คทาสุริยัน

ตอนที่ 263 — แสงแห่งความหวังอันริบหรี่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 809 คำ

การเดินทางสู่ทางเข้าอุโมงค์แห่งแสงดาวเป็นไปอย่างยากลำบาก พวกเขาต้องข้ามผ่านดินแดนที่เคยเป็นป่าไม้เขียวขจี แต่บัดนี้กลับกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายซาก ดินแตกระแหงเป็นริ้วรอยลึก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในโลก แสงตะวันดูอ่อนแรงลงกว่าปกติ ราวกับจะถูกกลืนกินโดยเงาที่มองไม่เห็น

"ความมืดมิดกำลังแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว" ‌อาจารย์เอเธนพึมพำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "มาลากอร์กำลังใช้พลังทั้งหมดของมัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่"

เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังงานด้านลบที่แผ่ออกมาจากพื้นดิน มันทำให้เธอรู้สึกอ่อนล้าและหดหู่ เธอพยายามรวบรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอ เพื่อขับไล่ความรู้สึกเหล่านั้นออกไป แต่ก็ทำได้เพียงเล็กน้อย

"เราจะไปถึงอุโมงค์แห่งแสงดาวทันเวลาไหมคะอาจารย์?" ​เอลาริสถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความท้อแท้ "ข้ารู้สึกว่าพลังของข้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะผ่านบททดสอบของอุโมงค์นั้นได้"

อาจารย์เอเธนมองมาที่เอลาริส ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ "ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติเอลาริส เมื่อเผชิญหน้ากับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ย่อมมีความสงสัยในตัวเองเกิดขึ้น แต่เจ้าจะต้องไม่ยอมให้ความสงสัยนั้นมาบงการเจ้า"

ไกรธรเดินเข้ามาใกล้ เขาตบไหล่เอลาริสเบาๆ ‍"เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด เอลาริส เจ้าได้แสดงให้เห็นแล้วในนครใต้พิภพ"

ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว เจ้าคือความหวังของเราทุกคน ถ้าเจ้ายอมแพ้ แล้วใครจะปกป้องโลกใบนี้ได้?"

คำพูดของสหายทำให้เอลาริสรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความรู้สึกหนักอึ้งในใจก็ยังคงอยู่ ‌เธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ เธอเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่เพิ่งค้นพบพลังเวทมนตร์ เธอจะสามารถต่อกรกับราชาปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ได้อย่างไร?

เมื่อมาถึงทางเข้าอุโมงค์แห่งแสงดาว พวกเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง ทางเข้าอุโมงค์นั้นเป็นประตูหินขนาดมหึมาที่สลักด้วยสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แต่ประตูนั้นกลับถูกปิดผนึกด้วยพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

"มันถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์แห่งความมืดมิด" อาจารย์เอเธนกล่าว ใบหน้าของเขาซีดเผือด ‍"มาลากอร์รู้ว่าเรากำลังจะมาที่นี่ และมันได้ส่งคนมาผนึกทางเข้าอุโมงค์ไว้แล้ว"

เอลาริสพยายามใช้พลังเวทมนตร์ของเธอในการเปิดประตู แต่เวทมนตร์ของเธอก็ไม่สามารถทำอะไรกับผนึกนั้นได้เลย แสงสีทองจากมือของเธอปะทะกับผนึกแล้วก็แตกกระจายออกไป ราวกับไม่มีพลัง

"ไม่... ไม่จริง" เอลาริสพึมพำด้วยความสิ้นหวัง "นี่คือทางเดียวที่เราจะไปถึงวิหารแห่งสุริยันจันทราได้ทันเวลา"

ความสิ้นหวังเข้าครอบงำเอลาริส ​เธอทรุดตัวลงกับพื้น รู้สึกว่าความหวังทั้งหมดได้มลายหายไปแล้ว

"เราจะทำอย่างไรกันดีคะอาจารย์?" เอลาริสถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมดอาลัยตายอยาก "เราไปไม่ถึงแน่ๆ"

อาจารย์เอเธนเดินเข้ามานั่งข้างๆ เอลาริส เขาลูบผมของเธอเบาๆ

"อย่าเพิ่งหมดหวัง เอลาริส" อาจารย์เอเธนกล่าว ​"ความมืดมิดอาจจะแข็งแกร่ง แต่แสงสว่างก็ยังคงอยู่เสมอ"

"แต่ผนึกนี้แข็งแกร่งมากค่ะ" เอลาริสกล่าว "พลังของข้าไม่สามารถทำลายมันได้"

"ผนึกนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์แห่งความมืดมิด" อาจารย์เอเธนอธิบาย "และมีเพียงเวทมนตร์แห่งแสงสว่างที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถทำลายมันได้"

