คทาสุริยัน

ตอนที่ 265 — บาดแผลของโลก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,380 คำ

ในฐานะราชินีแห่งสุริยันจันทรา เอลาริสเริ่มภารกิจในการฟื้นฟูโลกที่บอบช้ำจากการคุกคามของมาลากอร์ เวทมนตร์ได้กลับคืนสู่โลกแล้ว แต่บาดแผลที่ความมืดมิดทิ้งไว้ยังคงปรากฏให้เห็นทุกหนแห่ง ป่าไม้ที่เคยเขียวชอุ่มกลายเป็นซากปรักหักพัง แม่น้ำที่เคยใสสะอาดกลายเป็นพิษ และผู้คนยังคงหวาดกลัวต่อเงาของอดีต

"พลังของคทาสุริยันจันทราสามารถเยียวยาได้" เอลาริสกล่าวขณะที่พวกเขากำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการโจมตีของมาลากอร์ ‌"แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ เราต้องทำมากกว่าแค่การเยียวยาทางกายภาพ เราต้องเยียวยาจิตใจของผู้คนด้วย"

เฟรย่าพยักหน้าเห็นด้วย "ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจของพวกเขา"

เครอสตันเสริม "การสร้างความเชื่อมั่นและการปกป้องพวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุด"

พวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านที่ว่ากันว่าถูกทำลายเกือบทั้งหมดจากการโจมตีของมาลากอร์ หมู่บ้านนั้นเงียบสงัด มีเพียงซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ถูกเผาไหม้ และผู้คนที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่คนที่ดูหวาดกลัวและสิ้นหวัง

เอลาริสเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ​เธอเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ข้างซากปรักหักพังของบ้าน เธอเดินเข้าไปหาเด็กหญิงคนนั้น และคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ

"ไม่ต้องกลัวนะ" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ทุกอย่างจะดีขึ้น"

เด็กหญิงเงยหน้ามองเอลาริส ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสัมผัสที่หน้าผากของเด็กหญิง ‍แสงสีทองและสีเงินอ่อนๆ แผ่ออกมาจากคทา โอบล้อมร่างของเด็กหญิงไว้

ทันใดนั้น เด็กหญิงก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและความสงบสุขที่ไหลเวียนเข้าสู่ตัวเธอ ความหวาดกลัวในจิตใจของเธอเริ่มจางหายไป รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

"ข้าคือเอลาริส ราชินีแห่งสุริยันจันทรา" ‌เอลาริสกล่าวกับชาวบ้านที่เหลืออยู่ "ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยพวกท่าน ข้าจะใช้พลังของข้าในการเยียวยาหมู่บ้านของพวกท่าน และนำความหวังกลับคืนสู่พวกท่าน"

ชาวบ้านต่างพากันมองเอลาริสด้วยความไม่เชื่อ แต่เมื่อพวกเขาเห็นแสงสีทองและสีเงินที่เปล่งออกมาจากคทาสุริยันจันทรา และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังบนใบหน้าของเอลาริส พวกเขาก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

เอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการเยียวยาหมู่บ้าน เธอใช้พลังแห่งสุริยันในการทำลายล้างซากปรักหักพัง ‍และใช้พลังแห่งจันทราในการฟื้นฟูบ้านเรือนให้กลับคืนมาดังเดิม เธอใช้พลังของคทาในการชำระล้างแม่น้ำที่เคยเป็นพิษ และทำให้ป่าไม้ที่เคยแห้งแล้งกลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง

ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังใช้พลังของคทาในการเยียวยาจิตใจของผู้คน เธอพูดคุยกับพวกเขา ให้กำลังใจพวกเขา และปลูกฝังความหวังในจิตใจของพวกเขา

ค่อยๆ หมู่บ้านก็กลับคืนสู่สภาพปกติ ​ผู้คนเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเด็กๆ กลับมาดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน

"เธอช่างน่าอัศจรรย์มากเอลาริส" เฟรย่ากล่าวด้วยความชื่นชม "เธอไม่เพียงแค่เยียวยาโลก แต่ยังเยียวยาจิตใจของผู้คนด้วย"

"มันคือหน้าที่ของฉันในฐานะราชินีแห่งสุริยันจันทรา" เอลาริสกล่าว "ฉันจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อปกป้องโลกใบนี้ ​และนำความสุขกลับคืนสู่ผู้คน"

แต่ในขณะเดียวกัน เอลาริสก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติ พลังงานนั้นไม่ได้มาจากมาลากอร์ แต่เป็นพลังงานที่มืดมิดและแปลกประหลาด พลังงานนั้นมาจากส่วนลึกของโลก ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังตื่นขึ้นมา

"ฉันรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติ" เอลาริสกล่าว "มันไม่ใช่พลังของมาลากอร์ ​แต่มันก็มืดมิดและน่ากลัวไม่แพ้กัน"

เฟรย่าพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันก็รู้สึกได้เช่นกัน ดูเหมือนว่าจะมีภัยคุกคามใหม่กำลังจะเกิดขึ้น"

พวกเขาเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราในการค้นหาแหล่งที่มาของพลังงานที่ผิดปกติ พลังงานนั้นมาจากภูเขาไฟที่อยู่ห่างไกลออกไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่เชื่อกันว่าดับสนิทมานานนับพันปี

"ภูเขาไฟแห่งความมืดมิด!" เฟรย่าอุทานด้วยความตกใจ "นั่นเป็นสถานที่ที่ถูกสาปแช่ง ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้"

"แต่ฉันรู้สึกว่านั่นคือที่ที่เราจะพบกับความจริง" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "เราต้องไปที่นั่น"

การเดินทางไปยังภูเขาไฟแห่งความมืดมิดเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ภูเขาไฟนั้นตั้งอยู่ในดินแดนที่แห้งแล้งและรกร้าง มีลาวาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ใต้พื้นดินตลอดเวลา และมีสัตว์ร้ายประหลาดที่อาศัยอยู่ในความมืดมิด

แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ พวกเขารวบรวมเสบียงและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่ยาวนานและอันตราย เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราในการนำทางและปกป้องสหายจากอันตรายต่างๆ

เมื่อมาถึงภูเขาไฟแห่งความมืดมิด บรรยากาศที่นี่ก็แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดเวลา มีควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ อากาศร้อนระอุราวกับอยู่ในเตาไฟ และมีกลิ่นกำมะถันฉุนกึกอบอวลไปทั่วบริเวณ

ตรงกลางภูเขาไฟ มีถ้ำขนาดมหึมาที่นำไปสู่เบื้องล่าง ถ้ำนั้นมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว มีเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องล่างของพื้นดิน

"ระวังตัวไว้" เครอสตันเตือน "ฉันรู้สึกถึงพลังงานที่ชั่วร้ายอย่างรุนแรง"

เฟรย่าร่ายคาถาแสงสว่าง ลูกแก้วเวทมนตร์ขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของเธอ ส่องนำทางให้พวกเขาก้าวเข้าไปในความมืดมิด

ภายในถ้ำนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าที่คาดคิด ทางเดินทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟรูปร่างประหลาด และมีลาวาที่กำลังไหลอยู่ใต้พื้นดินตลอดเวลา ทำให้พื้นถ้ำร้อนระอุและอันตราย

พวกเขาเดินทางลงไปสู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ ระมัดระวังทุกย่างก้าว พวกเขาพบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดมากมายที่อาศัยอยู่ในความมืดมิด ทั้งหินปีศาจ ลาวาโกเลม และสัตว์ร้ายใต้พิภพ แต่พวกเขาก็สามารถเอาชนะพวกมันได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน

ระหว่างการเดินทาง เอลาริสรู้สึกว่าพลังงานที่ผิดปกติกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นพลังงานที่มืดมิดและชั่วร้าย ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัว

วันหนึ่งในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านทางเดินแคบๆ พลันก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องหน้า พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินภูเขาไฟบนเพดานถ้ำเริ่มร่วงหล่นลงมา

"นั่นอะไรน่ะ?" ลิริอัสถามด้วยความตกใจ

จากเงามืดเบื้องหน้า ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายอสูรเพลิง ผิวหนังเป็นเกล็ดสีแดงฉาน ดวงตาสีแดงฉานราวกับเปลวไฟ มีปีกขนาดใหญ่ที่ทำจากลาวาที่กำลังไหลอยู่ มันคือ "อัคคีปีศาจ" ผู้พิทักษ์แห่งความมืดมิดที่เฝ้าทางเข้าสู่ใจกลางภูเขาไฟ

"อัคคีปีศาจ!" เฟรย่าอุทานด้วยความตกใจ "มันเป็นสัตว์ร้ายในตำนานที่เชื่อกันว่าแข็งแกร่งที่สุดในภูเขาไฟแห่งความมืดมิด!"

อัคคีปีศาจคำรามลั่น พ่นเปลวไฟออกมาจากปากของมัน เปลวไฟนั้นร้อนแรงและสามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้ได้

เครอสตันตั้งโล่รับเปลวไฟของมันอย่างรวดเร็ว โล่ของเขาส่องแสงสีทองอ่อนๆ ป้องกันเปลวไฟได้อย่างมั่นคง แต่คราวนี้โล่ของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

"มันแข็งแกร่งเกินไป!" เครอสตันตะโกน

ลิริอัสระดมยิงลูกศรเข้าใส่ดวงตาของมัน แต่ลูกศรเหล่านั้นกลับกระดอนออกจากเกล็ดที่แข็งแกร่งของมันราวกับยิงใส่หินภูเขาไฟ

เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไร เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา ก่อตัวเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าใส่ดวงตาของอัคคีปีศาจ

"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงทำลายล้าง!" เอลาริสร่ายคาถา

ลำแสงที่พุ่งออกมาจากคทาปะทะเข้ากับดวงตาของอัคคีปีศาจอย่างจัง อัคคีปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีแดงฉานของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของมัน ร่างกายของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นรนเพื่อหลบหนี

แต่ในขณะเดียวกัน อัคคีปีศาจก็พุ่งเข้าใส่เอลาริสอีกครั้ง คราวนี้มันเร็วกว่าเดิมมาก ปีกขนาดใหญ่ของมันตีฟาดอากาศอย่างรุนแรง ทำให้เกิดแรงลมที่พัดกระหน่ำ และพ่นเปลวไฟออกมาจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง

เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีทองและสีเงินขึ้นมาทันที โล่นั้นแข็งแกร่งพอที่จะรับการโจมตีของอัคคีปีศาจได้

"พลังแห่งสุริยันจันทรา! จงปกปักษ์!" เอลาริสร่ายคาถา

โล่พลังงานสีทองและสีเงินส่องประกายเจิดจ้า รับการโจมตีของอัคคีปีศาจได้อย่างมั่นคง อัคคีปีศาจพยายามที่จะทำลายโล่นั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

เครอสตันเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าใส่ดวงตาที่บาดเจ็บของอัคคีปีศาจด้วยดาบที่อาบไปด้วยพลังเวทที่เฟรย่าร่ายใส่ให้ ดาบของเขากรีดลงบนดวงตาของมันอย่างรุนแรง ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ลิริอัสไม่รอช้า ยิงลูกศรแห่งแสงที่เฟรย่าร่ายคาถาใส่เข้าสู่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ

อัคคีปีศาจคำรามเป็นครั้งสุดท้าย ร่างของมันระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันฉุนกึก และความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง

เอลาริสทรุดตัวลงอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ แต่รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เธอทำได้อีกครั้ง เธอเอาชนะสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในภูเขาไฟแห่งความมืดมิดได้ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา

"เราทำได้อีกแล้ว!" เฟรย่าอุทานด้วยความยินดี

"ยังไม่จบ" เอลาริสกล่าว "เราต้องไปถึงใจกลางภูเขาไฟให้ได้"

เมื่ออัคคีปีศาจถูกทำลาย ทางเดินเบื้องหน้าก็เปิดออก เผยให้เห็นถ้ำขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยลาวาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ ถ้ำนั้นเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับอยู่ในนรก

ตรงกลางถ้ำมีแท่นบูชาที่ทำจากหินภูเขาไฟสีดำสนิท ด้านบนมีผลึกสีดำขนาดมหึมาปักอยู่ ผลึกนั้นเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับดวงตาของปีศาจ

"นั่นอะไรน่ะ?" ลิริอัสถามด้วยความตกใจ

"ฉันรู้สึกว่านั่นคือแหล่งพลังงานที่ผิดปกติ" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "และฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่กำลังทำให้ภูเขาไฟแห่งนี้ตื่นขึ้นมา"

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ผลึกสีดำ เธอรู้สึกถึงพลังงานที่มืดมิดและชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากมัน พลังงานนั้นแตกต่างจากมาลากอร์ มันเป็นพลังงานที่เก่าแก่และรุนแรงกว่า ราวกับว่ามันเป็นแหล่งกำเนิดของความมืดมิดทั้งหมด

เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสผลึกสีดำ ทันใดนั้น ผลึกสีดำก็ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นมาทันที แสงนั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของเอลาริส เธอรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ตัวเธอ แต่มันไม่ใช่พลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างหัวใจแห่งพิภพ แต่มันเป็นพลังงานที่มืดมิดและชั่วร้าย พลังงานที่พยายามจะครอบงำจิตใจของเธอ

ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบก็ดังขึ้นในจิตใจของเอลาริส เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมาลากอร์ แต่เป็นเสียงที่เก่าแก่และชั่วร้ายกว่า เสียงนั้นบอกว่า "ยินดีต้อนรับ...ราชินีแห่งสุริยันจันทรา...เจ้าได้มาถึงแล้ว...ที่แห่งนี้คือ...ใจกลางแห่งความมืดมิด...เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก...เพราะข้าคือ...ความมืดมิดที่แท้จริง!"

เอลาริสทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกถึงพลังงานที่มืดมิดที่กำลังพยายามจะครอบงำจิตใจของเธอ พลังงานนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้

"เอลาริส!" เฟรย่าตะโกนด้วยความตกใจ "เธอเป็นอะไรไป?"

เอลาริสกำคทาสุริยันจันทราแน่น เธอพยายามที่จะต่อต้านพลังงานที่มืดมิดนั้น เธอรู้ว่าเธอต้องไม่ยอมแพ้ เธอต้องไม่ปล่อยให้ความมืดมิดครอบงำจิตใจของเธอ

เธอรวบรวมพลังเวททั้งหมดในตัวเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากคทา เข้าปะทะกับพลังงานที่มืดมิดที่กำลังพยายามจะครอบงำจิตใจของเธอ

การต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืดมิดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้ และชะตากรรมของราชินีแห่งสุริยันจันทรา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!