ชัยชนะเหนือวอร์เดนแห่งความมืดในป่าอาถรรพ์ที่แปดเปื้อน ได้จุดประกายความหวังให้กับเอลาริสและสหาย แม้จะบาดเจ็บและอ่อนล้า แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าได้ก้าวผ่านบททดสอบที่สำคัญมาได้อีกขั้นหนึ่งแล้ว พวกเขายังคงมุ่งหน้าต่อไปสู่ยอดเขาทมิฬ แต่ในขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในดินแดนที่มืดมิดนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าอากาศรอบกาย ก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่จิตใจของเอลาริส
หลังจากเอาชนะวอร์เดนแห่งความมืดได้ พวกเขาค้นพบสิ่งหนึ่งที่น่าตกใจ ณ ที่ซ่อนของวอร์เดน มีแผนที่เก่าแก่ผืนหนึ่งทำจากหนังสัตว์ที่ถูกพลังมืดกัดกร่อน แผนที่นั้นแสดงเส้นทางลับสู่ส่วนลึกของยอดเขาทมิฬ และที่สำคัญที่สุด มันมีตราสัญลักษณ์ของ ‘พันธมิตรแห่งแสง’ ซึ่งเป็นองค์กรที่เคยให้ความช่วยเหลือพวกเขาในตอนต้นของการเดินทาง
“นี่มันอะไรกัน?” เฟย์ริสพึมพำด้วยความไม่เชื่อ “ตราสัญลักษณ์ของพันธมิตรแห่งแสงอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
มาสเตอร์เอลโดรันรับแผนที่มาพิจารณา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “นี่มันไม่ถูกต้อง พันธมิตรแห่งแสงควรจะเป็นผู้ที่ต่อต้านมาลากอร์”
“หรือว่า...พวกมันถูกควบคุมโดยมาลากอร์?” ลูเซียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
เอลาริสรู้สึกราวกับถูกน้ำแข็งสาดใส่ เธอจำได้ถึงรอยยิ้มอันอบอุ่นของผู้นำพันธมิตรแห่งแสง ผู้ที่เคยให้คำแนะนำและมอบเสบียงให้พวกเขา เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่ดูดีเช่นนั้นจะเกี่ยวข้องกับมาลากอร์ได้
“ไม่จริงน่า” เอลาริสพึมพำ “ผู้นำของพวกเขา...เขาดูเป็นคนดีมาก”
มาสเตอร์เอลโดรันถอนหายใจ “บางครั้ง ความชั่วร้ายก็ซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากที่งดงามที่สุดเอลาริส นี่อาจจะเป็นแผนการของมาลากอร์ที่จะบิดเบือนและครอบงำผู้คนจากภายใน”
แผนที่นั้นบ่งชี้ถึงเส้นทางที่ลัดตรงไปยังใจกลางของยอดเขาทมิฬ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘วิหารแห่งสุริยันจันทรา’ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มันยังแสดงถึงจุดส่งกำลังบำรุงลับ และเส้นทางหลบหนีที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแยบยล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีตราสัญลักษณ์ของพันธมิตรแห่งแสงอยู่ด้วย
“ถ้าแผนที่นี้เป็นของพันธมิตรแห่งแสงจริง” เฟย์ริสกล่าว “ก็หมายความว่า...พวกเขากำลังร่วมมือกับมาลากอร์”
“หรืออย่างน้อยที่สุด ก็มีคนวงในที่ให้ความร่วมมือ” ลูเซียสเสริม “นี่คือการทรยศหักหลังที่เลวร้ายที่สุด”
ความรู้สึกของ ‘การทรยศ’ นั้นกัดกินจิตใจของเอลาริส เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่มาจากการถูกหักหลัง ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ทำให้เธอไม่กล้าที่จะเชื่อใจใครอีกต่อไป
“แต่ทำไม?” เอลาริสถาม เสียงของเธอสั่นเครือ “ทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนี้?”
มาสเตอร์เอลโดรันส่ายหน้า “อำนาจ ความกลัว หรือคำมั่นสัญญาอันจอมปลอมของมาลากอร์ อาจเป็นเหตุผลได้ทั้งนั้นเอลาริส เราไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีกต่อไป เราต้องระวังตัวให้มากที่สุด”
ข่าวร้ายไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เมื่อพวกเขาเดินทางต่อไป มาสเตอร์เอลโดรันก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานมืดมิดที่เข้มข้นขึ้นอย่างรวดเร็ว
“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่...มันใกล้เข้ามาแล้ว” มาสเตอร์เอลโดรันกล่าวด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด “เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น”
คำเตือนของมาสเตอร์เอลโดรันทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก เวลาเหลือน้อยลงทุกที และตอนนี้พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการทรยศหักหลังจากผู้ที่เคยคิดว่าเป็นพันธมิตร
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องเร่งมือให้เร็วกว่าเดิม” ลูเซียสกล่าว “เราต้องไปถึงวิหารแห่งสุริยันจันทรา และเอาคทากลับคืนมาให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ จะต้องเชื่อมั่นในตัวเองและสหายของเธอ และจะต้องไม่ยอมแพ้ต่อความมืดมิดไม่ว่าจะมาจากภายนอกหรือภายในจิตใจ
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในยอดเขาทมิฬ แสงสว่างก็เริ่มเลือนหายไปจนมิด ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยเมฆดำมืด และดวงจันทร์ทั้งสองดวงก็เริ่มปรากฏขึ้นในยามกลางวัน แสงสีเงินของพวกมันดูหม่นหมองและมืดมน ราวกับจะบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง
เอลาริสรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ในไม่ช้า และจะต้องใช้พลังของคทาสุริยันจันทราเพื่อผนึกมันอีกครั้ง
แต่คำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของเธอ คือใครคือผู้ทรยศตัวจริงในพันธมิตรแห่งแสง? และทำไมพวกเขาถึงร่วมมือกับมาลากอร์? เธอจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ และจะต้องหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของพวกมัน
พวกเขาเดินทางมาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง มองลงไปเบื้องล่างเห็นวิหารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำสนิท วิหารนั้นดูเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ แต่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยพลังงานมืดมิด และมีกองทัพของมาลากอร์เฝ้ารักษาการณ์อยู่มากมาย
“นั่นคือวิหารแห่งสุริยันจันทรา” มาสเตอร์เอลโดรันกล่าว “และนั่นคือที่ที่เราจะต้องไป”
เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์อันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากวิหาร มันเป็นพลังที่ทั้งแสงสว่างและความมืดมิดหลอมรวมกัน และเธอรู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบของคทาสุริยันจันทราที่กำลังเรียกหาเธอ
“เราต้องหาทางเข้าไปในวิหาร” ลูเซียสกล่าว “แต่พวกมันมีกำลังพลมากเกินไป”
เฟย์ริสหยิบแผนที่ที่ได้มาจากวอร์เดนแห่งความมืดขึ้นมาดู “แผนที่นี้แสดงถึงทางเข้าลับที่อยู่ด้านหลังวิหาร แต่เราต้องเดินทางผ่านช่องเขาที่เต็มไปด้วยกับดักและสมุนของมาลากอร์”
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” มาสเตอร์เอลโดรันกล่าว “เราต้องใช้เส้นทางนี้”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะอันตรายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แต่เธอก็ไม่กลัว เธอเชื่อมั่นในพลังของเธอ และเชื่อมั่นในสหายของเธอ
“พวกเราไปกันเถอะ” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น “เราจะไปหยุดยั้งมาลากอร์ และจะนำแสงสว่างกลับคืนมาสู่โลกใบนี้ให้ได้”
เงามืดแห่งการทรยศยังคงตามหลอกหลอนพวกเขา แต่เอลาริสก็ไม่ยอมให้มันบั่นทอนกำลังใจของเธอ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่รออยู่เบื้องหน้า และเพื่อที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์
สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก