โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 634 คำ
ยอดเขาแห่งสายลมคำรามกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องลงมาอาบไล้ผืนหินที่ยังคงมีร่องรอยของการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ทว่าไร้ซึ่งเงาของราชาปีศาจมาลากอร์และเงาแห่งความมืดที่แท้จริง เหลือเพียงคทาสุริยันจันทราที่วางสงบนิ่งอยู่บนพื้นหิน เปล่งแสงเรืองรองจางๆ ราวกับดวงวิญญาณของผู้พิทักษ์ยังคงสถิตอยู่ภายใน
ไลร่าและเคเอลยืนอยู่ข้างคทา ดวงตาของพวกเขาทอประกายความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของธรรมชาติ
“เอลาริส…” เคเอลรำพึงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขายื่นมือไปสัมผัสคทาที่เย็นเฉียบ น้ำตาคลอเบ้า “ทำไม… ทำไมเจ้าต้องเสียสละตัวเองด้วย…”
ไลร่าวางมือบนบ่าของเคเอลอย่างอ่อนโยน “เอลาริสรู้ดีว่านี่คือหนทางเดียวที่จะผนึกมาลากอร์และเงาแห่งความมืดที่แท้จริงได้อย่างสมบูรณ์ นางเลือกที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์”
“แต่มันไม่ยุติธรรมเลย!” เคเอลกล่าวด้วยความเจ็บปวด “นางยังเด็กนัก นางเพิ่งจะค้นพบพลังของตัวเอง…”
“นั่นคือภาระที่ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทราต้องแบกรับไว้ เคเอล” ไลร่าอธิบาย “พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่า”
ไลร่าก้มลงหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมา แสงสีทองและสีเงินจากคทาเปล่งประกายออกมาอย่างอ่อนโยน ราวกับจะปลอบโยนจิตใจของพวกเขา
“เอลาริสได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคทาแล้ว เคเอล” ไลร่ากล่าว “ดวงวิญญาณของนางจะสถิตอยู่ในนี้ตลอดไป เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิด”
เคเอลมุ่งไปยังคทาที่อยู่ในมือของไลร่า ดวงตาของเขาทอประกายความมุ่งมั่น “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป ไลร่า? เราจะให้โลกได้รับรู้เรื่องราวของเอลาริสได้อย่างไร?”
“เราจะบอกเล่าเรื่องราวของนาง เคเอล” ไลร่าตอบ “เราจะบอกเล่าเรื่องราวของวีรสตรีผู้เสียสละ ที่ปกป้องโลกใบนี้ด้วยชีวิตของนางเอง”
พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปยังอาณาจักร เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเอลาริสให้แก่ผู้คนได้รับรู้ และเพื่อนำคทาสุริยันจันทรากลับไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
การเดินทางกลับนั้นเต็มไปด้วยความเงียบงันและความเศร้าโศก แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง พวกเขาเห็นโลกที่กลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง เห็นผู้คนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ เห็นเวทมนตร์ที่เริ่มกลับคืนมาอย่างช้าๆ
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงอาณาจักร ผู้คนต่างออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยความยินดี ผู้คนต่างเฉลิมฉลองการหายไปของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ และการกลับมาของแสงสว่าง
ไลร่าและเคเอลได้เล่าเรื่องราวของเอลาริสให้แก่ผู้คนได้รับรู้ ผู้คนต่างตกตะลึงกับเรื่องราวของเด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่ง ที่กลายเป็นวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ และเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องโลกใบนี้
เรื่องราวของเอลาริสถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นตำนานที่ไม่มีวันเลือนหาย ผู้คนต่างยกย่องนางเป็นเทพธิดาแห่งแสงสว่าง และเป็นผู้พิทักษ์โลกใบนี้
คทาสุริยันจันทราถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ใจกลางอาณาจักร มันถูกวางอยู่บนแท่นบูชาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรสตรีผู้เสียสละ แสงสีทองและสีเงินจากคทายังคงเปล่งประกายเรืองรองจางๆ ราวกับดวงวิญญาณของเอลาริสยังคงสถิตอยู่ภายใน
หลายปีผ่านไป โลกใบนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง เวทมนตร์เริ่มกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ ผู้คนและสิ่งมีชีวิตวิเศษอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
ไลร่าได้กลายเป็นหัวหน้าจอมเวทของอาณาจักร นางใช้ความรู้และปัญญาของนางเพื่อนำพาอาณาจักรไปสู่ยุคที่รุ่งเรืองยิ่งกว่าเดิม นางยังคงดูแลคทาสุริยันจันทรา และเล่าเรื่องราวของเอลาริสให้แก่คนรุ่นหลังได้รับรู้
เคเอลได้กลายเป็นหัวหน้าองครักษ์ของอาณาจักร เขาใช้ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของเขาเพื่อปกป้องอาณาจักรและผู้คน เขาไม่เคยลืมวีรสตรีผู้เสียสละที่เขาเคยร่วมเดินทางมาด้วยกัน
วันหนึ่ง ไลร่ายืนอยู่เบื้องหน้าคทาสุริยันจันทราในวิหารศักดิ์สิทธิ์ นางสัมผัสคทาด้วยความอ่อนโยน แสงสีทองและสีเงินจากคทาเปล่งประกายออกมา ราวกับจะตอบรับการสัมผัสของนาง
“เอลาริส…” ไลร่ารำพึง “เจ้าได้ทำตามพันธสัญญาแล้ว เจ้าได้ปกป้องโลกใบนี้ไว้ด้วยชีวิตของเจ้าเอง”
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในจิตใจของไลร่า
“ความมืดมิดไม่เคยหายไปอย่างแท้จริง… ไลร่า… มันเพียงแค่หลับใหลอยู่ชั่วคราว… จงอย่าประมาท… จงเตรียมพร้อมเสมอ…”
ไลร่าเบิกตากว้าง นางมองไปยังคทาสุริยันจันทราด้วยความตกใจ เสียงนั้น… เสียงของเอลาริส!
“เอลาริส… เจ้า… เจ้ายังอยู่หรือ!” ไลร่าถามด้วยความตื่นเต้น
เสียงกระซิบแผ่วเบาตอบกลับมาอีกครั้ง
“ข้าคือส่วนหนึ่งของคทา… ไลร่า… ข้าคือผนึก… ข้าคือผู้พิทักษ์… ตราบใดที่โลกใบนี้ยังต้องการแสงสว่าง… ข้าก็จะยังคงอยู่…”
ไลร่ายิ้มออกมาด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจ เอลาริสยังคงอยู่ นางยังคงเป็นผู้พิทักษ์โลกใบนี้ ตลอดไป…
ไลร่ารู้แล้วว่าภาระของนางยังไม่จบสิ้น นางจะต้องเตรียมพร้อมเสมอ สำหรับวันที่ความมืดมิดจะกลับมาอีกครั้ง และนางจะต้องส่งต่อเรื่องราวของเอลาริส และพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้แก่คนรุ่นหลัง เพื่อให้พวกเขารู้ว่าเมื่อใดที่โลกต้องการแสงสว่าง จะมีวีรสตรีผู้หนึ่งที่พร้อมจะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องโลกใบนี้
คทาสุริยันจันทราเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นพุ่งขึ้นสู่เพดานวิหาร ทะลุผ่านขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่ไม่มีวันดับสลาย

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก