โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,124 คำ
แสงสว่างจ้าพวยพุ่งออกจากคทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงสว่างธรรมดา แต่มันคือพลังแห่งชีวิต พลังแห่งความหวัง และพลังแห่งพันธสัญญาที่หลับใหลอยู่ภายในสายเลือดของราชวงศ์สุริยันจันทรา มันคือพลังที่เอลาริสได้รวบรวมมาจากผนึกแห่งดวงดาวทั้งสามส่วน และจากจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของนาง
เอลาริสพุ่งเข้าใส่ราชาปีศาจมาลากอร์อย่างไม่ลังเล ร่างกายของนางถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองและสีเงินที่เรืองรอง ราวกับเทพธิดาแห่งแสงสว่างที่กำลังจะทำสงครามกับความมืดมิด
มาลากอร์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้หรือ! เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ! พลังของเจ้าไม่สามารถทำอะไรข้าได้หรอก!”
มาลากอร์ยกมือขึ้น แสงสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของมัน แสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เอลาริส
แต่เอลาริสกลับไม่สะทกสะท้าน นางใช้คทาสุริยันจันทราฟาดฟันเข้าใส่แสงสีแดงฉานของมาลากอร์ แสงสว่างจากคทาปะทะเข้ากับความมืดมิดของมาลากอร์ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรง
พลังที่มหาศาลปะทะกันจนผืนฟ้าสั่นสะเทือน ก้อนหินและเศษซากปรักหักพังรอบๆ ยอดเขาถูกพลังนั้นทำลายจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
เอลาริสรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะฉีกร่างของนางออกเป็นเสี่ยงๆ แต่นางก็กัดฟันอดทน นางจะไม่ยอมแพ้ นางจะต้องปกป้องโลกใบนี้ให้ได้
“เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก มาลากอร์!” เอลาริสคำราม “ฉันจะผนึกเจ้าไว้ตลอดกาล!”
เอลาริสใช้พลังทั้งหมดที่มี พุ่งเข้าแทงคทาสุริยันจันทราเข้าใส่ร่างของมาลากอร์
มาลากอร์ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามจะหลบหลีก แต่พลังของเอลาริสนั้นรวดเร็วเกินกว่าที่มันจะหลบได้
คทาสุริยันจันทราแทงทะลุร่างของมาลากอร์ แสงสีทองและสีเงินพวยพุ่งออกจากปลายคทา แสงนั้นแผ่กระจายออกไปปกคลุมร่างของมาลากอร์ทั้งหมด
มาลากอร์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงสีแดงฉานที่เคยแผ่ออกมาจากร่างของมันเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
“ไม่… ไม่จริง… ข้า… ข้าจะถูกผนึกไม่ได้!” มาลากอร์คำราม
แต่พลังของเอลาริสนั้นรุนแรงเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทรากำลังดูดกลืนพลังของมาลากอร์เข้าไปในตัวมันเอง ผนึกแห่งดวงดาวที่อยู่ในคทาเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
มาลากอร์ส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเล็กที่ถูกผนึกไว้ในคทาสุริยันจันทราอย่างสมบูรณ์
เมื่อมาลากอร์ถูกผนึก ความมืดมิดที่เคยปกคลุมท้องฟ้าก็เริ่มจางหายไป แสงตะวันเริ่มสาดส่องลงมาอีกครั้ง ดวงจันทร์สองดวงที่เคยเคลื่อนที่เข้าหากันก็ค่อยๆ ถอยห่างออกจากกัน
เอลาริสยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องลงมา คทาสุริยันจันทราในมือของนางเปล่งแสงสว่างจ้า แสงสีทองและสีเงินเต้นรำประสานกันอย่างกลมกลืน
นางรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาในร่างกาย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจและความโล่งใจที่ได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ได้สำเร็จ
เคเอลและไลร่ารีบวิ่งเข้ามาหาเอลาริส ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความโล่งใจ
“เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “เจ้าผนึกมาลากอร์ได้สำเร็จแล้ว!”
เคเอลเข้ามาสวมกอดเอลาริสอย่างอบอุ่น “เจ้าคือวีรสตรีของเรา เอลาริส”
เอลาริสยิ้มเล็กน้อย ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นโลกกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองอยู่นั้น เสียงหัวเราะอันเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมาลากอร์ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย
พวกเขาทั้งหมดหันกลับไปมอง ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเงาร่างของชายผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องตกใจยิ่งกว่าคือดวงตาของเขาที่เปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับดวงตาของปีศาจ
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำลายข้าได้ง่ายๆ หรือ ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา!” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “มาลากอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้าเท่านั้น!”
ชายผู้นั้นค่อยๆ ปลดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าของ… เรียน!
“เรียน!” เอลาริสอุทานด้วยความตกใจ “เจ้า… เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ!”
เรียนยิ้มอย่างเยือกเย็น “แน่นอน เอลาริส ข้าคือ ‘เงาแห่งความมืดที่แท้จริง’ ผู้ที่ถูกมาลากอร์เลือกให้เป็นผู้สืบทอดพลังของมัน!”
ร่างของเรียนเริ่มเปลี่ยนไป ร่างกายของเขากลายเป็นเงาสีดำขนาดใหญ่ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ปีกค้างคาวขนาดมหึมาของเขากางออกบดบังท้องฟ้าทั้งหมด
“มาลากอร์เป็นเพียงผู้เบิกทางเท่านั้น” เงาแห่งความมืดที่แท้จริงกล่าว “ข้าคือผู้ที่จะกลืนกินโลกใบนี้ให้สิ้นซาก!”
เงาแห่งความมืดที่แท้จริงพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมันฟาดฟันเข้าที่คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส
คทาในมือของเอลาริสสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงสีทองและสีเงินที่เคยส่องประกายเจิดจ้ากลับหรี่ลงและเลือนหายไป
“เจ้าไม่มีทางสู้ข้าได้หรอก เอลาริส!” เงาแห่งความมืดที่แท้จริงคำราม “พลังของเจ้าอ่อนแอเกินไป!”
เอลาริสรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะฉีกร่างของนางออกเป็นเสี่ยงๆ นางพยายามจะต่อต้าน แต่พลังของเงาแห่งความมืดที่แท้จริงนั้นรุนแรงเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้
“เอลาริส!” เคเอลและไลร่าตะโกน พวกเขาพยายามจะพุ่งเข้ามาช่วยนาง แต่เงาแห่งความมืดที่แท้จริงกลับสร้างกำแพงพลังงานสีดำทมิฬขึ้นมาป้องกันตัวเองไว้
เงาแห่งความมืดที่แท้จริงหัวเราะอย่างผู้ชนะ “ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะทำลายเจ้า และกลืนกินโลกใบนี้ให้สิ้นซาก!”
เงาแห่งความมืดที่แท้จริงยกมือขึ้น แสงสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของมัน แสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เอลาริส
เอลาริสหลับตาลง นางรู้ว่านางไม่สามารถต้านทานพลังนั้นได้แล้ว
‘นี่คือจุดจบแล้วจริงๆ หรือ…’ นางคิด
แต่ก่อนที่แสงสีดำทมิฬจะกระทบเข้ากับเอลาริส เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นในจิตใจของนางอีกครั้ง
“จงเชื่อมั่นในพลังที่แท้จริงของเจ้า… จงเชื่อมั่นในจิตวิญญาณของเจ้า… จงเชื่อมั่นในพันธสัญญา…”
เอลาริสลืมตาขึ้น นางมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของนาง แสงสีทองและสีเงินที่เคยหรี่ลงกลับมาส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงจากผนึกแห่งดวงดาวก็เช่นกัน
นางรู้แล้วว่านางต้องทำอะไร
“ฉันจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกนี้ได้หรอก เรียน!” เอลาริสคำราม “ฉันจะปกป้องโลกใบนี้ด้วยชีวิตของฉัน!”
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ทั้งหมดในร่างกาย และจากผนึกแห่งดวงดาว แสงสีทองและสีเงินพวยพุ่งออกจากร่างของนาง แสงนั้นพุ่งตรงเข้าสู่คทาสุริยันจันทรา
คทาสุริยันจันทราเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงสว่าง แต่เป็นแสงแห่งชีวิต แสงแห่งความหวัง แสงแห่งพันธสัญญาที่แท้จริง
เอลาริสใช้พลังทั้งหมดที่มี พุ่งเข้าใส่เงาแห่งความมืดที่แท้จริง!
แต่คราวนี้ เอลาริสไม่ได้ใช้พลังโจมตี นางใช้พลังแห่งการผนึก!
แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราพุ่งออกไปเป็นสายโซ่เวทมนตร์ที่เรืองรอง มันพันธนาการเงาแห่งความมืดที่แท้จริงไว้แน่นหนา
เงาแห่งความมืดที่แท้จริงส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันพยายามจะดิ้นรนหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ร่างกายของมันถูกบีบอัดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเล็กที่ถูกผนึกไว้ในคทาสุริยันจันทราอย่างสมบูรณ์
เมื่อเงาแห่งความมืดที่แท้จริงถูกผนึก แสงสว่างก็กลับมาเยือนโลกอีกครั้ง ผืนฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าสดใส ดวงอาทิตย์สาดแสงสว่างจ้าลงมาอีกครั้ง ดวงจันทร์สองดวงที่เคยเคลื่อนที่เข้าหากันก็หายไป
เอลาริสยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องลงมา คทาสุริยันจันทราในมือของนางเปล่งแสงสว่างจ้า แสงสีทองและสีเงินเต้นรำประสานกันอย่างกลมกลืน
นางรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาในร่างกาย แต่นางก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด
“เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!” ไลร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
เคเอลเข้ามาสวมกอดเอลาริสอย่างอบอุ่น “เจ้าคือวีรสตรีของเรา เอลาริส”
เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของนาง มันเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ สัญลักษณ์ของความหวัง และสัญลักษณ์ของพันธสัญญาที่นางได้ทำตามแล้ว
โลกใบนี้ปลอดภัยแล้ว…
แต่ในขณะที่เอลาริสกำลังจะทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยล้า เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นในจิตใจของนางอีกครั้ง
“ยังไม่จบ… เอลาริส… ยังไม่จบ…”
เอลาริสรู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังดึงดูดนางเข้าไปในคทาสุริยันจันทรา ร่างกายของนางเริ่มโปร่งแสง แสงสีทองและสีเงินที่เคยห่อหุ้มนางไว้เริ่มจางหายไป
“เอลาริส!” ไลร่าและเคเอลอุทานด้วยความตกใจ
เอลาริสมองไปยังสหายของนาง ใบหน้าของนางมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความเสียสละ
“ฉัน… ฉันต้องไปแล้ว… ไลร่า… เคเอล…” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันต้องเป็นส่วนหนึ่งของผนึก… เพื่อให้มาลากอร์… และเงาแห่งความมืดที่แท้จริง… ถูกผนึกไว้ตลอดกาล…”
ร่างของเอลาริสค่อยๆ สลายหายไป กลายเป็นละอองแสงสีทองและสีเงินที่ลอยลิ่วเข้าไปในคทาสุริยันจันทรา
คทาสุริยันจันทราเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางลง เหลือเพียงคทาที่วางอยู่บนพื้นหินอย่างโดดเดี่ยว
ไลร่าและเคเอลทรุดตัวลงคุกเข่า พวกเขามองไปยังคทาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเศร้าโศกเสียใจ และความภาคภูมิใจในวีรสตรีผู้เสียสละ
เอลาริสได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้ว… นางได้ปกป้องโลกใบนี้ไว้ด้วยชีวิตของนางเอง…

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก