โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,213 คำ
การเดินทางออกจากดินแดนน้ำแข็งใช้เวลาอีกหลายวัน พวกเขาต้องเผชิญกับความหนาวเย็นที่กัดกินและภัยอันตรายจากปีศาจหิมะที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ด้วยผนึกแห่งดวงดาวส่วนแรกที่อยู่ในมือของเอลาริส และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ในที่สุด
เมื่อก้าวพ้นจากเขตแดนน้ำแข็ง พวกเขาก็ได้พบกับทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เบื้องหน้าคือ ‘ป่ามรกต’ ที่เขียวขจีชอุ่ม ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้าขึ้นหนาแน่นจนแสงตะวันแทบจะส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ผืนดินปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นสีเขียวสด กลิ่นหอมของดินชื้นและพืชพรรณนานาชนิดอบอวลไปทั่ว ราวกับเป็นดินแดนที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย
“ในที่สุดเราก็มาถึงป่ามรกต” ไลร่ากล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างโล่งใจ “ที่นี่เป็นสถานที่ที่เวทมนตร์ยังคงแข็งแกร่งอยู่บ้าง”
เอลาริสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางในดินแดนน้ำแข็งค่อยๆ จางหายไป นางรู้สึกถึงพลังเวทที่สดชื่นและบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
“ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างออกไป” เอลาริสรำพึง “มันเหมือนกับว่าต้นไม้ทุกต้นมีชีวิต และกำลังกระซิบอะไรบางอย่างกับฉัน”
“นั่นเป็นเพราะเจ้ามีสายเลือดแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา เอลาริส” ไลร่าอธิบาย “บรรพบุรุษของเจ้ามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับธรรมชาติ พวกเขาสามารถสื่อสารกับวิญญาณแห่งพฤกษาได้”
เคเอลและเรียนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเช่นกัน บรรยากาศของป่ามรกตนั้นแตกต่างจากหอคอยแห่งเงามืดอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความหวัง
“ถ้ำคริสตัลแห่งแสงน่าจะอยู่ลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้” เรียนกล่าว พลางกางแผนที่ที่ได้มาจากคัมภีร์แห่งสุริยันจันทรา
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่ามรกต แสงแดดรำไรส่องลงมาตามช่องว่างระหว่างใบไม้ สร้างลวดลายที่สวยงามบนพื้นดิน เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงแมลงที่บินวนไปมา ทำให้ป่าแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
เอลาริสรู้สึกราวกับมีพลังงานบางอย่างกำลังนำทางนาง นางรู้สึกถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังเข้ามาในจิตใจ เป็นภาษาที่นางไม่เคยได้ยิน แต่กลับเข้าใจได้อย่างน่าประหลาดใจ
“โอ้ ทายาทแห่งสุริยันจันทราผู้มาเยือน จงก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งชีวิต ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างรอเจ้าอยู่…”
เอลาริสเล่าสิ่งที่นางได้ยินให้ไลร่าฟัง
“นั่นคือเสียงของวิญญาณแห่งพฤกษา” ไลร่ากล่าว “พวกมันกำลังสื่อสารกับเจ้า พวกมันต้อนรับเจ้า”
ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบ ร่างขนาดใหญ่สีเขียวเข้มพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ มันคือ ‘ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษา’ รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่กว่ามาก ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเปลือกไม้และใบไม้ ดวงตาของมันเปล่งประกายสีเขียวมรกต มันถือกระบองไม้ขนาดใหญ่ไว้ในมือ
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาคำรามด้วยเสียงดุดัน “เจ้าเป็นใคร! เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!”
เคเอลชักดาบออกทันที “เรามาดี! เรากำลังตามหาถ้ำคริสตัลแห่งแสง!”
“ถ้ำคริสตัลแห่งแสงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้ใดเข้าใกล้!” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษากล่าว พลางยกกระบองไม้ขึ้น เตรียมพร้อมที่จะโจมตี
เอลาริสก้าวไปข้างหน้า นางชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินเปล่งประกายออกมาจากคทา
“เราคือผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เรามาที่นี่เพื่อค้นหาผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง เพื่อผนึกราชาปีศาจมาลากอร์”
ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษามองไปยังคทาในมือของเอลาริส ดวงตาของมันฉายแววประหลาดใจ แสงจากคทาดูเหมือนจะทำให้มันสงบลงเล็กน้อย
“คทาสุริยันจันทรา… ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่บริสุทธิ์” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาลดกระบองลง “แต่เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน”
“เราต้องทำอย่างไร?” เอลาริสถาม
“เจ้าต้องผ่านบททดสอบแห่งธรรมชาติ” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาตอบ “จงตามข้ามา”
ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษานำพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง ตรงกลางลานมีบ่อน้ำพุใสสะอาดที่มีน้ำไหลออกมาจากรูปปั้นเทพธิดาแห่งธรรมชาติ บนพื้นดินรอบๆ บ่อน้ำพุมีดอกไม้ป่านานาชนิดเบ่งบานอย่างสวยงาม
“นี่คือ ‘บ่อน้ำแห่งชีวิต’ ” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาอธิบาย “เจ้าต้องใช้พลังของเจ้าเพื่อทำให้ดอกไม้ป่าเหล่านี้เบ่งบานพร้อมกันทั้งหมด แล้วน้ำจากบ่อน้ำแห่งชีวิตจะชี้ทางให้เจ้าไปยังถ้ำคริสตัลแห่งแสง”
เอลาริสมองไปยังดอกไม้ป่าเหล่านั้น พวกมันเป็นดอกไม้เล็กๆ ที่ดูบอบบางและสวยงาม การที่จะทำให้พวกมันเบ่งบานพร้อมกันทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“นี่คือบททดสอบแห่งพลังจันทรา เอลาริส” ไลร่ากล่าว “พลังจันทราคือพลังแห่งการเยียวยาและการเติบโต จงใช้มันเพื่อปลุกชีวิตให้แก่ดอกไม้เหล่านี้”
เอลาริสพยักหน้า นางก้าวเข้าไปใกล้บ่อน้ำแห่งชีวิต นางชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีเงินเยือกเย็นพวยพุ่งออกจากปลายคทา แสงนั้นแผ่กระจายออกไปปกคลุมดอกไม้ป่าทั้งหมด
เอลาริสหลับตาลง นางเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับพลังจันทรา ปล่อยให้พลังแห่งการเยียวยาและความเมตตาไหลเวียนผ่านร่างของนางเข้าสู่ดอกไม้เหล่านั้น นางรู้สึกราวกับว่านางกำลังพูดคุยกับดอกไม้ทุกดอก บอกให้พวกมันตื่นขึ้น และเบ่งบานด้วยพลังชีวิต
ทันใดนั้น ดอกไม้ป่าทั้งหมดก็เริ่มเบ่งบานพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์ กลีบดอกสีสันสดใสคลี่ออกอย่างช้าๆ ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ
ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษามองไปยังดอกไม้เหล่านั้นด้วยความประหลาดใจ “น่าทึ่งมาก! เจ้าได้ผ่านบททดสอบแล้ว ทายาทแห่งสุริยันจันทรา!”
เมื่อดอกไม้ทั้งหมดเบ่งบาน น้ำจากบ่อน้ำแห่งชีวิตก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ แสงนั้นพุ่งขึ้นจากบ่อน้ำพุแล้วลอยลิ่วไปตามอากาศ ราวกับจะนำทางพวกเขาไปสู่ถ้ำคริสตัลแห่งแสง
“จงตามแสงนั้นไป” ผู้พิทักษ์แห่งพฤกษาบอก “มันจะนำทางเจ้าไปสู่ถ้ำคริสตัลแห่งแสง”
เอลาริสและสหายของนางเดินตามแสงสีฟ้าอ่อนๆ ไป แสงนั้นนำพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ เบื้องหน้าคือปากถ้ำขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีขาวนวลออกมาจากภายใน
“ถ้ำคริสตัลแห่งแสง” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เมื่อก้าวเข้าไปในถ้ำ พวกเขาก็พบกับทิวทัศน์ที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ ผนังถ้ำเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลขนาดใหญ่เล็กที่เปล่งประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านดวงถูกนำมารวมกัน แสงจากคริสตัลส่องสว่างไปทั่วถ้ำ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับหลุดออกมาจากความฝัน
ตรงกลางถ้ำมีแท่นหินอ่อนตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีคริสตัลสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าหัวใจวางอยู่ มันเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา ราวกับเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่ส่องประกายอยู่ในถ้ำ
“นั่นคือผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง” ไลร่ากล่าว “คริสตัลแห่งแสง”
เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้คริสตัลแห่งแสง แต่ก่อนที่นางจะสัมผัสได้ เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของถ้ำ ร่างขนาดใหญ่สีดำทะมึนพุ่งออกมาจากเงามืด มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวหนังที่ปกคลุมด้วยผลึกสีดำแหลมคม ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำ มันมีกรงเล็บที่แหลมคมและปีกค้างคาวขนาดใหญ่ที่กางออกอย่างน่าสะพรึงกลัว
“มันคือ ‘เงาแห่งคริสตัล’ ” ไลร่าอุทาน “ผู้พิทักษ์ผนึกแห่งดวงดาว ที่มาลากอร์ส่งมา!”
เงาแห่งคริสตัลพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมันฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง เคเอลรีบชักดาบออกรับการโจมตีอย่างไม่ลังเล ดาบของเขาปะทะเข้ากับกรงเล็บของปีศาจ ทำให้เกิดประกายไฟและเสียงดังสนั่น
เรียนยิงธนูออกไปอย่างแม่นยำ ลูกธนูของเขาเคลือบด้วยเวทมนตร์แสง พุ่งตรงเข้าใส่ดวงตาของเงาแห่งคริสตัล ทำให้มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น นางรวบรวมพลังแสงสุริยัน แสงสีทองพวยพุ่งออกจากปลายคทาเป็นลำแสงกว้าง แผดเผาร่างของเงาแห่งคริสตัล แต่ปีศาจตัวนั้นกลับไม่สะทกสะท้าน ผิวหนังคริสตัลของมันดูดซับพลังแสงเอาไว้ราวกับฟองน้ำ
“มันดูดซับพลังแสง!” เอลาริสอุทาน “พลังสุริยันทำอะไรมันไม่ได้!”
“ถูกต้องแล้ว!” ไลร่ากล่าว “ที่นี่คือถ้ำคริสตัลแห่งแสง พลังแห่งแสงสว่างครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง เจ้าต้องใช้พลังจันทรา เอลาริส! ใช้ความมืดมิดเข้าต่อกรกับความสว่าง!”
เอลาริสพยักหน้า นางเปลี่ยนจากการใช้พลังแสงสุริยันเป็นพลังจันทรา แสงสีเงินเยือกเย็นพวยพุ่งออกจากปลายคทา นางเหวี่ยงคทาไปรอบๆ ปลดปล่อยพลังงานความมืดมิดที่รุนแรงกว่าเดิม
เมื่อพลังจันทรากระทบเข้ากับเงาแห่งคริสตัล ร่างกายของมันก็สั่นสะท้าน มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ผิวหนังคริสตัลสีดำของมันเริ่มปริแตกและสลายหายไปราวกับถูกกัดกร่อน
“เยี่ยมมาก เอลาริส!” ไลร่าตะโกน “จงใช้พลังจันทราผนึกมันไว้!”
เอลาริสรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ แสงสีเงินจากคทาพุ่งออกไปเป็นสายโซ่เวทมนตร์ที่เรืองรอง มันพันธนาการเงาแห่งคริสตัลไว้แน่นหนา เงาแห่งคริสตัลพยายามจะดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ร่างกายของมันถูกบีบอัดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเล็ก ก่อนที่มันจะสลายหายไปในอากาศ
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง เอลาริสทรุดตัวลงคุกเข่า หายใจหอบถี่ ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า แต่นางก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เอาชนะปีศาจตัวนี้ได้
เคเอลรีบเข้ามาช่วยพยุงนางขึ้น “เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส”
เรียนเดินไปที่แท่นหิน เขาหยิบคริสตัลแห่งแสงขึ้นมา มันเปล่งแสงสว่างจ้าในมือของเขา
“นี่คือผนึกแห่งดวงดาวส่วนที่สอง” เรียนกล่าว “เราได้มันมาแล้ว”
เอลาริสมองไปยังคริสตัลนั้น นางเอื้อมมือไปรับมันมาไว้ในมือ เมื่อคริสตัลสัมผัสกับคทาสุริยันจันทรา แสงสีขาวบริสุทธิ์จากคริสตัลก็ผสานเข้ากับแสงสีทองและสีเงินจากคทา เกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับที่สวยงาม
“พลังของมันช่างน่าทึ่ง” เอลาริสรำพึง “ฉันรู้สึกได้ถึงพลังแห่งชีวิตที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน”
ไลร่าวางมือบนบ่าของเอลาริส “เหลืออีกเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เอลาริส แล้วเราก็จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้” นางชี้ไปที่แผนที่ในมือของเรียน “ผนึกส่วนสุดท้ายอยู่ที่ยอดเขาแห่งสายลมคำราม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใกล้กับเขตแดนของราชาปีศาจมาลากอร์มากที่สุด”
เอลาริสพยักหน้า นางมองไปยังคริสตัลแห่งแสงในมือของนาง แล้วมองไปยังผนึกแห่งดวงดาวส่วนแรกที่อยู่ในถุงผ้า นางรู้สึกได้ถึงความหวังที่กำลังจะกลับมาสู่โลกใบนี้
“เราไปกันเถอะ” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องรีบไปก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง”

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก