แม้มาลากอร์จะถูกผนึกไว้ได้ชั่วคราว แต่ความรู้สึกโล่งใจของเอลาริสและสหายก็ถูกบดบังด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อันยาวนาน พวกเขาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ณ ที่ราบสูงที่เคยเป็นประตูสู่โลกปีศาจ บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่สงบเงียบ แสงแดดสาดส่องลงมาอย่างอบอุ่น ชโลมกายที่อ่อนล้าให้ฟื้นคืนกำลัง
"เราทำได้แล้วจริงๆ ใช่ไหม?" ลิริอัสถามเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากการต่อสู้ที่ดุเดือด
"ใช่ เราทำได้" เครอสตันตอบ พลางใช้ผ้าเช็ดคราบเลือดและฝุ่นออกจากดาบของเขา "แต่ฉันรู้สึกว่านี่เป็นเพียงแค่การหยุดพักชั่วคราวเท่านั้น"
เฟรย่าพยักหน้าเห็นด้วย "พลังของมาลากอร์มันมหาศาลเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ การผนึกครั้งนี้อาจจะไม่ได้อยู่ถาวร"
เอลาริสเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงตาสีมรกตฉายแววครุ่นคิด คทาสุริยันจันทราในมือของเธอยังคงเปล่งแสงเรืองรอง แต่ความสว่างของมันลดลงเล็กน้อย ราวกับว่ามันเองก็เหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานมหาศาล เธอรู้สึกถึงเสียงกระซิบจากคทาอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงนั้นไม่ได้เป็นคำพูด แต่เป็นความรู้สึกที่บอกว่า "ความมืดมิดยังคงอยู่...และมันกำลังรอคอยเวลาที่จะกลับมา"
"ฉันรู้สึกว่ามาลากอร์ยังไม่ถูกทำลายอย่างแท้จริง" เอลาริสกล่าวเสียงแผ่วเบา "มันแค่ถูกผนึกไว้ชั่วคราว และมันกำลังรอคอยเวลาที่จะกลับมาแก้แค้น"
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?" ลิริอัสถาม
"เราต้องหาทางที่จะทำลายมาลากอร์ให้สิ้นซาก" เอลาริสตอบด้วยความมุ่งมั่น "และฉันคิดว่าคทาสุริยันจันทราจะนำทางเราไปสู่ความจริง"
เฟรย่าหยิบบันทึกโบราณที่เธอเก็บมาจากหอคอยแห่งจันทราขึ้นมาอีกครั้ง เธอนั่งลงพลิกอ่านอย่างตั้งใจ "ในบันทึกนี้มีกล่าวถึงตำนานโบราณเกี่ยวกับ 'หัวใจแห่งพิภพ' ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแหล่งพลังงานเวทมนตร์ที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก หากใครสามารถเข้าถึงและควบคุมพลังของมันได้ ก็จะสามารถทำลายสิ่งชั่วร้ายทุกชนิดได้"
"หัวใจแห่งพิภพ?" เครอสตันเลิกคิ้ว "มันอยู่ที่ไหนกันล่ะ?"
"ในบันทึกไม่ได้ระบุตำแหน่งที่ชัดเจน" เฟรย่าตอบ "แต่บอกเพียงว่ามันถูกซ่อนไว้ในสถานที่ที่ลึกที่สุดของโลก...ใต้พิภพ"
เอลาริสรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากคำว่า "ใต้พิภพ" เธอหลับตาลง และพลันก็ได้ยินเสียงกระซิบจากคทาอีกครั้ง คราวนี้เสียงนั้นชัดเจนกว่าเดิม เป็นเสียงที่คุ้นเคย เสียงของบรรพบุรุษของเธอ
"ผู้เป็นทายาทแห่งสุริยันจันทรา จงมุ่งหน้าสู่ใจกลางแห่งพิภพ ที่นั่นเจ้าจะพบกับความจริงที่ซ่อนเร้น และพลังที่จะทำลายความมืดมิดให้สิ้นซาก"
เอลาริสลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องไปที่ใต้พิภพ"
การเดินทางสู่ใต้พิภพเป็นสิ่งที่อันตรายและไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ตำนานกล่าวว่าใต้พิภพเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาดที่อาศัยอยู่ในความมืดมิด และเต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์โบราณที่รอคอยผู้บุกรุก
แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ พวกเขารวบรวมเสบียงและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่ยาวนานและอันตราย เอลาริสใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยกับคทาสุริยันจันทรามากขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มควบคุมพลังของมันได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น เธอสามารถเรียกใช้พลังแห่งสุริยันและจันทราได้อย่างอิสระ และสามารถผสมผสานพลังทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเวทมนตร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
พวกเขาเริ่มต้นการเดินทางสู่ใต้พิภพโดยตามเบาะแสจากบันทึกโบราณและภาพหลอนของเอลาริส พวกเขาเดินทางผ่านป่าทึบ ภูเขาสูง และถ้ำมืดมิด จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปากถ้ำขนาดมหึมาที่นำไปสู่ใต้พิภพ
ปากถ้ำนั้นมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นกำมะถันลอยออกมาจากภายใน ราวกับเป็นประตูสู่ขุมนรก
"ระวังตัวไว้" เครอสตันเตือน พลางชักดาบออกจากฝัก "เราไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเราอยู่ข้างใน"
เฟรย่าร่ายคาถาแสงสว่าง ลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของเธอ ส่องนำทางให้พวกเขาก้าวเข้าไปในความมืดมิด
ภายในถ้ำนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าที่คาดคิด ทางเดินทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาด และมีน้ำหยดลงมาจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ทำให้พื้นถ้ำลื่นและอันตราย
พวกเขาเดินทางลงไปสู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ ระมัดระวังทุกย่างก้าว พวกเขาพบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดมากมายที่อาศัยอยู่ในความมืดมิด ทั้งค้างคาวปีศาจ แมงมุมยักษ์ และสัตว์เลื้อยคลานใต้พิภพ แต่พวกเขาก็สามารถเอาชนะพวกมันได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน
ระหว่างการเดินทาง เอลาริสพบว่าคทาสุริยันจันทรามีพลังพิเศษที่สามารถตอบสนองต่อพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พิภพได้ คทาจะเปล่งแสงเรืองรองเมื่ออยู่ใกล้กับแหล่งพลังงานเวทมนตร์ หรือสั่นสะท้านเมื่ออยู่ใกล้กับอันตราย
วันหนึ่งในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านทางเดินแคบๆ พลันก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องหน้า พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำเริ่มร่วงหล่นลงมา
"นั่นอะไรน่ะ?" ลิริอัสถามด้วยความตกใจ
จากเงามืดเบื้องหน้า ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายมังกร แต่มีผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านไฟ มีปีกขนาดใหญ่ที่ทำจากกระดูกและเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อย มันคือ "ดราโกเนียนใต้พิภพ" ผู้พิทักษ์แห่งความมืดมิดที่เฝ้าทางเข้าสู่ใจกลางแห่งพิภพ
"ดราโกเนียนใต้พิภพ!" เฟรย่าอุทานด้วยความตกใจ "มันเป็นสัตว์ร้ายในตำนานที่เชื่อกันว่าแข็งแกร่งที่สุดในใต้พิภพ!"
ดราโกเนียนใต้พิภพคำรามลั่น พ่นเปลวไฟสีดำออกมาจากปากของมัน เปลวไฟนั้นร้อนแรงและเป็นพิษ สามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้ได้
เครอสตันตั้งโล่รับเปลวไฟของมันอย่างรวดเร็ว โล่ของเขาส่องแสงสีทองอ่อนๆ ป้องกันเปลวไฟได้อย่างมั่นคง
"เราต้องทำลายมันให้ได้!" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม
เอลาริสรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา ก่อตัวเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าใส่ดราโกเนียนใต้พิภพ
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงทำลายล้าง!" เอลาริสร่ายคาถา
ลำแสงที่พุ่งออกมาจากคทาปะทะเข้ากับร่างของดราโกเนียนใต้พิภพอย่างจัง ดราโกเนียนใต้พิภพกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำสนิทของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของมัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นรนเพื่อหลบหนี
แต่ดราโกเนียนใต้พิภพก็ไม่ได้ยอมแพ้ มันพุ่งเข้าใส่เอลาริสอีกครั้ง คราวนี้มันเร็วกว่าเดิมมาก ปีกขนาดใหญ่ของมันตีฟาดอากาศอย่างรุนแรง ทำให้เกิดแรงลมที่พัดกระหน่ำ
เครอสตันเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าใส่ดราโกเนียนใต้พิภพด้วยดาบที่อาบไปด้วยพลังเวทที่เฟรย่าร่ายใส่ให้ ดาบของเขากรีดลงบนเกล็ดที่แตกหักของมันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ ลิริอัสไม่รอช้า ยิงลูกศรแห่งแสงที่เฟรย่าร่ายคาถาใส่เข้าสู่รอยแยกนั้นอย่างแม่นยำ
ดราโกเนียนใต้พิภพคำรามเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของมันระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันฉุนกึก
เอลาริสทรุดตัวลงอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ แต่รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอทำได้อีกครั้ง เธอเอาชนะสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้พิภพได้ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา
"เราทำได้อีกแล้ว!" เฟรย่าอุทานด้วยความยินดี
"ยังไม่จบ" เอลาริสกล่าว "เราต้องไปถึงใจกลางแห่งพิภพให้ได้"
เมื่อดราโกเนียนใต้พิภพถูกทำลาย ทางเดินเบื้องหน้าก็เปิดออก เผยให้เห็นถ้ำขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยผลึกเวทมนตร์เรืองแสง ผลึกเหล่านั้นเปล่งแสงสีรุ้งออกมาอย่างสวยงาม ทำให้ถ้ำนั้นสว่างไสวราวกับอยู่ในแดนสวรรค์
ตรงกลางถ้ำมีแท่นบูชาที่ทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ด้านบนมีลูกแก้วคริสตัลขนาดมหึมาตั้งอยู่ ลูกแก้วนั้นเปล่งแสงสีรุ้งออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่
"นั่นคือหัวใจแห่งพิภพ!" เฟรย่าอุทานด้วยความตื่นเต้น
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ลูกแก้วคริสตัล เธอรู้สึกถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่แผ่ออกมาจากมัน พลังงานนั้นแตกต่างจากทุกสิ่งที่เธอเคยสัมผัสมา มันเป็นพลังงานแห่งชีวิต พลังงานแห่งการสร้างสรรค์
เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสลูกแก้วคริสตัล ทันใดนั้น ลูกแก้วคริสตัลก็ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นมาทันที แสงนั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของเอลาริส เธอรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ตัวเธอ มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ
ในขณะเดียวกัน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอก็ส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา ผสมผสานกับแสงสีรุ้งจากลูกแก้วคริสตัล ก่อเกิดเป็นแสงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงใดๆ ในโลก
เอลาริสรู้สึกว่าเธอเชื่อมโยงกับหัวใจแห่งพิภพอย่างสมบูรณ์ เธอรู้สึกถึงพลังงานแห่งชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เธอรู้สึกว่าเธอสามารถทำอะไรก็ได้ เธอรู้สึกว่าเธอมีพลังที่จะทำลายความมืดมิดให้สิ้นซากได้
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบอีกครั้ง เสียงของมาลากอร์ คราวนี้เสียงนั้นดังขึ้นในจิตใจของเธอ ราวกับว่ามันกำลังอยู่ในตัวเธอ
"เจ้าไม่มีทางทำลายข้าได้หรอก ทายาทแห่งสุริยันจันทรา! ข้าคือความมืดมิดที่ไม่มีวันดับสูญ! ข้าจะกลับมาแก้แค้น! และข้าจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าหวงแหน!"
เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราแน่น เธอรู้ว่าการต่อสู้ที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นขึ้น นี่เป็นเพียงแค่การเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้
แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอมีคทาสุริยันจันทรา เธอมีพลังจากหัวใจแห่งพิภพ และเธอมีสหายที่ยืนเคียงข้างเธอ เธอจะไม่ยอมให้มาลากอร์ทำลายโลกใบนี้ เธอจะปกป้องทุกสิ่งที่เธอรักด้วยพลังแห่งแสงสว่าง

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก