นครเซเลสเทีย เมืองแห่งผู้พิทักษ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในหุบเขา เป็นดั่งอัญมณีที่ถูกลืมเลือนจากโลกภายนอก กำแพงหินสีขาวบริสุทธิ์สูงตระหง่าน โอบล้อมอาคารบ้านเรือนที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา แต่ละสิ่งล้วนประดับด้วยสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เปล่งประกายเรืองรองยามต้องแสง ผู้คนของเซเลสเทีย หรือที่เรียกตัวเองว่า 'เซเลสเทียน' มีผิวสีเงินยวง ดวงตาที่ส่องประกายราวกับดวงดาว พวกเขาสงบนิ่งและเต็มไปด้วยปัญญา ทุกย่างก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยความสง่างามที่บ่งบอกถึงอารยธรรมที่รุ่งเรืองมานับพันปี
เอเรียน่า หัวหน้าผู้พิทักษ์แห่งเซเลสเทีย พาเอลาริสและสหายไปยังห้องโถงใหญ่ใจกลางปราสาทของนคร ห้องโถงนั้นกว้างขวางโอ่อ่า เพดานสูงเสียดฟ้าประดับด้วยดวงดาวจำลองที่เปล่งประกายระยิบระยับ กำแพงรอบด้านประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวของราชวงศ์สุริยันจันทรา การก่อตั้งเซเลสเทีย และการต่อสู้กับความมืดมิด
"ราชวงศ์สุริยันจันทราได้มอบหมายให้พวกเราปกป้องความลับอันยิ่งใหญ่" เอเรียน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "ความลับเกี่ยวกับคทาสุริยันจันทรา และสถานที่ที่มันถูกผนึกไว้"
เอลาริสรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะได้ฟัง เธอรู้ว่าเธอใกล้จะเข้าถึงความจริงแล้ว
"บรรพชนของเจ้า ท่านอลิเซีย ได้สร้างเซเลสเทียขึ้นมาเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย" เอเรียน่ากล่าวต่อ "และภายใต้นครแห่งนี้ มีอีกนครหนึ่งที่ถูกซ่อนเร้นไว้ นั่นคือ 'นครใต้พิภพแห่งเงาจันทร์' สถานที่ที่ความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเก็บรักษาไว้"
"นครใต้พิภพ?" ไกรธรถามด้วยความประหลาดใจ "มีเมืองใต้ดินอยู่ข้างใต้นครนี้อีกหรือครับ?"
เอเรียน่าพยักหน้า "ใช่แล้ว... มันคือสถานที่ที่ยากจะเข้าถึง เต็มไปด้วยกับดักและปริศนาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบผู้ที่สมควรจะได้รับความจริง"
"แล้วเราจะเข้าไปในนครใต้พิภพนั้นได้อย่างไรคะ?" เอลาริสถาม
"ทางเข้าสู่มันถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ปราสาทแห่งนี้" เอเรียน่ากล่าว "แต่ก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าไปได้ เจ้าจะต้องผ่านบททดสอบแห่งศรัทธาก่อน"
บททดสอบแห่งศรัทธาคือการที่เอลาริสจะต้องใช้พลังเวทมนตร์ของเธอในการจุดคบเพลิงโบราณทั้งเจ็ดที่ตั้งอยู่รอบห้องโถง คบเพลิงแต่ละอันจะส่องแสงสว่างก็ต่อเมื่อเอลาริสสามารถเชื่อมโยงพลังของเธอเข้ากับธาตุทั้งสี่ได้อย่างสมบูรณ์ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เคยสั่นคลอน
เอลาริสเดินไปยังคบเพลิงอันแรก เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวทมนตร์แห่งดินที่เธอเคยฝึกฝนมา คบเพลิงอันแรกก็พลันลุกโชนขึ้นด้วยเปลวไฟสีเขียวมรกต เธอทำเช่นเดียวกันกับคบเพลิงที่สอง สาม สี่ และห้า ซึ่งเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้าครามของน้ำ สีขาวของลม สีแดงเพลิงของไฟ และสีม่วงเรืองรองของอัญมณี
แต่เมื่อเธอเดินไปถึงคบเพลิงอันที่หก เปลวไฟก็ไม่ยอมลุกโชนขึ้นมา ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ตาม
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" เอลาริสถามด้วยความสับสน
เอเรียน่ามองมาที่เธอด้วยรอยยิ้ม "คบเพลิงอันที่หกไม่ใช่ธาตุ แต่เป็น 'จิตวิญญาณ' ของเจ้า เอลาริส จงปลดปล่อยความสงสัยและความกลัวทั้งหมด แล้วแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของจิตใจและความมุ่งมั่นที่แท้จริง"
เอลาริสหลับตาลงอีกครั้ง เธอพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเอเรียน่า เธอรู้ว่าความสงสัยและความกลัวยังคงเกาะกุมอยู่ในใจของเธอเล็กน้อย เธอพยายามผลักไสความรู้สึกเหล่านั้นออกไป ปล่อยให้จิตใจว่างเปล่า และระลึกถึงเหตุผลที่เธอออกเดินทางมาถึงที่นี่
เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอวางมือลงบนคบเพลิงอันที่หก และทันใดนั้น เปลวไฟสีทองอร่ามก็พลันลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ส่องสว่างไปทั่วห้องโถง!
คบเพลิงอันสุดท้ายก็ลุกโชนขึ้นมาด้วยเปลวไฟสีเงินยวงที่งดงาม มันเป็นเปลวไฟแห่ง "พันธสัญญา" ที่เชื่อมโยงเธอกับบรรพชนและชะตากรรมอันยิ่งใหญ่
เมื่อคบเพลิงทั้งเจ็ดลุกโชนขึ้นมาพร้อมกัน ผนังด้านหนึ่งของห้องโถงก็พลันเคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นทางลงสู่บันไดหินที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิด
"นั่นคือทางเข้าสู่นครใต้พิภพแห่งเงาจันทร์" เอเรียน่ากล่าว "แผนที่ที่เจ้ากำลังตามหาอยู่ที่นั่น"
เอลาริสและสหายต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
"แต่จงระวัง" เอเรียน่าเตือน "นครใต้พิภพนั้นเต็มไปด้วยกับดักโบราณและผู้พิทักษ์ที่หลับใหลอยู่ พวกมันจะทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเจ้า"
พวกเขาก้าวลงสู่บันไดหินที่ทอดยาวลงไปในความมืดมิด แสงจากคบเพลิงที่ถืออยู่ในมือของไกรธรเป็นสิ่งเดียวที่ส่องนำทางพวกเขา ทางเดินนั้นลึกและคดเคี้ยว ผนังหินรอบด้านปกคลุมด้วยมอสส์และตะไคร่น้ำ เสียงหยดน้ำดังก้องไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่าขนลุก
หลังจากเดินลงไปได้ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงทางแยก ทางเดินทั้งสามทอดไปสู่ความมืดมิดที่เหมือนกัน
"ทางไหนกันนะ?" ลิลลี่พึมพำ "เราไม่มีแผนที่"
"ไม่ต้องกลัว" อาจารย์เอเธนกล่าว "นครใต้พิภพแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบสติปัญญา ไม่ใช่แค่พละกำลัง"
เขาชี้ไปยังสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนกำแพงเหนือทางเดินแต่ละเส้น ทางเดินแรกมีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ทางเดินที่สองมีสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ และทางเดินที่สามมีสัญลักษณ์ของดวงดาว
"เจ้าเห็นอะไร เอลาริส?" อาจารย์เอเธนถาม
เอลาริสจ้องมองไปยังสัญลักษณ์เหล่านั้น เธอระลึกถึงคำพูดของเอเธเนียสที่บอกว่า "พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คทา แต่อยู่ที่หัวใจของเจ้า" และคำกล่าวของอาจารย์เอเธนที่บอกให้เธอเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเธอกับต้นไม้แห่งความทรงจำ
"ทางเดินดวงดาว" เอลาริสกล่าว "แผนที่ถูกซ่อนอยู่ที่นั่น"
อาจารย์เอเธนยิ้มอย่างพึงพอใจ "ถูกต้องแล้ว เอลาริส ดวงดาวคือสัญลักษณ์ของความรู้และปัญญา"
พวกเขาเลือกเดินไปตามทางเดินที่มีสัญลักษณ์ของดวงดาว ทางเดินนั้นมืดมิดกว่าทางอื่น และเต็มไปด้วยกับดักที่ซับซ้อน กับดักบางอย่างเป็นหลุมพรางที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน บางอย่างเป็นลูกศรที่พุ่งออกมาจากผนัง แต่ด้วยความระมัดระวังของไกรธรและสายตาอันเฉียบคมของลิลลี่ พวกเขาก็สามารถผ่านกับดักเหล่านั้นไปได้
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางนครใต้พิภพแห่งเงาจันทร์ ห้องโถงนั้นกว้างขวางและโอ่อ่ากว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก เพดานสูงประดับด้วยผลึกเรืองแสงสีเงินที่ส่องประกายคล้ายดวงดาว กำแพงรอบด้านสลักด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวของจักรวาลและการกำเนิดของเวทมนตร์
และที่ใจกลางห้องโถง มีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นหินนั้นมีม้วนกระดาษเก่าแก่ที่เปล่งประกายสีทองอ่อนๆ วางอยู่
"นั่นแหละ... แผนที่" เอลาริสกระซิบออกมาด้วยความตื่นเต้น
แต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปใกล้ แสงสีเงินยวงก็พลันเปล่งประกายออกมาจากแท่นหิน ร่างของหุ่นยนต์หินขนาดมหึมาสองตัวก็พลันปรากฏตัวขึ้น พวกมันมีรูปร่างคล้ายนักรบโบราณ สร้างจากหินสีเงินที่สลักด้วยสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีฟ้าคราม
"พวกมันคือผู้พิทักษ์แห่งนครใต้พิภพ" อาจารย์เอเธนกล่าว "พวกมันจะทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเจ้า"
ไกรธรชักดาบของเขาออกมา "พวกมันจะได้รู้ว่าพวกเราแข็งแกร่งแค่ไหน"
ลิลลี่เตรียมคันธนูพร้อมยิง เอลาริสรวบรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ พวกเขามาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพวกเขาจากการตามหาคทาสุริยันจันทราได้อีกต่อไปแล้ว และพวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์แห่งนครใต้พิภพแห่งเงาจันทร์ เพื่อก้าวไปสู่ความจริงอันยิ่งใหญ่ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก