คทาสุริยัน

ตอนที่ 40 — เงาอดีตในวิหารโบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,151 คำ

สายลมหนาวพัดโชยเอื่อย ต้องปุยเมฆสีเทาหนาทึบให้เลื่อนไหลปกคลุมยอดเขาเอนิสเทรียอันสูงตระหง่าน วิหารแห่งอรุณรุ่งที่เคยเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและพลังเวทมนตร์บัดนี้กลับจมดิ่งอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องโหว่ของผนังหินที่ผุกร่อน ราวกับเสียงคร่ำครวญของกาลเวลาที่ผ่านเลย เอลาริสและสหายทั้งสาม อันได้แก่ เครอสตัน ‌จอมทัพผู้แข็งแกร่ง, ลิริอัส นักธนูผู้เงียบขรึมและว่องไว, และเฟรย่า จอมเวทสาวผู้รอบรู้ ได้มาถึงที่นี่ตามเบาะแสสุดท้ายที่ได้จากบันทึกโบราณที่พวกเธอค้นพบในห้องสมุดลับของราชสำนักเอลฟ์

"ที่นี่...มันเคยยิ่งใหญ่กว่าที่ตาเห็น" เฟรย่ารำพึงเบาๆ ดวงตาสีฟ้าครามกวาดมองไปรอบๆ ​ซากปรักหักพังของเสาหินที่สลักลวดลายอันวิจิตรบรรจง แต่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยมอสและเถาวัลย์หนาทึบ "พลังเวทที่เคยแผ่ซ่านทั่วบริเวณนี้มันจางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้า"

เอลาริสสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากก้อนหินทุกก้อน ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่เป็นความรู้สึกของการสูญเสีย การจากไปของบางสิ่งบางอย่างที่เคยมีชีวิตชีวาที่นี่ เธอวางมือบนผนังหินที่สลักภาพสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์และพระจันทร์เกี่ยวพันกัน สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏบนจี้ที่เธอได้รับจากมารดา ‍พลังบางอย่างแล่นผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างของเธอ มันไม่ใช่พลังที่รุนแรง แต่เป็นความรู้สึกเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง ราวกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเอง

"ฉันรู้สึกได้...ว่าที่นี่มีความเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของฉัน" เอลาริสกล่าวเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีมรกตฉายแววครุ่นคิด "เหมือนมีเสียงกระซิบจากอดีต"

เครอสตันก้าวเข้ามาใกล้ มือหนาแตะไหล่ของเอลาริสเบาๆ ‌"เรามาที่นี่เพื่อไขปริศนา ไม่ใช่เพื่อจมปลักกับความเศร้าโศกเอลาริส ความจริงรอเราอยู่ภายใน" เขาพูดปลุกขวัญ

ทางเข้าวิหารถูกปิดตายด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยอักษรรูนโบราณ เฟรย่าเดินเข้าไปพินิจอักษรเหล่านั้นอย่างตั้งใจ นิ้วเรียวไล่ไปตามรอยสลักที่เลือนราง "นี่คืออักษรแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา พวกเขาเขียนบทสวดเพื่อปกปักษ์วิหารแห่งนี้จากผู้ไม่หวังดี"

"แล้วเราจะเข้าไปได้อย่างไร?" ‍ลิริอัสถาม พลางกวาดสายตาสำรวจรอบๆ มองหาทางเข้าลับหรือจุดอ่อนของวิหาร

"ต้องเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายโดยตรงเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดประตูได้" เฟรย่าตอบ พลางหันไปมองเอลาริส "เอลาริส เธอคือความหวังเดียวของเรา"

เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลง ​พยายามรวบรวมสมาธิ นึกถึงพลังที่เคยไหลเวียนในตัวเธอเมื่อยามที่เธอใช้มันเพื่อปกป้องสหาย เธอยื่นมือออกไปแตะแผ่นหินอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่เพียงแค่สัมผัส แต่เธอกลับปล่อยให้พลังเวทที่ซ่อนเร้นในตัวเธอไหลผ่านปลายนิ้วไปสู่แผ่นหินนั้น อักษรรูนที่เคยเลือนรางกลับส่องแสงสีทองเรืองรอง แสงนั้นเต้นระริกราวกับมีชีวิต ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ​แผ่นหินที่หนักอึ้งค่อยๆ เคลื่อนตัวออกช้าๆ พร้อมกับเสียงครืดคราดที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ

ประตูวิหารเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวเข้าไปในความลึกของภูเขา อากาศภายในวิหารเย็นยะเยือกกว่าภายนอก และมีกลิ่นอับชื้นของกาลเวลาปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณ

"ระวังตัวไว้" เครอสตันเตือน ​พลางชักดาบออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบวูบไหวในความมืด ลิริอัสเตรียมธนูพร้อม ลูกศรเหล็กกล้าพร้อมจะพุ่งทะยานได้ทุกเมื่อ เฟรย่าร่ายคาถาแสงสว่าง ลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของเธอ ส่องนำทางให้พวกเขาก้าวเข้าไปในความมืดมิด

ภายในวิหารนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าที่คาดคิด ทางเดินนำพวกเขามาสู่ห้องโถงหลักที่เพดานสูงลิบลิ่ว ผนังประดับด้วยภาพวาดฝาผนังที่เลือนลางบอกเล่าเรื่องราวของราชวงศ์สุริยันจันทรา การก่อตั้งอาณาจักร ความรุ่งเรืองของเวทมนตร์ และภัยคุกคามจากราชาปีศาจมาลากอร์ที่เคยถูกผนึกไว้เมื่อหลายพันปีก่อน

ตรงกลางห้องโถงมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ด้านบนแท่นมีแท่นแกะสลักรูปคทาอันงดงาม แต่คทานั้นกลับว่างเปล่า

"คทาสุริยันจันทรา...มันไม่ได้อยู่ที่นี่" เฟรย่าถอนหายใจอย่างผิดหวัง

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอสัมผัสถึงความร้อนระอุจากแท่นหิน ราวกับว่ามันยังคงจดจำพลังของคทาที่เคยประทับอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องโถง และพลันสายตาก็ไปสะดุดกับอักษรรูนขนาดเล็กที่สลักอยู่บนขอบแท่นบูชา อักษรเหล่านั้นแตกต่างจากอักษรอื่นๆ ที่เธอเคยเห็น มันส่องแสงเรืองรองคล้ายกับอักษรที่ปรากฏบนประตูทางเข้า

"นี่มัน...เป็นบทสวดอีกแล้ว แต่เป็นภาษาโบราณกว่าเดิม" เฟรย่าเดินเข้ามาดู "ดูเหมือนว่ามันจะบอกถึงตำแหน่งของคทา"

เอลาริสเอื้อมมือไปแตะอักษรรูนอีกครั้ง ทันใดนั้น ภาพหลอนก็ถาโถมเข้าสู่จิตใจของเธอ เธอเห็นสตรีผู้หนึ่งที่มีใบหน้างดงามและดวงตาสีมรกตเช่นเดียวกับเธอ สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่บนแท่นบูชาแห่งนี้ มือของนางถือคทาที่ส่องประกายเจิดจ้า คทาสุริยันจันทรา นางกำลังร่ายเวทมนตร์อันทรงพลังเพื่อผนึกบางสิ่งบางอย่างที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว ภาพนั้นเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาในโสตประสาทของเธอ

"ไปที่หอคอยแห่งจันทรา...ค้นหาแสงแห่งปัญญา...เพื่อปลุกพลังแห่งสุริยันจันทรา..."

เอลาริสล้มลงไปกับพื้น เฟรย่ารีบเข้ามารับร่างของเธอไว้ "เอลาริส! เธอเป็นอะไรไป?"

"ฉัน...ฉันเห็น..." เอลาริสหอบหายใจ "ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเหมือนฉันมาก...และเธอพูดถึงหอคอยแห่งจันทรา"

เฟรย่าเบิกตากว้าง "หอคอยแห่งจันทรา? นั่นเป็นสถานที่ในตำนานที่เชื่อกันว่าเก็บรักษาความรู้และสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ที่สำคัญที่สุดของราชวงศ์สุริยันจันทรา มันเป็นเพียงแค่ตำนาน ไม่มีใครเคยพบมันมาก่อน!"

"แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีอยู่จริง" เอลาริสยืนยัน พลางลุกขึ้นยืนช้าๆ "และฉันคิดว่านั่นคือเบาะแสต่อไปของเรา"

เครอสตันมองเอลาริสด้วยแววตาเป็นห่วง "พลังของเธอดูเหมือนจะตื่นขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็อันตรายมากขึ้นด้วย เธอต้องควบคุมมันให้ได้"

"ฉันรู้" เอลาริสพยักหน้า "แต่ฉันไม่มีทางเลือก นี่คือชะตากรรมของฉัน"

ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกัน แสงสีแดงฉานก็ส่องวาบเข้ามาจากช่องแสงบนเพดานวิหาร พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องล่างของวิหาร

"นั่นอะไรน่ะ?" ลิริอัสชักธนูขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าตึงเครียด

"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ใช่แขกเพียงกลุ่มเดียวในวิหารแห่งนี้" เฟรย่ากล่าวพลางร่ายคาถาป้องกัน

จากเงามืดของทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังชั้นใต้ดินของวิหาร ร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดก็ปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านไฟ ลำตัวของมันมีอักษรรูนสีดำสลักอยู่ มันคือ "ผู้พิทักษ์เงา" สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากเวทมนตร์แห่งความมืดเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทางราชาปีศาจมาลากอร์

"ผู้พิทักษ์เงา! มันไม่น่าจะยังเหลือรอดอยู่ได้" เฟรย่าอุทานด้วยความตกใจ "นี่มันหมายความว่ามาลากอร์กำลังตื่นขึ้นเรื่อยๆ"

ผู้พิทักษ์เงาคำรามอีกครั้ง พุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

เครอสตันรับการโจมตีแรกด้วยโล่ของเขา เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วห้องโถง ลิริอัสระดมยิงลูกศรเข้าใส่ร่างของมัน แต่ลูกศรเหล่านั้นกลับกระดอนออกจากเกล็ดที่แข็งแกร่งของมันราวกับยิงใส่หินผา

"มันไม่สะทกสะท้านเลย!" ลิริอัสกล่าวอย่างหงุดหงิด

"เกล็ดของมันถูกปกคลุมด้วยเวทมนตร์แห่งความมืด ต้องใช้พลังเวทบริสุทธิ์เท่านั้นถึงจะทำลายมันได้!" เฟรย่าตะโกน

เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอรวบรวมพลังเวทในตัวเธอ แสงสีทองอ่อนๆ เริ่มแผ่ออกมาจากฝ่ามือของเธอ ภาพของสตรีผู้เป็นบรรพบุรุษยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เธอจำได้ถึงความรู้สึกของพลังที่ไหลเวียนในตัวนาง เธอหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอก็ส่องประกายสีทองอร่าม

"แสงสุริยันจันทรา จงส่องนำทาง!" เอลาริสร่ายคาถา เสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่กลับกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พลังเวทสีทองพุ่งออกจากฝ่ามือของเธอเป็นลำแสงเจิดจ้า เข้าปะทะกับร่างของผู้พิทักษ์เงาอย่างจัง

ผู้พิทักษ์เงากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำสนิทของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของมัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นรนเพื่อหลบหนี แต่ลำแสงของเอลาริสกลับรัดตรึงมันไว้แน่น

เครอสตันเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าใส่ผู้พิทักษ์เงาด้วยดาบที่อาบไปด้วยพลังเวทที่เฟรย่าร่ายใส่ให้ ดาบของเขากรีดลงบนเกล็ดที่แตกหักของมันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ ลิริอัสไม่รอช้า ยิงลูกศรแห่งแสงที่เฟรย่าร่ายคาถาใส่เข้าสู่รอยแยกนั้นอย่างแม่นยำ

ผู้พิทักษ์เงาคำรามเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของมันระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันฉุนกึก

เอลาริสทรุดตัวลงอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ แต่รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอทำได้ เธอเอาชนะมันได้ด้วยพลังของเธอเอง

"เธอก้าวหน้าไปมากเอลาริส" เฟรย่ากล่าวด้วยความชื่นชม "พลังของเธอช่างน่าอัศจรรย์"

"แต่ก็อันตรายเช่นกัน" เครอสตันเสริม "เราต้องรีบไปหาหอคอยแห่งจันทรา เพื่อที่เธอจะได้ฝึกฝนและควบคุมพลังนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนที่มาลากอร์จะตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัว"

เอลาริสมองไปที่แท่นบูชาที่ว่างเปล่าอีกครั้ง คำกระซิบจากบรรพบุรุษยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ "หอคอยแห่งจันทรา...แสงแห่งปัญญา..." เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล แต่ตอนนี้เธอมีความหวัง เธอมีความเชื่อมั่นในตัวเองและพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

พวกเขาทิ้งวิหารแห่งอรุณรุ่งไว้เบื้องหลัง ก้าวออกไปสู่แสงแดดที่เริ่มส่องลอดก้อนเมฆออกมา แสงนั้นดูเหมือนจะให้ความหวังใหม่แก่พวกเขา การเดินทางสู่หอคอยแห่งจันทรากำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความจริงที่รอคอยการเปิดเผย และชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของทายาทแห่งสุริยันจันทรา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!