คทาสุริยัน

ตอนที่ 201 — ป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 814 คำ

การเดินทางฝ่าฟันเข้าไปในยอดเขาทมิฬนั้นยากลำบากยิ่งกว่าที่เอลาริสและสหายเคยประสบมา ผืนป่าที่เคยเขียวขจีในอดีต บัดนี้กลายเป็น ‘ป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อน’ ต้นไม้บิดเบี้ยวราวกับถูกทรมาน กิ่งก้านแห้งกรังเหมือนกระดูกที่ยื่นออกมาจากพื้นดินที่แตกระแหง ดอกไม้ที่เคยงดงามกลับเหี่ยวเฉาและปล่อยกลิ่นอับชื้นน่าสะอิดสะเอียนออกมา อากาศเต็มไปด้วยไอน้ำแข็งที่กัดกินผิวหนัง ‌และความรู้สึกของความมืดมิดที่กดทับจิตวิญญาณ

“พลังของมาลากอร์ครอบงำที่นี่อย่างสมบูรณ์” มาสเตอร์เอลโดรันกล่าวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม “มันได้ดูดกลืนพลังชีวิตของผืนป่าแห่งนี้ และบิดเบือนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นความชั่วร้าย”

เอลาริสสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่ชั่วร้ายที่แผ่ซ่านมาจากทุกทิศทุกทาง มันเป็นความรู้สึกที่หนาวเย็นและมุ่งร้าย ราวกับมีดที่พร้อมจะแทงทะลุจิตใจของเธอ เธอพยายามใช้พลังแห่งสุริยันและจันทราเพื่อขับไล่มันออกไป แต่พลังของมาลากอร์นั้นเข้มข้นเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้ทั้งหมด

“ระวัง!” ​ลูเซียสคำราม เขาชักดาบออก ฟาดฟันใส่เถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้ามารัดตัวพวกเขา เถาวัลย์นั้นมีหนามแหลมคม และมีสีดำสนิทราวกับถูกย้อมด้วยหมึก

“พวกมันคือ ‘เถาวัลย์มรณะ’ ที่ถูกพลังมืดมิดครอบงำ” เฟย์ริสกล่าวพลางยิงลูกศรเวทมนตร์ใส่เถาวัลย์เหล่านั้น ‍ลูกศรระเบิดออกเป็นประกายไฟสีเขียว ทำให้เถาวัลย์หดตัวกลับไป

การเดินทางผ่านป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อนเต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดมากมายที่ถูกมาลากอร์ทำให้แปดเปื้อน ทั้งแมงมุมยักษ์ที่มีดวงตาเรืองแสงสีแดง นกฮูกที่มีปีกเหมือนค้างคาว และหมาป่าที่มีขนสีดำสนิท ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายด้วยความหิวโหยและความมุ่งร้าย

เอลาริสใช้พลังเวทมนตร์ของเธออย่างเต็มที่ เธอร่ายเวทมนตร์แห่งแสงสว่างเพื่อขับไล่ความมืดมิด ‌และร่ายเวทมนตร์แห่งจันทราเพื่อสร้างเกราะป้องกัน และบางครั้ง เธอก็ใช้พลังทั้งสองด้านรวมกัน เพื่อสร้างพลังทำลายล้างที่รุนแรงกว่าเดิม

แต่สิ่งที่ทำให้เธอหนักใจที่สุด คือ ‘เสียงกระซิบ’ ที่ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ เสียงกระซิบนั้นไม่ใช่เสียงที่มาจากภายนอก ‍หากแต่เป็นเสียงที่สะท้อนอยู่ในจิตใจของเธอ มันเล่าเรื่องราวของความล้มเหลว ความสิ้นหวัง และความโดดเดี่ยวที่รอคอยเธออยู่

“เจ้าจะสู้ไปเพื่ออะไร...” เสียงกระซิบนั้นเอ่ยถาม “สุดท้ายแล้ว เจ้าก็จะล้มเหลวเหมือนบรรพบุรุษของเจ้า”

เอลาริสกัดฟันแน่น เธอพยายามที่จะไม่ฟังเสียงนั้น ​แต่บางครั้ง เธอก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่าสิ่งที่เสียงนั้นพูดอาจเป็นความจริง

“อย่าไปฟังมันเอลาริส!” มาสเตอร์เอลโดรันเตือน “มันคือภาพลวงตาที่มาลากอร์สร้างขึ้น เพื่อบั่นทอนกำลังใจของเจ้า”

“แต่ถ้ามันเป็นความจริงล่ะคะ ท่านมาสเตอร์?” เอลาริสถาม ​เสียงของเธอสั่นเครือ

มาสเตอร์เอลโดรันหยุดเดิน เขาหันมามองเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา “ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเอลาริส แต่สิ่งที่เราทำได้คือการต่อสู้เพื่อสิ่งที่เราเชื่อมั่น และการไม่ยอมแพ้ต่อความสิ้นหวัง”

คำพูดของมาสเตอร์เอลโดรันทำให้เอลาริสรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่รออยู่เบื้องหน้า

พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อน จนกระทั่งมาถึง ​‘ใจกลางป่า’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พลังมืดมิดเข้มข้นที่สุด ที่นั่นมีต้นไม้ขนาดมหึมาต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ลำต้นของมันบิดเบี้ยวและมีหนามแหลมคม กิ่งก้านของมันดูเหมือนมือที่ยื่นออกมาจากนรก และใบของมันก็มีสีดำสนิท

“นี่คือ ‘ต้นไม้วิญญาณมืด’” มาสเตอร์เอลโดรันอธิบาย “มาลากอร์ใช้มันเป็นแหล่งพลังงาน และเป็นที่ซ่อนของสมุนที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน”

ทันใดนั้น เสียงคำรามอันดุร้ายก็ดังขึ้นจากต้นไม้วิญญาณมืด เงาร่างขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากเงามืด มันคือ ‘วอร์เดนแห่งความมืด’ สมุนของมาลากอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ผิวหนังเป็นสีดำสนิท ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำ และมีอาวุธคล้ายเคียวขนาดใหญ่ที่ทำจากเงามืด

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” วอร์เดนแห่งความมืดคำราม เสียงของมันดุดันราวกับเสียงคำรามของปีศาจ “ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ผ่านไปได้!”

“เราจะผ่านไปให้ได้!” ลูเซียสกล่าว เขาพุ่งเข้าใส่วอร์เดนแห่งความมืด ฟาดฟันดาบใส่มันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

วอร์เดนแห่งความมืดปัดป้องการโจมตีของลูเซียสด้วยเคียวของมัน มันแข็งแกร่งและว่องไวกว่าที่พวกเขาคิด การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ลูเซียสพยายามที่จะโจมตีจุดอ่อนของมัน แต่ วอร์เดนแห่งความมืดก็ป้องกันตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม

เฟย์ริสยิงลูกศรเวทมนตร์ใส่ วอร์เดนแห่งความมืด แต่ลูกศรของเธอก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้มากนัก

“มันแข็งแกร่งเกินไป!” เฟย์ริสกล่าวอย่างตกใจ

เอลาริสรู้ดีว่าเธอจะต้องทำอะไรบางอย่าง เธอหลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราทั้งหมดที่มีในตัว เธอจำคำพูดของมาสเตอร์เอลโดรันที่ว่า “คทาต้องการหัวใจของผู้ถือครอง” เธอสัมผัสถึงหัวใจแห่งผู้พิทักษ์ที่เต้นระรัวในมือของเธอ

เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองและสีม่วงน้ำเงิน เธอพุ่งเข้าใส่วอร์เดนแห่งความมืด เธอร่ายเวทมนตร์แห่งแสงสว่าง แสงสีทองพุ่งออกจากฝ่ามือของเธอ พัดพาวอร์เดนแห่งความมืดกระเด็นไปไกล และในขณะเดียวกัน เธอก็ร่ายเวทมนตร์แห่งจันทรา สร้างกำแพงพลังงานสีม่วงน้ำเงินขึ้นมา เพื่อป้องกันการโจมตีจากมัน

วอร์เดนแห่งความมืดคำรามด้วยความโกรธ มันพุ่งเข้าใส่เอลาริสอีกครั้ง คราวนี้มันใช้พลังทั้งหมดที่มี มันสร้างคลื่นพลังงานความมืดขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่เอลาริส

เอลาริสรู้ดีว่าเธอจะต้องหยุดยั้งมันให้ได้ เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี สร้างคลื่นพลังงานแห่งสุริยันจันทรา แสงสีทองและสีม่วงน้ำเงินหลอมรวมกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่คลื่นพลังงานความมืดของวอร์เดนแห่งความมืด

พลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่ เสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อน แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างดุเดือด

เมื่อฝุ่นควันจางหายไป วอร์เดนแห่งความมืดก็ล้มลงไปนอนกับพื้น ร่างกายของมันสั่นสะท้าน และพลังงานความมืดที่ปกคลุมรอบกายของมันก็เริ่มเลือนหายไป

“เราทำได้แล้ว!” เฟย์ริสตะโกนด้วยความดีใจ

เอลาริสหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ร่างกายของเธออ่อนล้า แต่เธอก็รู้สึกถึงชัยชนะที่เธอเพิ่งได้รับ เธอได้พิสูจน์แล้วว่าเธอสามารถต่อสู้กับพลังแห่งความมืดมิดของมาลากอร์ได้

มาสเตอร์เอลโดรันเดินเข้ามาหาเอลาริส “เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส เจ้าได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของเจ้าแล้ว”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

พวกเขาเดินทางต่อไป ยังคงต้องมุ่งหน้าสู่ยอดเขาทมิฬ ที่วิหารแห่งสุริยันจันทรากำลังรอคอยพวกเขาอยู่ พร้อมกับความจริงเบื้องหลังคทาอันศักดิ์สิทธิ์ และการเผชิญหน้ากับมาลากอร์ที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!