไม้ป่าเหล่านี้เบ่งบานพร้อมกันทั้งหมด แล้วน้ำจากบ่อน้ำแห่งชีวิตจะชี้ทางให้เจ้าไปยังถ้ำคริสตัลแห่งแสง”

เอลาริสมองไปยังดอกไม้ป่าเหล่านั้น พวกมันเป็นดอกไม้เล็กๆ ที่ดูบอบบางและสวยงาม การที่จะทำให้พวกมันเบ่งบานพร้อมกันทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“นี่คือบททดสอบแห่งพลังจันทรา เอลาริส” ไลร่ากล่าว “พลังจันทราคือพลังแห่งการเยียวยาและการเติบโต จงใช้มันเพื่อปลุกชีวิตให้แก่ดอกไม้เหล่านี้”

เอลาริสพยักหน้า นางก้าวเข้าไปใกล้บ่อน้ำแห่งชีวิต นางชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีเงินเยือกเย็นพวยพุ่งออกจากปลายคทา แสงนั้นแผ่กระจายออกไปปกคลุมดอกไม้ป่าทั้งหมด

เอลาริสหลับตาลง นางเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับพลังจันทรา ปล่อยให้พลังแห่งการเยียวยาและความเมตตาไหลเวียนผ่านร่างของนางเข้าสู่ดอกไม้เหล่านั้น นางรู้สึกราวกับว่านางกำลังพูดคุยกับดอกไม้ทุกดอก บอกให้พวกมันตื่นขึ้น และเบ่งบานด้วยพลังชีวิต

ทันใดนั้น ดอกไม้ป่าทั้งหมดก็เริ่มเบ่งบานพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์ กลีบดอกสีสันสดใสคลี่ออกอย่างช้าๆ ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ

ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษามองไปยังดอกไม้เหล่านั้นด้วยความประหลาดใจ “น่าทึ่งมาก! เจ้าได้ผ่านบททดสอบแล้ว ทายาทแห่งสุริยันจันทรา!”

เมื่อดอกไม้ทั้งหมดเบ่งบาน น้ำจากบ่อน้ำแห่งชีวิตก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ แสงนั้นพุ่งขึ้นจากบ่อน้ำพุแล้วลอยลิ่วไปตามอากาศ ราวกับจะนำทางพวกเขาไปสู่ถ้ำคริสตัลแห่งแสง

“จงตามแสงนั้นไป” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาบอก “มันจะนำทางเจ้าไปสู่ถ้ำคริสตัลแห่งแสง”

เอลาริสและสหายของนางเดินตามแสงสีฟ้าอ่อนๆ ไป แสงนั้นนำพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ เบื้องหน้าคือปากถ้ำขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีขาวนวลออกมาจากภายใน

“ถ้ำคริสตัลแห่งแสง” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เมื่อก้าวเข้าไปในถ้ำ พวกเขาก็พบกับทิวทัศน์ที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ ผนังถ้ำเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลขนาดใหญ่เล็กที่เปล่งประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านดวงถูกนำมารวมกัน แสงจากคริสตัลส่องสว่างไปทั่วถ้ำ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับหลุดออกมาจากความฝัน

ตรงกลางถ้ำมีแท่นหินอ่อนตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีคริสตัลสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าหัวใจวางอยู่ มันเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา ราวกับเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่ส่องประกายอยู่ในถ้ำ

“นั่นคือผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง” ไลร่ากล่าว “คริสตัลแห่งแสง”

เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้คริสตัลแห่งแสง แต่ก่อนที่นางจะสัมผัสได้ เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของถ้ำ ร่างขนาดใหญ่สีดำทะมึนพุ่งออกมาจากเงามืด มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวหนังที่ปกคลุมด้วยผลึกสีดำแหลมคม ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำ มันมีกรงเล็บที่แหลมคมและปีกค้างคาวขนาดใหญ่ที่กางออกอย่างน่าสะพรึงกลัว

“มันคือ ‘เงาแห่งคริสตัล’ ” ไลร่าอุทาน “ผู้พิทักษ์ผนึกแห่งดวงดาว ที่มาลากอร์ส่งมา!”

เงาแห่งคริสตัลพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมันฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง เคเอลรีบชักดาบออกรับการโจมตีอย่างไม่ลังเล ดาบของเขาปะทะเข้ากับกรงเล็บของปีศาจ ทำให้เกิดประกายไฟและเสียงดังสนั่น

เรียนยิงธนูออกไปอย่างแม่นยำ ลูกธนูของเขาเคลือบด้วยเวทมนตร์แสง พุ่งตรงเข้าใส่ดวงตาของเงาแห่งคริสตัล ทำให้มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด

เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น นางรวบรวมพลังแสงสุริยัน แสงสีทองพวยพุ่งออกจากปลายคทาเป็นลำแสงกว้าง แผดเผาร่างของเงาแห่งคริสตัล แต่ปีศาจตัวนั้นกลับไม่สะทกสะท้าน ผิวหนังคริสตัลของมันดูดซับพลังแสงเอาไว้ราวกับฟองน้ำ

“มันดูดซับพลังแสง!” เอลาริสอุทาน “พลังสุริยันทำอะไรมันไม่ได้!”

“ถูกต้องแล้ว!” ไลร่ากล่าว “ที่นี่คือถ้ำคริสตัลแห่งแสง พลังแห่งแสงสว่างครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง เจ้าต้องใช้พลังจันทรา เอลาริส! ใช้ความมืดมิดเข้าต่อกรกับความสว่าง!”

เอลาริสพยักหน้า นางเปลี่ยนจากการใช้พลังแสงสุริยันเป็นพลังจันทรา แสงสีเงินเยือกเย็นพวยพุ่งออกจากปลายคทา นางเหวี่ยงคทาไปรอบๆ ปลดปล่อยพลังงานความมืดมิดที่รุนแรงกว่าเดิม

เมื่อพลังจันทรากระทบเข้ากับเงาแห่งคริสตัล ร่างกายของมันก็สั่นสะท้าน มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ผิวหนังคริสตัลสีดำของมันเริ่มปริแตกและสลายหายไปราวกับถูกกัดกร่อน

“เยี่ยมมาก เอลาริส!” ไลร่าตะโกน “จงใช้พลังจันทราผนึกมันไว้!”

เอลาริสรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ แสงสีเงินจากคทาพุ่งออกไปเป็นสายโซ่เวทมนตร์ที่เรืองรอง มันพันธนาการเงาแห่งคริสตัลไว้แน่นหนา เงาแห่งคริสตัลพยายามจะดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ร่างกายของมันถูกบีบอัดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเล็ก ก่อนที่มันจะสลายหายไปในอากาศ

ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง เอลาริสทรุดตัวลงคุกเข่า หายใจหอบถี่ ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า แต่นางก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เอาชนะปีศาจตัวนี้ได้

เคเอลรีบเข้ามาช่วยพยุงนางขึ้น “เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส”

เรียนเดินไปที่แท่นหิน เขาหยิบคริสตัลแห่งแสงขึ้นมา มันเปล่งแสงสว่างจ้าในมือของเขา

“นี่คือผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง” เรียนกล่าว “เราได้มันมาแล้ว”

เอลาริสมองไปยังคริสตัลนั้น นางเอื้อมมือไปรับมันมาไว้ในมือ เมื่อคริสตัลสัมผัสกับคทาสุริยันจันทรา แสงสีขาวบริสุทธิ์จากคริสตัลก็ผสานเข้ากับแสงสีทองและสีเงินจากคทา เกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับที่สวยงาม

“พลังของมันช่างน่าทึ่ง” เอลาริสรำพึง “ฉันรู้สึกได้ถึงพลังแห่งชีวิตที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน”

ไลร่าวางมือบนบ่าของเอลาริส “เหลืออีกเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เอลาริส แล้วเราก็จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้” นางชี้ไปที่แผนที่ในมือของเรียน “ผนึกส่วนสุดท้ายอยู่ที่ยอดเขาแห่งสายลมคำราม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใกล้กับเขตแดนของราชาปีศาจมาลากอร์มากที่สุด”

เอลาริสพยักหน้า นางมองไปยังคริสตัลแห่งแสงในมือของนาง แล้วมองไปยังผนึกแห่งดวงดาวส่วนแรกที่อยู่ในถุงผ้า นางรู้สึกได้ถึงความหวังที่กำลังจะกลับมาสู่โลกใบนี้

“เราไปกันเถอะ” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องรีบไปก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!