การเดินทางของเอลาริสและสหายผู้กล้านำพาพวกเขาออกจากพนาไพรแห่งปฐมมนตราอันร่มรื่น มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ลมพัดหวีดหวิวพัดพาเอาละอองเกสรดอกไม้ป่าสีม่วงอ่อนปลิวว่อนไปในอากาศ ราวกับกำลังโปรยปรายเวทมนตร์แห่งความหวัง แต่ในใจกลางของความงดงามนั้น ก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่คอยเกาะกุมจิตใจของเอลาริสไว้
"อาจารย์คะ หลังจากที่ข้าได้เห็นภาพของท่านอลิเซีย ข้ารู้สึกเหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไปในตัวข้า" เอลาริสเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังหยุดพักดื่มน้ำใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ "พลังของข้าเหมือนจะตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น แต่ก็มีบางครั้งที่ข้ารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจับจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา"
อาจารย์เอเธนพยักหน้า ใบหน้าของเขาครุ่นคิด "นั่นเป็นเรื่องปกติเอลาริส เมื่อพลังเวทในตัวเจ้าตื่นขึ้น ประสาทสัมผัสของเจ้าก็จะไวขึ้นตามไปด้วย และเจ้าก็พูดถูก มีบางสิ่งกำลังจับตาดูเราอยู่จริง"
ไกรธรขยับดาบที่เหน็บเอวให้กระชับขึ้น ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศทาง "ข้าก็รู้สึกเช่นกัน มีกลิ่นอายของความมืดมิดที่แฝงเร้นอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นอายของมาลากอร์โดยตรง แต่เป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน"
ลิลลี่ที่กำลังปีนขึ้นไปสำรวจบนต้นไม้สูงร่วงลงมาอย่างแผ่วเบา "ข้าเห็นรอยเท้าแปลกๆ บนพื้นดิน มันไม่ใช่รอยเท้าสัตว์ป่า และมันก็ไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ธรรมดา"
ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวของลูกศรก็แหวกอากาศผ่านมาอย่างรวดเร็ว ปักลงบนลำต้นไม้ห่างจากเอลาริสไปเพียงคืบเดียว!
"ระวัง!" ไกรธรตะโกน เขาดึงดาบออกจากฝักและตั้งท่าเตรียมพร้อม
จากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดเกราะสีดำทะมึนที่ดูเก่าแก่แต่แข็งแกร่ง ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็กที่มีลวดลายคล้ายเขี้ยวอสูร ดวงตาภายใต้หน้ากากนั้นทอประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่คุกรุ่น เขามีธนูอยู่ในมือ และลูกศรอีกหลายดอกเหน็บอยู่ที่หลัง
"ในที่สุดก็เจอพวกเจ้าเสียที... ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับเสียงของก้อนหินที่ถูกเสียดสี
เอลาริสรู้สึกถึงกระแสพลังงานอันมืดมิดที่แผ่ออกมาจากชายผู้นั้น มันเป็นพลังที่คุ้นเคย แต่ก็แตกต่างจากพลังของมาลากอร์โดยสิ้นเชิง
"เจ้าเป็นใคร?" เอลาริสถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความกลัวไว้
ชายผู้นั้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นน่าขนลุก "ข้าคือ... โครินทร์ ผู้รับใช้แห่งเงา และข้ามาที่นี่เพื่อนำพาเจ้ากลับไปหาเจ้านายของข้า"
"เจ้านายของเจ้าคือมาลากอร์อย่างนั้นหรือ!" ไกรธรตะโกน
"ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องรู้" โครินทร์ตอบ เขาชักลูกศรขึ้นมาพาดสายธนู "แต่สิ่งเดียวที่เจ้าต้องรู้คือ ชะตากรรมของเจ้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว"
ก่อนที่เอลาริสจะทันได้ตอบโต้ โครินทร์ก็ยิงลูกศรออกมาหลายดอกพร้อมกัน ลูกศรเหล่านั้นไม่ได้พุ่งตรงมาที่เอลาริส แต่กลับพุ่งตรงไปยังอาจารย์เอเธนและไกรธร
"อาจารย์! ไกรธร!" เอลาริสตะโกนด้วยความตกใจ
ไกรธรใช้ดาบปัดป้องลูกศรเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่อาจารย์เอเธนยกมือขึ้นสร้างบาเรียเวทมนตร์โปร่งแสงขึ้นมาป้องกันตัว ลูกศรเหล่านั้นปะทะกับบาเรียและแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
"เจ้านายของเจ้าคงจะส่งคนมารอรับเจ้าไปพบซินะ" อาจารย์เอเธนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่เราจะไม่ยอมให้มันเป็นไปตามที่พวกเจ้าต้องการ"
โครินทร์ไม่ตอบโต้ เขาพุ่งตัวเข้ามาหาไกรธรอย่างรวดเร็ว ดาบสั้นสองเล่มปรากฏขึ้นในมือของเขา แสงสีดำทะมึนรายล้อมอยู่รอบคมดาบ
"ระวังดาบของมัน!" อาจารย์เอเธนเตือน "มันเคลือบด้วยพิษแห่งความมืดมิด"
ไกรธรใช้ดาบของเขาป้องกันการโจมตีอันรวดเร็วของโครินทร์ เสียงดาบปะทะกันดังก้องไปทั่วป่า โครินทร์เป็นนักรบที่เก่งกาจและว่องไว การเคลื่อนไหวของเขาไร้เสียงราวกับเงา และการโจมตีของเขาก็แม่นยำและรวดเร็วอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน ลิลลี่ก็เริ่มยิงลูกธนูเข้าใส่โครินทร์ ลูกธนูของเธอพุ่งตรงไปยังจุดอ่อนในชุดเกราะของเขา แต่โครินทร์ก็สามารถปัดป้องและหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย ราวกับเขามีตาหลัง
เอลาริสมองดูการต่อสู้ด้วยความรู้สึกร้อนรน เธออยากจะช่วยเพื่อนๆ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร พลังเวทมนตร์ของเธอยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับนักรบผู้ลึกลับผู้นี้ได้
"เอลาริส! จงรวบรวมพลังของเจ้า!" อาจารย์เอเธนตะโกน "จงจำสิ่งที่เจ้าได้เรียนรู้ในพนาไพรแห่งปฐมมนตรา จงปกป้องจิตใจของเจ้าจากความกลัว!"
คำพูดของอาจารย์เอเธนทำให้เอลาริสรู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอหลับตาลง พยายามทำสมาธิอีกครั้ง เธอจินตนาการถึงแสงสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป โอบล้อมจิตใจของเธอไว้ ปกป้องมันจากความมืดมิดและเสียงกระซิบอันชั่วร้าย
เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายด้วยแสงสีทองอ่อนๆ เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังที่ไม่ใช่แค่พลังธาตุ แต่เป็นพลังแห่งความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของบรรพชน
"โครินทร์ เจ้าจะไม่มีทางพาข้าไปได้!" เอลาริสตะโกน เธอเหวี่ยงมือออกไป กระแสลมอันรุนแรงก็พุ่งเข้าใส่โครินทร์ ทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว
โครินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาภายใต้หน้ากากจ้องมองมาที่เอลาริสด้วยความประหลาดใจ
"พลังของเจ้า... เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว" เขาพึมพำ "แต่ก็ยังไม่เพียงพอ!"
โครินทร์พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เขาพุ่งตรงมาที่เอลาริสโดยไม่สนใจไกรธรและลิลลี่
"เอลาริสระวัง!" ไกรธรตะโกน
เอลาริสพยายามตั้งรับ เธอรวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่มี สร้างบาเรียป้องกันขึ้นมา แต่บาเรียของเธอก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานการโจมตีของโครินทร์ได้
ดาบสั้นของโครินทร์ฟาดฟันเข้าใส่บาเรียของเอลาริสอย่างรุนแรง บาเรียเริ่มสั่นไหวและมีรอยร้าวปรากฏขึ้น เอลาริสรู้สึกเจ็บแปลบที่แขนราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
"เอลาริส!" อาจารย์เอเธนรีบเข้ามาช่วย เขายกมือขึ้นร่ายเวทมนตร์ ปล่อยกระแสพลังแสงพุ่งเข้าใส่โครินทร์
โครินทร์จำต้องถอยกลับไปอีกครั้ง เขาจ้องมองไปยังอาจารย์เอเธนด้วยความไม่พอใจ
"ผู้เฒ่า... เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ" โครินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ข้าจำได้ว่าเคยจัดการเจ้าไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน"
อาจารย์เอเธนถอนหายใจ "โครินทร์... เจ้ายังคงเป็นหุ่นเชิดของความมืดมิดเช่นเดิม"
ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะเคยรู้จักกันมาก่อน! เอลาริสรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาจารย์เอเธนเคยมีอดีตที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเช่นนี้
"พอได้แล้วโครินทร์" เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบอีกด้านหนึ่ง "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้รบกับพวกเขา"
จากพุ่มไม้นั้น ชายอีกคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมเสื้อคลุมสีเทาเข้มที่ปกปิดใบหน้าไว้เกือบทั้งหมด มีเพียงดวงตาสีดำสนิทที่มองลอดออกมา ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศ ไม่มีพลังงานมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวเขา แต่เอลาริสกลับรู้สึกถึงความน่าเกรงขามที่มากกว่าโครินทร์หลายเท่า
"เจ้าชายแห่งเงา" อาจารย์เอเธนพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ชายในเสื้อคลุมสีเทาเข้มก้าวเข้ามาใกล้ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเอลาริสและสหายเพียงไม่กี่ก้าว
"เอลาริส... ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามาก" ชายผู้นั้นกล่าว เสียงของเขานุ่มนวลแต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ยากจะต้านทาน "เจ้าคือทายาทแห่งสุริยันจันทรา ผู้ถูกลิขิตให้ถือครองคทา และเจ้าก็คือความหวังเดียวของโลกใบนี้"
"เจ้าเป็นใคร?" เอลาริสถามอีกครั้ง
ชายผู้นั้นยิ้มบางๆ "ข้าคือ... เอเธเนียส" เขาถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาและดวงตาสีดำสนิท "ข้าคือพี่ชายของอาจารย์เอเธน และข้าคือผู้พิทักษ์คนสุดท้ายของราชวงศ์สุริยันจันทรา"
ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำกล่าวของเขา โดยเฉพาะเอลาริสและไกรธร ลิลลี่เบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ
"ท่าน... พี่ชายของอาจารย์?" เอลาริสพึมพำ
อาจารย์เอเธนพยักหน้าอย่างช้าๆ "ใช่แล้ว เอลาริส เขาคือพี่ชายของข้า เอเธเนียส... ผู้ที่ข้าคิดว่าได้ตายไปแล้วในการต่อสู้กับมาลากอร์เมื่อหลายสิบปีก่อน"
เอเธเนียสหันไปมองโครินทร์ "กลับไปได้แล้วโครินทร์ งานของเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว"
โครินทร์พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขาก้มศีรษะให้เอเธเนียสเล็กน้อย แล้วก็หายตัวไปในพุ่มไม้ราวกับเงาที่จางหายไปในความมืดมิด
"ท่าน... ท่านไม่ได้อยู่ข้างมาลากอร์อย่างนั้นหรือ?" เอลาริสถามด้วยความสับสน
เอเธเนียสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าไม่เคยอยู่ข้างความมืดมิด เอลาริส แต่ข้าเลือกที่จะทำงานในเงามืด เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญที่เจ้าจะต้องใช้ในอนาคต"
เขาก้าวเข้ามาใกล้เอลาริสมากขึ้น ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความเศร้า "ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังตามหาคทาสุริยันจันทรา"
เอลาริสพยักหน้า "ใช่ค่ะ ข้าต้องการมันเพื่อผนึกมาลากอร์"
"คทาไม่ได้อยู่ที่ใดที่เจ้าจะสามารถไปหยิบมันมาได้ง่ายๆ" เอเธเนียสกล่าว "มันถูกผนึกไว้ในสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิด และเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เจ้าเคยเจอมา"
"บททดสอบอะไรคะ?" เอลาริสถาม
เอเธเนียสไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยื่นมือออกไปแตะหน้าผากของเอลาริสเบาๆ ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิดของเอลาริส มันเป็นภาพของวิหารโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ตลอดทางขึ้นไปยังวิหารนั้นเต็มไปด้วยกับดักและสัตว์ร้าย ภาพเหล่านั้นชัดเจนและสมจริงราวกับเธอกำลังยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ
"นั่นคือ... วิหารแห่งสุริยันจันทรา" เอเธเนียสกล่าว "สถานที่ที่คทาถูกผนึกไว้"
เอลาริสรู้สึกตกตะลึงกับภาพที่เธอได้เห็น มันเป็นสถานที่ที่ดูศักดิ์สิทธิ์แต่ก็เต็มไปด้วยอันตราย
"ข้าจะตามหาวิหารนั้นได้อย่างไรคะ?" เอลาริสถาม
เอเธเนียสยิ้มอย่างลึกลับ "เบาะแสต่อไปของเจ้าอยู่ที่ 'นครแห่งผู้พิทักษ์' มันเป็นสถานที่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในดินแดนทางใต้ เจ้าจะพบกับแผนที่ที่จะนำทางเจ้าไปยังวิหารแห่งสุริยันจันทราที่นั่น"
ก่อนที่เอลาริสจะทันได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ เอเธเนียสก็หันไปมองอาจารย์เอเธน
"พี่... เจ้ายังคงทำหน้าที่ของเจ้าได้ดีเสมอ" เอเธเนียสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก "ดูแลเอลาริสให้ดี"
"เจ้าก็จะดูแลตัวเองเช่นกันนะน้องชาย" อาจารย์เอเธนตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
เอเธเนียสพยักหน้าเบาๆ แล้วหันกลับมามองเอลาริสอีกครั้ง
"จงจำไว้ เอลาริส พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คทา แต่อยู่ที่หัวใจของเจ้า" เขาเอ่ยทิ้งท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ ราวกับเงาที่จางหายไปพร้อมกับสายลม
เอลาริสและสหายต่างยืนนิ่งงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเพิ่งได้พบกับบุคคลลึกลับที่หายสาบสูญไปนาน และได้รับเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่คทาสุริยันจันทรา แต่ในใจของเอลาริสก็ยังคงมีความสับสนและความสงสัยเกี่ยวกับเอเธเนียสอยู่
"เขา... เป็นคนดีจริงๆ ใช่ไหมคะอาจารย์?" เอลาริสถามด้วยความไม่แน่ใจ
อาจารย์เอเธนถอนหายใจ "ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เอลาริส เอเธเนียสเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อปกป้องโลกใบนี้มาโดยตลอด แต่หนทางที่เขาเลือกเดินนั้นเต็มไปด้วยความลับและปริศนา"
"แต่ตอนนี้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว" ไกรธรกล่าว "นครแห่งผู้พิทักษ์... เราต้องไปที่นั่น"
ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วย "ข้าจะลองหาเส้นทางที่เร็วที่สุดให้"
เอลาริสมองไปยังทิศใต้ที่เอเธเนียสได้กล่าวถึง เธอรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยเบาะแสที่เธอได้รับ และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลก เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเงาปริศนาจากอดีต หรือบททดสอบที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า เธอจะไม่มีวันยอมแพ้

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก