พลังงานจากหัวใจแห่งพิภพไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเอลาริส ทำให้เธอรู้สึกถึงความเข้มแข็งและมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสว่างจ้า แสงสีทองและสีเงินเต้นระริกราวกับมีชีวิต เธอไม่เพียงแค่ถือครองคทา แต่เธอกลับรู้สึกว่าคทาเป็นส่วนหนึ่งของเธอ เป็นส่วนที่สมบูรณ์แบบที่เติมเต็มพลังของสุริยันและจันทราในตัวเธอให้สมบูรณ์
"ฉันรู้สึกถึงพลังที่มหาศาล" เอลาริสกล่าว เสียงของเธอก้องกังวานด้วยพลังที่เพิ่งได้รับ "ฉันพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์"
เฟรย่ามองเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "เธอเป็นทายาทแห่งสุริยันจันทราที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เอลาริส"
"แต่เราก็ต้องระวังตัวให้ดี" เครอสตันเตือน "มาลากอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปีศาจธรรมดา มันเป็นราชาปีศาจที่มีพลังอำนาจมหาศาล"
ลิริอัสพยักหน้าเห็นด้วย "เราต้องวางแผนให้ดี"
พวกเขาตัดสินใจเดินทางกลับไปยังที่ราบสูงที่มาลากอร์ถูกผนึกไว้ เพราะนั่นคือจุดเชื่อมต่อที่ใกล้ที่สุดระหว่างโลกมนุษย์กับมิติที่มาลากอร์ถูกกักขังอยู่ การเดินทางกลับเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ด้วยพลังใหม่ของเอลาริส เธอสามารถนำทางและปกป้องสหายจากอันตรายต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมาถึงที่ราบสูงอีกครั้ง บรรยากาศก็แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้ามืดครึ้มกว่าเดิมมาก เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด ราวกับว่ากำลังจะมีพายุลูกใหญ่ อากาศเย็นยะเยือกจับใจ และมีกลิ่นกำมะถันฉุนกึกอบอวลไปทั่วบริเวณ
ตรงกลางที่ราบสูง แท่นหินที่เคยประดับด้วยผลึกสีดำที่ถูกทำลายไปแล้ว บัดนี้กลับมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน รอยร้าวนั้นเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องล่างของพื้นดิน
"มาลากอร์กำลังจะหลุดพ้นจากผนึกแล้ว!" เฟรย่าอุทานด้วยความตกใจ "สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาแล้ว!"
เอลาริสเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์กำลังถูกบดบังด้วยดวงจันทร์ทั้งสองดวงที่โคจรใกล้กัน แสงสว่างบนโลกเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว
"เราไม่มีเวลาแล้ว" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องหยุดมันให้ได้!"
จากรอยร้าวบนพื้นดิน ร่างของมาลากอร์ก็ปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายอสูรขนาดมหึมา มีผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวไฟแห่งนรก มีปีกขนาดใหญ่ที่ทำจากกระดูกและเนื้อเยื่อที่เน่าเปื่อย ร่างกายของมันมีอักษรรูนสีดำสลักอยู่เต็มไปหมด และมีออร่าสีดำมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างไม่หยุดยั้ง
"ในที่สุด...เจ้าก็มาถึง ทายาทแห่งสุริยันจันทรา!" เสียงของมาลากอร์ดังขึ้นในจิตใจของเอลาริส เสียงนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและความแค้น "เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ? เจ้าคิดว่าพลังอันน้อยนิดของเจ้าจะเอาชนะความมืดมิดที่แท้จริงได้งั้นหรือ?"
เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราแน่น เธอไม่ตอบโต้ เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา ผสมผสานกับแสงสีรุ้งจากหัวใจแห่งพิภพ ก่อเกิดเป็นแสงที่เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงใดๆ ในโลก
"ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้!" เอลาริสประกาศกร้าว "ข้าจะปกป้องโลกใบนี้ด้วยพลังแห่งสุริยันจันทรา!"