"แล้วเวทมนตร์แห่งแสงสว่างที่บริสุทธิ์คืออะไรคะ?" เอลาริสถาม

อาจารย์เอเธนยิ้มอย่างอ่อนโยน "มันคือพลังที่อยู่ในตัวเจ้า ​เอลาริส พลังแห่งสุริยันจันทราที่ยังไม่ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์"

"แต่ข้าไม่รู้ว่าจะปลุกมันขึ้นมาได้อย่างไร" เอลาริสกล่าว

อาจารย์เอเธนไม่ตอบ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด และจ้องมองไปยังดวงจันทร์ที่เริ่มปรากฏขึ้นมาบนขอบฟ้า

"จงมองไปยังดวงจันทร์ เอลาริส" อาจารย์เอเธนกล่าว "เจ้าเห็นอะไรในดวงจันทร์นั้น?"

เอลาริสมองตามที่อาจารย์เอเธนบอก เธอเห็นดวงจันทร์สีเงินนวลผ่อง กำลังส่องแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด

"ข้าเห็นแสงสว่างค่ะ" เอลาริสตอบ "แสงที่ส่องนำทางในความมืดมิด"

"ถูกต้องแล้ว" อาจารย์เอเธนกล่าว "จงจินตนาการถึงแสงสว่างนั้น จงเชื่อมโยงมันเข้ากับจิตวิญญาณของเจ้า แล้วปล่อยให้มันหลอมรวมเข้ากับพลังแห่งดวงอาทิตย์ที่อยู่ในตัวเจ้า"

เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามทำตามที่อาจารย์เอเธนบอก เธอจินตนาการถึงแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเธอ หลอมรวมเข้ากับพลังแห่งดวงอาทิตย์ที่อยู่ในสายเลือดของเธอ

ทันใดนั้น ร่างกายของเอลาริสก็พลันเปล่งแสงสีทองและสีเงินออกมาพร้อมกัน แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ปกคลุมร่างของเธอทั้งหมด แสงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่แสงสว่าง แต่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง

"นี่คือ... พลังแห่งสุริยันจันทรา!" อาจารย์เอเธนอุทานด้วยความตื่นเต้น "เจ้าปลุกมันขึ้นมาได้แล้ว เอลาริส!"

เอลาริสลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีทองและสีเงินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เธอเดินเข้าไปใกล้ประตูหิน เธอวางมือลงบนผนึกแห่งความมืดมิด และปล่อยให้พลังแห่งสุริยันจันทราไหลเวียนออกจากตัวเธอ

แสงสีทองและสีเงินจากมือของเอลาริสปะทะกับผนึกแห่งความมืดมิด แสงทั้งสองพลังปะทะกันอย่างรุนแรง สร้างเสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ ผนึกแห่งความมืดมิดเริ่มสั่นสะเทือน ก่อนที่จะค่อยๆ แตกสลายไปในที่สุด

เมื่อผนึกแห่งความมืดมิดสลายไป ประตูหินก็พลันเปิดออก เผยให้เห็นทางเข้าอุโมงค์แห่งแสงดาวที่เปล่งประกายด้วยแสงสีรุ้งงามตา

"เราทำได้แล้ว!" ลิลลี่ตะโกนด้วยความดีใจ

ไกรธรยิ้มอย่างโล่งอก "เจ้าเก่งมาก เอลาริส"

เอลาริสรู้สึกถึงความหวังที่กลับมาอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวผ่านบททดสอบที่สำคัญที่สุดไปได้แล้ว และเธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อไป

"เราเข้าไปข้างในกันเถอะ" อาจารย์เอเธนกล่าว "เวลาของเราเหลือน้อยแล้ว"

พวกเขาก้าวเข้าไปในอุโมงค์แห่งแสงดาว อุโมงค์นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเดิน แต่เป็นดั่งอุโมงค์เวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยแสงสีรุ้งงามตา มีดวงดาวระยิบระยับอยู่บนเพดานและผนัง ราวกับพวกเขากำลังเดินทางอยู่ในอวกาศ

เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในอุโมงค์ มันช่วยฟื้นฟูกำลังกายและกำลังใจของเธอ เธอรู้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่เธอจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังแห่งสุริยันจันทรา และเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสุดท้ายของเธอ

แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและอันตราย แต่เอลาริสก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เธอมีพลังแห่งสุริยันจันทราอยู่ในตัวเธอ และเธอมีสหายผู้กล้าที่พร้อมจะเคียงข้างเธอไปจนถึงที่สุด แสงแห่งความหวังที่เคยริบหรี่ บัดนี้ได้กลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง และมันจะนำทางเธอไปสู่ชัยชนะเหนือความมืดมิดให้จงได้


หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!