เสียงหึ่งๆ จากกลไกโบราณดังก้องไปทั่วห้องโถงใต้พิภพแห่งเงาจันทร์ เมื่อหุ่นรบหินสองตัว หรือที่อาจารย์เอเธนเรียกว่า "ผู้พิทักษ์แห่งนครใต้พิภพ" ก้าวเดินออกมาจากแท่นหินขนาดมหึมา พวกมันสูงกว่าไกรธรถึงสองเท่า ร่างกายของพวกมันสร้างจากหินสีเงินยวงที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ดวงตาที่เปล่งประกายสีฟ้าครามจับจ้องมาที่เอลาริสและสหายด้วยความเย็นชา ราวกับจะประเมินคู่ต่อสู้
"พวกมันเป็นหุ่นรบที่สร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์โบราณ" อาจารย์เอเธนกล่าวเตือน "แข็งแกร่งและทนทาน การโจมตีธรรมดาอาจไม่เพียงพอ"
"ไม่ว่ามันจะทำมาจากอะไร ข้าก็จะฟันมันให้แตกเป็นเสี่ยงๆ" ไกรธรคำราม เขาพุ่งตัวเข้าใส่หุ่นรบตัวแรกอย่างไม่ลังเล ดาบเหล็กกล้าในมือของเขาสะท้อนแสงวูบวาบยามที่แหวกผ่านอากาศ
หุ่นรบตัวแรกยกแขนขึ้นป้องกันการโจมตีของไกรธร เสียงดาบปะทะกับหินดังก้องสนั่นไปทั่วห้องโถง สร้างประกายไฟแลบแปลบ ไกรธรรู้สึกได้ถึงแรงสะท้อนกลับที่รุนแรงจนข้อมือของเขาชา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาฟาดฟันดาบเข้าใส่หุ่นรบอย่างต่อเนื่อง พยายามหาจุดอ่อนในเกราะหินของมัน
ในขณะเดียวกัน ลิลลี่ก็เริ่มยิงลูกธนูเข้าใส่หุ่นรบตัวที่สอง ลูกธนูของเธอพุ่งตรงไปยังดวงตาที่เปล่งประกายสีฟ้าครามของมัน แต่ลูกธนูเหล่านั้นก็กระดอนออกไปจากพื้นผิวหินของหุ่นรบราวกับว่าพวกมันไม่มีน้ำหนัก
"เกราะของพวกมันแข็งแกร่งเกินไป!" ลิลลี่ตะโกน
เอลาริสรู้ว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ใช้กำลังเพียงอย่างเดียว เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอ เธอจินตนาการถึงพลังแห่งดินที่เธอเคยฝึกฝนมา เธอส่งกระแสจิตไปยังพื้นห้องโถง ทันใดนั้น แผ่นหินใต้เท้าของหุ่นรบตัวแรกก็พลันสั่นสะเทือน ก่อนที่จะแยกออกจากกัน กลายเป็นหลุมลึกที่ดูดกลืนหุ่นรบลงไป
หุ่นรบตัวแรกเสียหลัก มันคำรามด้วยเสียงกลไกที่น่าขนลุก พยายามดึงตัวเองขึ้นมาจากหลุม แต่พื้นหินก็ยังคงสั่นสะเทือน ทำให้มันไม่สามารถทรงตัวได้
"เยี่ยมมาก เอลาริส!" อาจารย์เอเธนชื่นชม
ไกรธรไม่รอช้า เขาฉวยโอกาสนี้กระโดดลงไปในหลุมพร้อมกับหุ่นรบ เขาใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าใส่ข้อต่อของหุ่นรบที่อ่อนแอที่สุด เสียงหินแตกดังขึ้น หุ่นรบตัวแรกก็พลันทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนที่จะหยุดการเคลื่อนไหวไปในที่สุด
แต่หุ่นรบตัวที่สองก็พุ่งเข้าโจมตีเอลาริส มันยกแขนขึ้นฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง เอลาริสพยายามสร้างบาเรียป้องกันขึ้นมา แต่บาเรียของเธอก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานการโจมตีของหุ่นรบได้
"เอลาริส ระวัง!" ลิลลี่ตะโกน เธอรีบยิงลูกธนูนำวิถีออกไป ลูกธนูเหล่านั้นพุ่งตรงไปยังข้อต่อของหุ่นรบ ทำให้มันชะงักไปเล็กน้อย
ช่วงเวลาที่หุ่นรบชะงักไปนั้นเพียงพอให้เอลาริสตั้งสติได้ เธอหลับตาลงอีกครั้ง เธอจินตนาการถึงพลังแห่งน้ำที่ไหลเชี่ยว เธอส่งกระแสจิตไปยังผนังห้องโถง ทันใดนั้น น้ำก็พลันทะลักออกมาจากผนังอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าท่วมหุ่นรบตัวที่สอง
หุ่นรบตัวที่สองถูกกระแสน้ำพัดพาไป มันพยายามดิ้นรน แต่กระแสน้ำก็รุนแรงเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ มันถูกกระแสน้ำพัดพาไปชนกับกำแพงห้องโถงอย่างแรง เสียงหินแตกดังขึ้นอีกครั้ง หุ่นรบตัวที่สองก็พลันหยุดการเคลื่อนไหวไปในที่สุด
"เราทำได้แล้ว!" ลิลลี่ตะโกนด้วยความดีใจ
ไกรธรกระโดดขึ้นมาจากหลุม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคล แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ
"พวกมันแข็งแกร่งจริงๆ" ไกรธรกล่าว "แต่ก็ไม่เท่าพวกเรา"
เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความสุข เธอสามารถใช้พลังเวทมนตร์ของเธอในการเอาชนะผู้พิทักษ์แห่งนครใต้พิภพได้แล้ว
อาจารย์เอเธนเดินเข้ามาหาเอลาริส เขายิ้มอย่างอบอุ่น "เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส เจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจ้าสมควรที่จะได้รับความจริง"
เอลาริสและสหายเดินไปยังแท่นหินที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องโถง ม้วนกระดาษเก่าแก่ที่เปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ยังคงวางอยู่บนแท่นหิน
"นี่คือแผนที่ที่จะนำทางเจ้าไปยังวิหารแห่งสุริยันจันทรา" อาจารย์เอเธนกล่าว "แต่มันไม่ใช่แผนที่ธรรมดา มันเป็นแผนที่ที่ต้องใช้เวทมนตร์ในการเปิดเผย"
เอลาริสหยิบม้วนกระดาษขึ้นมา มันทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวลแต่แข็งแกร่ง เธอรู้สึกได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในม้วนกระดาษนั้น
"ข้าจะลองเปิดมันดู" เอลาริสกล่าว เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวทมนตร์ทั้งหมดในตัวเธอ แล้วส่งกระแสจิตไปยังม้วนกระดาษ
ทันใดนั้น ม้วนกระดาษก็พลันเปล่งแสงสีทองจ้าออกมา แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ปกคลุมม้วนกระดาษทั้งหมด จากนั้นภาพของแผนที่ก็พลันปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของม้วนกระดาษ
มันเป็นแผนที่ที่ละเอียดอ่อนและสวยงาม แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่ทอดยาวผ่านดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ผ่านป่าทึบ ภูเขาสูงชัน และทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และที่ปลายทางของแผนที่นั้น มีวิหารโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
"วิหารแห่งสุริยันจันทรา..." เอลาริสพึมพำ
"ใช่แล้ว" อาจารย์เอเธนกล่าว "นั่นคือสถานที่ที่คทาสุริยันจันทราถูกผนึกไว้"
แผนที่นั้นไม่ได้แสดงแค่เส้นทาง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงจุดอันตรายต่างๆ ตามเส้นทาง พร้อมกับคำเตือนเป็นภาษาโบราณที่เอลาริสสามารถเข้าใจได้แล้ว มันคือปริศนาและบททดสอบที่ถูกซ่อนเร้นไว้สำหรับผู้ที่ตามหาคทา
"เส้นทางนี้ไม่ได้ง่ายเลย" ไกรธรกล่าว "เต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย"
"แต่เราก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน" ลิลลี่กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะยาวนานและยากลำบาก แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง เธอมีแผนที่อยู่ในมือแล้ว และเธอมีสหายผู้กล้าที่พร้อมจะเคียงข้างเธอไปจนถึงที่สุด
"เราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป" อาจารย์เอเธนกล่าว "เราจะพักผ่อนที่นี่สักครู่ แล้วพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางจากนครใต้พิภพแห่งเงาจันทร์ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายสุดท้ายของเรา"
เอลาริสมองไปยังแผนที่ในมือของเธอ ภาพของวิหารแห่งสุริยันจันทราปรากฏชัดเจนในห้วงความคิดของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังรอคอยเธออยู่ที่นั่น พลังที่จะช่วยให้เธอสามารถผนึกราชาปีศาจมาลากอร์ และนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่โลกใบนี้ได้
ในขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนและเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป เอลาริสก็รู้สึกถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากแผนที่ มันเป็นพลังที่คุ้นเคย แต่ก็แตกต่างออกไปเล็กน้อย ราวกับว่าแผนที่นั้นกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเชื่อมโยงจิตใจของเธอเข้ากับแผนที่นั้น ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิดของเธอ มันเป็นภาพของดวงจันทร์สองดวงที่กำลังโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์พร้อมกัน แสงสีแดงฉานสาดส่องลงมายังผืนโลก สร้างความมืดมิดและความโกลาหล
"สุริยคราสแห่งจันทร์คู่..." เอลาริสพึมพำ
เธอรู้แล้วว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลง การเดินทางของเธอจะต้องเร็วกว่าที่คิดไว้ เธอจะต้องไปถึงวิหารแห่งสุริยันจันทราให้ทัน ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง และก่อนที่มาลากอร์จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร
ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งนี้ทำให้เอลาริสรู้สึกถึงแรงกดดัน แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอจะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม เธอคือความหวังเดียวของโลกใบนี้ และเธอจะต้องทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ให้จงได้

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก