คทาสุริยัน

ตอนที่ 230 — ผู้พิทักษ์แห่งเถาวัลย์ศักดิ์สิทธิ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 792 คำ

แสงสีเขียวมรกตที่แผ่ออกมาจากเฟลินค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่ปกคลุมไปทั่วใจกลางป่าอาถรรพ์ เอลาริสยืนอยู่เบื้องหน้าเฟลินด้วยความมุ่งมั่น ในขณะที่เคลและไลราเฝ้ารอดูอยู่ไม่ไกลนัก

“บททดสอบแห่งแสงและเงา” เฟลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “คือการเผชิญหน้ากับตนเอง เผชิญหน้ากับความกลัว ‌ความสงสัย และด้านมืดที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของเจ้า”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าบททดสอบนี้จะเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเธอ ไม่ใช่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่เป็นการต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง

“จงหลับตาลง” เฟลินแนะนำ “และเปิดใจรับทุกสิ่งที่เข้ามา” เอลาริสทำตาม หลับตาลงอย่างช้าๆ ​เธอรู้สึกถึงความสงบที่เข้ามาแทนที่ความตื่นเต้น

ทันใดนั้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดมิด อุโมงค์นั้นเต็มไปด้วยภาพหลอนและเสียงกระซิบที่คุ้นเคย เสียงของมาลากอร์ เสียงของความล้มเหลว และเสียงของความสิ้นหวัง

“เจ้าไม่มีทางหยุดยั้งข้าได้หรอก เอลาริส” ‍เสียงของมาลากอร์ดังก้อง “เจ้าเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ไร้พลัง เจ้าจะทำอะไรได้” “โลกทั้งใบจะต้องตกอยู่ในความมืดมิด” เสียงกระซิบเหล่านั้นแทรกซึมเข้ามาในห้วงความคิดของเธอ “เจ้าจะปกป้องใครไม่ได้”

เอลาริสพยายามต่อสู้กับเสียงเหล่านั้น เธอพยายามยึดมั่นในความหวัง แต่เสียงเหล่านั้นก็ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะกลืนกินจิตใจของเธอ

“เจ้าจะล้มเหลว” ‌เสียงหนึ่งกระซิบ “เหมือนที่บรรพบุรุษของเจ้าเคยล้มเหลว” ภาพของวิหารแห่งแสงที่ถูกทำลาย ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเธอ เธอเห็นราชินีที่พ่ายแพ้ และคทาที่แตกสลาย

“ไม่!” เอลาริสตะโกน “ฉันจะไม่ยอมแพ้!” เธอพยายามเรียกพลังสุริยันจันทราขึ้นมา แต่พลังนั้นกลับดูเหมือนจะอ่อนแรงลงไปมาก ‍ราวกับว่าความมืดมิดกำลังดูดกลืนมันไป

“พลังของเจ้าไร้ประโยชน์” เสียงของมาลากอร์ดังขึ้นอีกครั้ง “จงยอมรับชะตากรรมของเจ้าซะ”

เอลาริสรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงอเวจีที่มืดมิด เธอรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่กัดกินจิตใจของเธอ

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะยอมแพ้ จู่ๆ ก็มีแสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากส่วนลึกของจิตใจเธอ แสงนั้นอบอุ่นและบริสุทธิ์ ​ราวกับแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างในยามเช้า

“จงอย่ากลัว” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงของอาจารย์เซทู “จงเชื่อมั่นในตัวเอง” “เจ้ามิได้อยู่เพียงลำพัง” เสียงของเคลดังขึ้น “เราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ” “เธอคือความหวังของเรา” เสียงของไลราเสริม “อย่าได้ยอมแพ้”

เสียงของสหายและอาจารย์ทำให้เอลาริสรู้สึกถึงพลังที่กลับคืนมา ​เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เธอมีคนที่รักและคนที่เชื่อมั่นในตัวเธอ

เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ด้วยกัน แสงสีเงินเรืองรองเจิดจ้าขึ้นรอบตัวเธอ มันไม่ใช่แค่แสงสุริยันหรือแสงจันทรา แต่เป็นแสงแห่งความหวัง แสงแห่งมิตรภาพ และแสงแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

“ข้าจะไม่ยอมแพ้!” เอลาริสประกาศเสียงดัง ​“ข้าจะหยุดยั้งเจ้า มาลากอร์!”

แสงสีเงินของเอลาริสพุ่งทะลวงผ่านความมืดมิด ทำลายภาพหลอนและเสียงกระซิบเหล่านั้นจนสิ้นซาก เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย มันเป็นพลังที่สมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ

เมื่อแสงสว่างจางหายไป เอลาริสก็พบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าเฟลิน เธอลืมตาขึ้น มองไปยังเฟลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เฟลินยิ้มอย่างอบอุ่น “เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส เจ้าผ่านบททดสอบแห่งแสงและเงาแล้ว” เอลาริสรู้สึกถึงความปิติยินดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ก้าวผ่านขีดจำกัดบางอย่างไปแล้ว

“ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกอย่างแท้จริง” เฟลินกล่าวต่อ “เจ้ามีจิตใจที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่ง และเจ้าคู่ควรที่จะได้รับพลังแห่งชีวิต”

เฟลินเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้โบราณขนาดมหึมา เขาใช้มือสัมผัสกับลำต้นของมัน ก่อนที่แสงสีเขียวมรกตจะเรืองรองขึ้นจากต้นไม้ แสงนั้นอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังชีวิต

“พลังแห่งชีวิต” เฟลินกล่าว “คือส่วนสุดท้ายของคทาสุริยันจันทรา มันคือหัวใจของธรรมชาติ เป็นพลังที่สามารถฟื้นฟูทุกสิ่ง และขับไล่ความมืดมิดได้”

เฟลินหันมาทางเอลาริส “จงยื่นมือออกไป และรับพลังแห่งชีวิตนี้ไว้”

เอลาริสทำตาม เธอรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นเข้ามาในใจ เธอวางมือลงบนลำต้นของต้นไม้ แสงสีเขียวมรกตก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ในขณะที่พลังแห่งชีวิตกำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวเธอ เอลาริสก็รู้สึกถึงภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในห้วงความคิด มันเป็นภาพของคทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์ โลหะสีทองอร่ามที่โอบล้อมอัญมณีสีน้ำเงินเข้ม และมีแกนกลางเป็นอัญมณีสีเขียวมรกตที่เปล่งประกายเจิดจ้า

“เจ้าได้รับพลังแห่งชีวิตแล้ว” เฟลินกล่าว “บัดนี้ คทาสุริยันจันทรากำลังรอให้เจ้าไปรวมมันให้สมบูรณ์”

เอลาริสรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องทำตามพันธสัญญาให้สำเร็จ

“ขอบคุณท่านผู้พิทักษ์” เอลาริสกล่าวด้วยความจริงใจ “ขอบคุณที่ชี้ทางให้ข้า” เฟลินยิ้ม “หน้าที่ของข้าคือการปกป้องพลังแห่งชีวิต และส่งมอบมันให้แก่ผู้ที่คู่ควร”

เคลและไลราเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยสีหน้าตื่นเต้น “เธอทำได้แล้ว เอลาริส!” ไลรากล่าว “ตอนนี้เรามีชิ้นส่วนครบแล้ว” เคลเสริม “เราจะไปรวมคทาได้ที่ไหน?”

เอลาริสหลับตาลง พยายามสัมผัสถึงคำทำนายที่เธอเคยได้ยินมาจากไลรา “แท่นบูชาแห่งบรรพกาล” เอลาริสพึมพำ “เราต้องไปที่นั่น”

เฟลินพยักหน้า “แท่นบูชาแห่งบรรพกาลคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์โบราณ มันคือที่ที่พลังแห่งสุริยันจันทราจะถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์”

“แต่แท่นบูชาแห่งบรรพกาลอยู่ที่ไหนคะ?” เอลาริสถาม เฟลินชี้ไปยังทิศตะวันออก “มันซ่อนเร้นอยู่ในดินแดนแห่งแสง ที่ซึ่งดวงอาทิตย์แรกขึ้น”

เอลาริสและสหายมองหน้ากันด้วยความมุ่งมั่น พวกเขามาถึงจุดนี้แล้ว จุดที่ชิ้นส่วนสุดท้ายของคทาถูกค้นพบ และจุดที่พวกเขาต้องมุ่งหน้าสู่การรวมคทาให้สมบูรณ์

“เราจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เอลาริสประกาศ “ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึงอย่างสมบูรณ์”

เฟลินยิ้ม “ขอให้แสงสว่างแห่งสุริยันจันทราคุ้มครองพวกเจ้า”

เอลาริสและสหายกล่าวลาเฟลิน ก่อนจะออกเดินทางจากใจกลางป่าอาถรรพ์ มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งแสง ที่ซึ่งแท่นบูชาแห่งบรรพกาลตั้งอยู่

พวกเขาไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอันตราย แต่ในใจของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะพวกเขาคือผู้พิทักษ์แห่งแสง และคทาสุริยันจันทรากำลังจะถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ในไม่ช้า

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!