การเดินทางสู่ "นครแห่งผู้พิทักษ์" กินเวลานานหลายวัน เอลาริสและสหายผู้กล้าต้องข้ามผ่านเทือกเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบ ฝ่าฟันกระแสลมที่พัดโหมกระหน่ำราวกับจะฉีกร่างให้ขาดเป็นชิ้นๆ ก่อนจะลงมาสู่หุบเขาเขียวขจีที่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน นครแห่งผู้พิทักษ์นั้นถูกซ่อนเร้นอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้ปรากฏอยู่บนแผนที่ใดๆ ของอาณาจักรปัจจุบัน มีเพียงตำนานเล่าขานถึงการมีอยู่ของมันเท่านั้น
"นครแห่งผู้พิทักษ์... เป็นดินแดนที่ซ่อนเร้นมานานนับพันปี" อาจารย์เอเธนกล่าวขณะที่พวกเขากำลังเดินตามรอยทางแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณนานาชนิด "มันถูกสร้างขึ้นโดยบรรพชนของเจ้า เพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษาความลับและโบราณวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์"
"แล้วเราจะหานครนั้นเจอได้อย่างไรคะ?" เอลาริสถาม "มันดูเหมือนจะไม่มีอยู่จริงเลย"
"เบาะแสสุดท้ายอยู่ที่นี่" อาจารย์เอเธนชี้ไปยังต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ต้นไม้ต้นนั้นมีขนาดใหญ่กว่าต้นไทรยักษ์ในพนาไพรแห่งปฐมมนตราเสียอีก กิ่งก้านของมันแผ่ขยายออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา รากของมันหยั่งลึกเข้าไปในผืนดินราวกับเป็นเส้นเลือดของโลก
"นี่คือ 'ต้นไม้แห่งความทรงจำ'" อาจารย์เอเธนกล่าว "มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดในโลกใบนี้ และมันได้บันทึกความทรงจำของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนผืนพิภพนี้เอาไว้"
"แล้วเราจะถามมันได้อย่างไรคะ?" ลิลลี่ถามด้วยความสงสัย
"เราไม่ต้องถามมัน" อาจารย์เอเธนตอบ "แต่เราจะต้องเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเราเข้ากับมัน"
อาจารย์เอเธนพาเอลาริสและสหายไปยังโขดหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้แห่งความทรงจำ เขาแนะนำให้เอลาริสนั่งลงบนโขดหินนั้น แล้วหลับตาลง ทำสมาธิ
"จงเชื่อมโยงจิตใจของเจ้าเข้ากับต้นไม้แห่งความทรงจำ" อาจารย์เอเธนกล่าว "จงเปิดรับความทรงจำที่มันจะส่งมาให้เจ้า"
เอลาริสทำตาม เธอหลับตาลง และพยายามทำสมาธิอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนออกมาจากต้นไม้แห่งความทรงจำ มันเป็นพลังงานที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยสัมผัสมาทั้งหมด
ภาพต่างๆ เริ่มฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิดของเอลาริส เธอเห็นภาพของโลกเมื่อครั้งยังเยาว์วัย เห็นภาพของบรรพชนราชวงศ์สุริยันจันทราที่กำลังสร้างอาณาจักรด้วยพลังเวทมนตร์ เห็นภาพของอลิเซียที่กำลังต่อสู้กับความมืดมิด และเห็นภาพของคทาสุริยันจันทราที่เปล่งประกายเจิดจ้า
จากนั้น ภาพก็เปลี่ยนไป เอลาริสเห็นภาพของเมืองขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา เมืองนั้นถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ แต่เธอก็ยังมองเห็นปราสาทหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ปราสาทนั้นมีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่บนกำแพง
"นครแห่งผู้พิทักษ์..." เอลาริสพึมพำ
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นคือภาพของประตูหินขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตกแห่งหนึ่ง ประตูนั้นมีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่เช่นกัน และมีภาษาโบราณจารึกอยู่รอบๆ
"นั่นคือทางเข้าสู่นครแห่งผู้พิทักษ์!" เอลาริสกล่าว เธอเปิดตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"เจ้าเห็นอะไรบ้าง เอลาริส?" อาจารย์เอเธนถาม
เอลาริสเล่าถึงสิ่งที่เธอได้เห็นทั้งหมด ทั้งภาพของนครแห่งผู้พิทักษ์และทางเข้าที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตก
"ดีมาก เอลาริส" อาจารย์เอเธนกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เจ้าได้พบเบาะแสสุดท้ายแล้ว"
ไกรธรและลิลลี่ต่างพากันตื่นเต้น พวกเขาพร้อมที่จะออกเดินทางทันที
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องหาน้ำตกนั้นให้เจอ" ลิลลี่กล่าว "ข้าจะลองสำรวจดูรอบๆ"
ลิลลี่ปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงอีกครั้ง เธอใช้สายตาอันเฉียบคมของเธอสอดส่องไปทั่วบริเวณ ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอเห็นกลุ่มควันสีขาวที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มันเป็นสัญญาณของน้ำตกขนาดใหญ่
"ข้าเจอแล้ว!" ลิลลี่ตะโกนลงมา "มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ!"
เมื่อทุกคนมาถึงน้ำตกที่ลิลลี่พบ พวกเขาก็ต้องตะลึงกับความงดงามของมัน น้ำตกนั้นไหลรินลงมาจากหน้าผาสูงชัน สร้างละอองน้ำที่ส่องประกายรุ้งงามตา เสียงน้ำตกดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงเพลงแห่งธรรมชาติ
"อยู่ข้างหลังน้ำตกนั่นแหละ" เอลาริสกล่าว เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่แผ่ออกมาจากด้านหลังของม่านน้ำ
ไกรธรเดินนำหน้า เขาใช้ดาบของเขาฟันกิ่งไม้และเถาวัลย์ที่ปกคลุมทางเข้าออก จากนั้นพวกเขาก็เดินทะลุม่านน้ำเข้าไป พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
ภายในถ้ำนั้นมืดมิดและชื้นแฉะ แต่ก็มีแสงสว่างรำไรจากตะเกียงหินที่ส่องแสงอยู่ตามกำแพง ถ้ำนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ถ้ำ แต่เป็นทางเดินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต มีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่บนกำแพงตลอดทางเดิน
"นี่คือทางเข้าสู่นครแห่งผู้พิทักษ์จริงๆ ด้วย!" ลิลลี่พึมพำด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงประตูหินขนาดมหึมาที่ปิดกั้นทางเข้าไว้ ประตูนั้นมีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่เช่นเดียวกับที่เอลาริสเห็นในนิมิต และมีภาษาโบราณจารึกอยู่รอบๆ
"นี่คือภาษาของบรรพชนเจ้า เอลาริส" อาจารย์เอเธนกล่าว "มันเป็นบทสวดเพื่อเปิดประตู"
"ข้าจะลองอ่านมันดู" เอลาริสกล่าว เธอวางมือลงบนประตูหิน แล้วพยายามถอดรหัสภาษาโบราณที่สลักอยู่บนนั้น
เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมโยงจิตใจของเธอเข้ากับภาษาโบราณนั้น ทันใดนั้น คำพูดก็เริ่มไหลออกมาจากริมฝีปากของเธอเป็นภาษาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เธอกลับเข้าใจความหมายของมันอย่างลึกซึ้ง
"โอ้ ดวงอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่ ดวงจันทร์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ จงเปิดประตูแห่งปัญญา นำทางผู้พิทักษ์สู่ความจริง"
เมื่อเอลาริสกล่าวบทสวดจบ ประตูหินขนาดมหึมาก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงครืดคราดดังก้องไปทั่วถ้ำ จากนั้นประตูก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออก เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าที่ส่องออกมาจากอีกด้านหนึ่ง
เมื่อแสงสว่างจางลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของนครอันยิ่งใหญ่ นครแห่งผู้พิทักษ์นั้นถูกสร้างขึ้นในหุบเขาขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยกำแพงหินสูงชันที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณนานาชนิด อาคารบ้านเรือนในนครนั้นสร้างจากหินสีขาวบริสุทธิ์ ประดับประดาด้วยสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผู้คนในนครนั้นมีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวสีเงินยวงและดวงตาที่เปล่งประกายคล้ายดวงดาว พวกเขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา และมีออร่าแห่งความสงบแผ่ออกมาจากตัว
"ยินดีต้อนรับสู่เซเลสเทีย" เสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังดังขึ้น หญิงชราผู้หนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนรออยู่เบื้องหน้า เธอมีเส้นผมสีเงินยาวสยาย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายด้วยความอ่อนเยาว์และปัญญา "ข้าคือเอเรียน่า หัวหน้าผู้พิทักษ์แห่งเซเลสเทีย"
"ท่านเอเรียน่า" อาจารย์เอเธนกล่าวพร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย "เรามาที่นี่เพื่อตามหาแผนที่ที่จะนำเราไปยังวิหารแห่งสุริยันจันทรา"
เอเรียน่าพยักหน้า เธอหันไปมองเอลาริส ดวงตาของเธอจับจ้องมองไปยังเอลาริสอย่างลึกซึ้ง
"เจ้าคือผู้ถูกเลือก เอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา" เอเรียน่ากล่าว "ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังตามหาอะไร และข้าก็รู้ว่าชะตากรรมอันยิ่งใหญ่กำลังรอคอยเจ้าอยู่"
เธอผายมือเชิญให้เอลาริสและสหายเข้ามาในนคร
"เข้ามาข้างในเถิด" เอเรียน่ากล่าว "ข้าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าฟัง และมอบสิ่งที่เจ้าต้องการให้"
เอลาริสรู้สึกโล่งใจที่ได้มาถึงนครแห่งผู้พิทักษ์อย่างปลอดภัย เธอรู้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่เธอจะได้พบกับความจริงเกี่ยวกับคทาสุริยันจันทรา และได้รับคำแนะนำที่จะนำพาเธอไปสู่การเติมเต็มพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้เธอมีเบาะแสที่ชัดเจน และความหวังที่ส่องประกายอยู่ในใจของเธอ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก