คทาสุริยัน

ตอนที่ 295 — การตัดสินใจที่ยากลำบาก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 874 คำ

อุโมงค์แห่งแสงดาวเป็นดั่งทางเดินแห่งความฝันที่ทอดยาวผ่านมิติที่ซ้อนทับกัน แสงสีรุ้งและดวงดาวที่ระยิบระยับบนผนังอุโมงค์ทำให้รู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ พลังงานบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในอุโมงค์ช่วยฟื้นฟูกำลังกายและกำลังใจของเอลาริสและสหายให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง การเดินทางในอุโมงค์นี้รวดเร็วกว่าที่คิดไว้มาก

"อุโมงค์แห่งแสงดาวนี้ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ" ลิลลี่อุทานด้วยความตื่นเต้น "เรามาได้ไกลขนาดนี้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน ถ้าเดินทางปกติคงใช้เวลาเป็นเดือน!"

"นี่คือเวทมนตร์ของบรรพชนเจ้า เอลาริส" ‌อาจารย์เอเธนกล่าว "พวกเขาได้สร้างเส้นทางนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้พิทักษ์สามารถเดินทางไปยังวิหารแห่งสุริยันจันทราได้อย่างรวดเร็วในยามที่จำเป็น"

เอลาริสรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับพลังในอุโมงค์ เธอรู้ว่าพลังแห่งสุริยันจันทราในตัวเธอกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่แล้ว จู่ๆ แสงสีรุ้งในอุโมงค์ก็เริ่มสั่นไหว ผนังอุโมงค์เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น เสียงครืดคราดดังก้องไปทั่วบริเวณ ​ราวกับว่าอุโมงค์กำลังจะพังทลายลงมา

"เกิดอะไรขึ้นคะอาจารย์?" เอลาริสถามด้วยความตกใจ

อาจารย์เอเธนหน้าซีดเผือด "พลังของอุโมงค์กำลังอ่อนแอลง มีบางสิ่งกำลังพยายามรบกวนการทำงานของมัน"

ทันใดนั้น ภาพของราชาปีศาจมาลากอร์ก็พลันฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิดของเอลาริส พร้อมกับเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายที่ดังก้องอยู่ในจิตใจ

"เจ้าคิดหรือว่าจะหนีข้าไปได้ง่ายๆ เด็กน้อย" เสียงของมาลากอร์ดังขึ้น ‍"ข้าได้ส่งสมุนของข้าไปรอต้อนรับพวกเจ้าแล้ว!"

เสียงคำรามดังก้องมาจากเบื้องหน้า พวกเขามองเห็นเงาขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาในอุโมงค์

"สมุนของมาลากอร์!" ไกรธรคำราม เขาชักดาบของเขาออกมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายค้างคาวขนาดมหึมาหลายสิบตัวบินเข้ามาในอุโมงค์ พวกมันมีดวงตาสีแดงก่ำและเขี้ยวเล็บที่แหลมคม สัตว์ประหลาดเหล่านั้นพุ่งตรงเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างไม่ลังเล

"พวกมันเป็น 'มังกรเงา'" ‌อาจารย์เอเธนกล่าว "พวกมันถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิด และแข็งแกร่งมาก"

ไกรธรพุ่งเข้าใส่ฝูงมังกรเงา เขาใช้ดาบของเขาฟาดฟันและปัดป้องการโจมตีของพวกมันอย่างรวดเร็ว เสียงดาบปะทะกับเกล็ดของมังกรเงาดังก้องไปทั่วอุโมงค์

ลิลลี่ยิงลูกธนูเข้าใส่ฝูงมังกรเงา ลูกธนูของเธอพุ่งตรงไปยังดวงตาของพวกมัน ทำให้มังกรเงาหลายตัวตกลงมาจากอากาศ

เอลาริสรวบรวมพลังเวทมนตร์ในตัวเธอ เธอส่งกระแสลมอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่ฝูงมังกรเงา ‍ทำให้พวกมันกระเด็นถอยหลังไปหลายตัว

แต่ฝูงมังกรเงาก็มีจำนวนมากเกินไป พวกมันพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง อุโมงค์แห่งแสงดาวเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมากขึ้น รอยร้าวบนผนังอุโมงค์เริ่มขยายใหญ่ขึ้น

"อุโมงค์กำลังจะพังทลายลงมาแล้ว!" อาจารย์เอเธนตะโกน "เราต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!"

แต่ทางออกก็ถูกปิดกั้นด้วยฝูงมังกรเงาที่เข้ามาโจมตีอย่างไม่ขาดสาย

ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กับฝูงมังกรเงาอยู่นั้น เอลาริสก็รู้สึกถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากผนังอุโมงค์ด้านหนึ่ง มันเป็นพลังงานที่คุ้นเคย ​แต่ก็แตกต่างออกไปเล็กน้อย ราวกับว่าผนังนั้นกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ

เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมโยงจิตใจของเธอเข้ากับพลังงานนั้น ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิดของเธอ มันเป็นภาพของทางออกลับที่ซ่อนอยู่หลังผนังอุโมงค์ ทางออกนั้นจะนำพาพวกเขาไปยังอีกส่วนหนึ่งของโลก แต่การที่จะเปิดทางออกนั้นได้ ​เธอจะต้องใช้พลังแห่งสุริยันจันทราทั้งหมดที่มี และนั่นหมายความว่าเธอจะต้องใช้เวลาและพลังงานเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เธออ่อนแอลงและไม่สามารถต่อสู้กับมาลากอร์ได้เต็มที่เมื่อไปถึงวิหาร

"ข้าเห็นทางออกลับค่ะอาจารย์!" เอลาริสตะโกน "มันอยู่หลังผนังอุโมงค์ด้านนั้น!"

อาจารย์เอเธนมองไปยังผนังอุโมงค์ที่เอลาริสชี้ "แต่การเปิดทางออกนั้นจะต้องใช้พลังเวทมนตร์อย่างมหาศาล เอลาริส เจ้าอาจจะอ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้กับมาลากอร์ได้"

เอลาริสรู้สึกถึงความสับสน ​เธอจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เธอจะเลือกใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อเปิดทางออกลับ และช่วยชีวิตเพื่อนๆ ของเธอ หรือเธอจะเก็บพลังไว้เพื่อต่อสู้กับมาลากอร์ในอนาคต?

ในขณะที่เธอกำลังลังเล ฝูงมังกรเงาก็พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ไกรธรและลิลลี่เริ่มอ่อนแรงลง อุโมงค์แห่งแสงดาวเริ่มพังทลายลงมา เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดาน

"เอลาริส! เราต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้!" ไกรธรตะโกน

เอลาริสมองไปยังสหายของเธอ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่น เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาต้องตายอยู่ที่นี่ได้

เธอหลับตาลงอีกครั้ง เธอระลึกถึงคำพูดของเอเธเนียสที่บอกว่า "พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่คทา แต่อยู่ที่หัวใจของเจ้า" เธอรู้ว่าถ้าเธอไม่สามารถปกป้องคนที่เธอรักได้ คทาสุริยันจันทราก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

เธอตัดสินใจแล้ว!

เอลาริสลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันจันทราทั้งหมดที่มี แล้วส่งกระแสพลังพุ่งเข้าใส่ผนังอุโมงค์

แสงสีทองและสีเงินเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากมือของเอลาริส แสงนั้นพุ่งเข้าปะทะกับผนังอุโมงค์อย่างรุนแรง เสียงครืดคราดดังก้องไปทั่วบริเวณ ผนังอุโมงค์เริ่มสั่นสะเทือน ก่อนที่จะค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางออกลับที่เปล่งประกายด้วยแสงสว่างจ้า

"ไปกันเถอะ!" เอลาริสตะโกน เธอรีบวิ่งนำหน้าไปทางออกลับ สหายของเธอตามหลังมาติดๆ

พวกเขาพุ่งตัวผ่านทางออกลับไปได้ทันเวลา ก่อนที่อุโมงค์แห่งแสงดาวจะพังทลายลงมาอย่างสมบูรณ์

เมื่อพวกเขามาถึงอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะ อากาศหนาวเย็นยะเยือก แต่ก็สดชื่นและบริสุทธิ์ เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเทือกเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

และที่ปลายทางของเทือกเขานั้น มีวิหารโบราณขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด วิหารนั้นสร้างจากหินสีขาวบริสุทธิ์ ประดับประดาด้วยสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มันเปล่งประกายเรืองรองยามต้องแสงตะวัน ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังที่ส่องนำทางในความมืดมิด

"วิหารแห่งสุริยันจันทรา..." เอลาริสพึมพำด้วยความตื่นเต้นและโล่งใจ

แต่ความรู้สึกโล่งใจนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเอลาริสรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่เข้าครอบงำร่างกาย เธอใช้พลังแห่งสุริยันจันทราทั้งหมดที่มีในการเปิดทางออกลับ ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกอ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"เอลาริส! เจ้าเป็นอะไรไป?" อาจารย์เอเธนรีบเข้ามาประคองเธอไว้

เอลาริสพยายามยิ้ม "ข้า... ข้าไม่เป็นไรค่ะอาจารย์ ข้าแค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย"

ไกรธรและลิลลี่ต่างมองหน้ากันด้วยความกังวล พวกเขารู้ว่าเอลาริสเสียสละพลังของเธอไปมากเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา และตอนนี้เธอก็อยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์

"เราต้องรีบไปที่วิหารแห่งสุริยันจันทราให้เร็วที่สุด" อาจารย์เอเธนกล่าว "เราต้องหาทางให้เอลาริสฟื้นฟูพลังของเธอให้กลับมาเป็นปกติ"

เอลาริสมองไปยังวิหารแห่งสุริยันจันทราที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ว่าเธอใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว แต่เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย เธอจะต้องฟื้นฟูพลังของเธอให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และปกป้องโลกจากเงื้อมมือของราชาปีศาจมาลากอร์ให้จงได้


หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!