มาลากอร์คำรามลั่น พุ่งเข้าใส่เอลาริสด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ปากของมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมนับร้อยซี่ และพ่นเปลวไฟสีดำออกมาจากปากของมัน เปลวไฟนั้นร้อนแรงและเป็นพิษ สามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้ได้
เครอสตันตั้งโล่รับเปลวไฟของมันอย่างรวดเร็ว โล่ของเขาส่องแสงสีทองอ่อนๆ ป้องกันเปลวไฟได้อย่างมั่นคง แต่คราวนี้โล่ของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"มันแข็งแกร่งเกินไป!" เครอสตันตะโกน
ลิริอัสระดมยิงลูกศรเข้าใส่ดวงตาของมาลากอร์ แต่ลูกศรเหล่านั้นกลับกระดอนออกจากเกล็ดที่แข็งแกร่งของมันราวกับยิงใส่หินผา
เฟรย่าร่ายคาถาโจมตีเวทมนตร์ไฟและน้ำแข็งเข้าใส่มาลากอร์ แต่คาถาเหล่านั้นกลับไม่มีผลกับมันเลย มาลากอร์สะบัดหางอันมหึมาเข้าใส่เฟรย่า ทำให้เธอกระเด็นไปไกล
"เฟรย่า!" เอลาริสตะโกนด้วยความตกใจ
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา ก่อตัวเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าใส่มาลากอร์
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงทำลายล้าง!" เอลาริสร่ายคาถา
ลำแสงที่พุ่งออกมาจากคทาปะทะเข้ากับร่างของมาลากอร์อย่างจัง มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำสนิทของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของมัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นรนเพื่อหลบหนี
แต่มาลากอร์ก็ไม่ได้ยอมแพ้ มันพุ่งเข้าใส่เอลาริสอีกครั้ง คราวนี้มันเร็วกว่าเดิมมาก ปีกขนาดใหญ่ของมันตีฟาดอากาศอย่างรุนแรง ทำให้เกิดแรงลมที่พัดกระหน่ำ และพ่นเปลวไฟสีดำออกมาจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง
เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีทองและสีเงินขึ้นมาทันที โล่นั้นแข็งแกร่งพอที่จะรับการโจมตีของมาลากอร์ได้
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงปกปักษ์!" เอลาริสร่ายคาถา
โล่พลังงานสีทองและสีเงินส่องประกายเจิดจ้า รับการโจมตีของมาลากอร์ได้อย่างมั่นคง มาลากอร์พยายามที่จะทำลายโล่นั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ
เครอสตันเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าใส่มาลากอร์ด้วยดาบที่อาบไปด้วยพลังเวทที่เฟรย่าร่ายใส่ให้ ดาบของเขากรีดลงบนเกล็ดที่แตกหักของมันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ ลิริอัสไม่รอช้า ยิงลูกศรแห่งแสงที่เฟรย่าร่ายคาถาใส่เข้าสู่รอยแยกนั้นอย่างแม่นยำ
มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวด มันหันไปโจมตีเครอสตันและลิริอัสด้วยพละกำลังอันมหาศาล
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม เธอสร้างลูกบอลพลังงานสีทองและสีเงินขนาดใหญ่ขึ้นมา ลูกบอลนั้นเปล่งแสงสว่างจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงทำลายล้างความมืดมิด!" เอลาริสร่ายคาถา
ลูกบอลพลังงานสีทองและสีเงินพุ่งเข้าใส่มาลากอร์อย่างจัง มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำสนิทของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของมัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นรนเพื่อหลบหนี
แต่เอลาริสก็ไม่ยอมแพ้ เธอปล่อยให้พลังเวททั้งหมดในตัวเธอไหลผ่านคทาสุริยันจันทรา ลูกบอลพลังงานสีทองและสีเงินขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลืนกินร่างของมาลากอร์ทั้งหมด
มาลากอร์กรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย เสียงนั้นดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงคร่ำครวญของขุมนรก ร่างของมันระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันฉุนกึก และความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
เอลาริสทรุดตัวลงอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสว่างจ้า แสงนั้นสว่างไสวยิ่งกว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์รวมกัน แสงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง สัญลักษณ์ของชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืดมิด
ท้องฟ้าที่มืดครึ้มตลอดเวลาก็เริ่มสว่างขึ้น แสงแดดส่องลอดก้อนเมฆออกมา แสงนั้นอบอุ่นและสดชื่น ราวกับว่าโลกใบนี้ได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และความมืดมิดก็ถูกขับไล่ออกไปจากโลกใบนี้
"เราทำได้แล้ว!" เฟรย่าอุทานด้วยความยินดี เธอวิ่งเข้ามากอดเอลาริสด้วยความดีใจ
เครอสตันและลิริอัสก็เดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจ
"เธอช่วยโลกใบนี้ไว้ได้แล้วเอลาริส" เครอสตันกล่าว
เอลาริสมองไปที่คทาสุริยันจันทราในมือของเธอ เธอรู้สึกถึงความสงบสุขที่เปี่ยมล้นในจิตใจ เธอรู้ว่าเธอได้ทำตามชะตากรรมของเธอแล้ว เธอได้ปกป้องโลกใบนี้จากภัยคุกคามของมาลากอร์
แต่เธอก็รู้ว่าหน้าที่ของเธอยังไม่จบสิ้น ความมืดมิดอาจจะถูกขับไล่ออกไปได้ชั่วคราว แต่ความชั่วร้ายก็ยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ และเธอในฐานะทายาทแห่งสุริยันจันทรา ผู้ถือครองคทาสุริยันจันทรา ก็จะต้องเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างตลอดไป
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ทั้งสองดวงกำลังโคจรห่างกันออกไป แสงสว่างบนโลกกลับคืนมาอย่างเต็มที่ เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น การผจญภัยครั้งใหม่กำลังรอคอยเธออยู่ และเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยพลังแห่งสุริยันจันทรา

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก