ทางเข้าหอสมุดโบราณใต้ดินถูกซ่อนเร้นอย่างแนบเนียนภายใต้ก้อนหินขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสเขียวชอุ่ม ฟินน์ร่ายมนตร์เบาๆ แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายจากปลายนิ้ว ก่อนที่ก้อนหินจะเคลื่อนที่ออกไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่ทอดลึกเข้าไปในผืนดิน กลิ่นอายของความเก่าแก่และเวทมนตร์โบราณลอยขึ้นมาแตะจมูกทันทีที่ทางเข้าเปิดออก
“ระวังตัวด้วยนะเอลาริส” ไลร่ากระซิบ มือข้างหนึ่งกุมกริชที่เอวแน่น ดวงตาคมกริบสอดส่ายไปทั่ว “ถึงแม้จะเป็นที่ซ่อนของอาจารย์มาธาร์ด แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่ข้างในบ้าง”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้สึกได้ถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศรอบตัว ซึ่งแตกต่างจากพลังที่เธอเคยสัมผัส มันเป็นพลังที่เงียบสงบ หากแต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับและขลัง
ฟินน์จุดคบเพลิงด้วยเวทมนตร์ แสงสีส้มสาดส่องไปทั่วอุโมงค์ เผยให้เห็นทางเดินหินที่ประดับประดาด้วยอักขระโบราณที่สลักไว้บนผนัง
“อักขระเหล่านี้…ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน” ฟินน์พึมพำด้วยความตื่นเต้น “พวกมันดูเก่าแก่กว่าเวทมนตร์ที่เรารู้จักนัก”
“มันคือภาษาของราชวงศ์สุริยันจันทรา” เอลาริสกล่าว พลันรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับอักขระเหล่านั้นอย่างประหลาด ราวกับสายเลือดในกายเธอกำลังตอบสนองต่อภาษาของบรรพบุรุษ
เมื่อเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือสูงเสียดฟ้า หนังสือมากมายเรียงรายอยู่บนชั้นเหล่านั้น บางเล่มถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี บางเล่มเก่าแก่จนกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเปราะบาง กลิ่นหอมของกระดาษเก่าและหมึกโบราณอบอวลอยู่ในอากาศ
“น่าทึ่งมาก” ฟินน์กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย “ที่นี่คือขุมทรัพย์แห่งความรู้จริงๆ”
“เราไม่มีเวลาชื่นชมมันนานนักหรอกฟินน์” ไลร่าเตือน “อาจารย์มาธาร์ดบอกให้เราค้นหาแผนที่โบราณและบันทึกเกี่ยวกับคทาสุริยันจันทรา”
ทั้งสามเริ่มแยกย้ายกันค้นหา ฟินน์ตรงไปยังส่วนของตำราเวทมนตร์และประวัติศาสตร์โบราณ ด้วยความรู้เรื่องอักขระและภาษาเก่าแก่ของเขา เขาเป็นคนเดียวที่อาจจะแกะรอยข้อมูลสำคัญได้ ไลร่าสอดส่องไปทั่วห้องโถง ตรวจสอบความปลอดภัยและมองหาเบาะแสที่อาจบ่งบอกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ ส่วนเอลาริส เธอรู้สึกราวกับถูกดึงดูดไปยังมุมหนึ่งของห้องโถงที่มืดมิดที่สุด
ในมุมนั้น มีแท่นหินแกะสลักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่เพียงลำพัง ปกของมันทำจากหนังสัตว์โบราณสีเข้ม ประดับด้วยอัญมณีสีทองและเงินที่เปล่งประกายอ่อนๆ ราวกับมีชีวิต
“เอลาริส เจออะไรหรือเปล่า” ไลร่าถามเมื่อเห็นเอลาริสยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นหิน
เอลาริสไม่ตอบ เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้หนังสือเล่มนั้น เมื่อมือของเธอสัมผัสลงบนปก ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านเข้ามาในกาย ราวกับหนังสือเล่มนี้กำลังต้อนรับการมาของเธอ
“มันคือบันทึกของราชวงศ์” เอลาริสกระซิบเสียงแผ่ว “ข้ารู้สึกได้”
ฟินน์เดินเข้ามาสมทบ “จริงหรือเอลาริส? ลองเปิดดูสิ”
เอลาริสเปิดหนังสือออกอย่างช้าๆ หน้ากระดาษภายในทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก มีตัวอักษรโบราณสลักด้วยหมึกสีทองที่ยังคงเปล่งประกาย แม้จะผ่านกาลเวลามานับพันปี
“นี่คือแผนที่!” ฟินน์อุทานอย่างตื่นเต้น เมื่อพลิกไปหน้าหนึ่งที่เผยให้เห็นภาพวาดของทวีปที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และเส้นทางที่ซับซ้อน “และนี่…นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกล่าวถึงในตำนาน! หอคอยแห่งจันทรา วิหารแห่งสุริยัน และ…ใจกลางแห่งพลัง ที่ถูกเรียกว่า ‘ศูนย์รวมแห่งดวงดาว’!”
เอลาริสไล้นิ้วไปตามแผนที่ ดวงตาจับจ้องไปยังจุดที่เป็นศูนย์รวมแห่งดวงดาว เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดอย่างรุนแรงจากจุดนั้น ราวกับโชคชะตากำลังนำพาเธอไปสู่ที่แห่งนั้น
“บันทึกนี้กล่าวถึงคทาสุริยันจันทราด้วย” เอลาริสอ่านออกเสียงจากอักขระที่เธอพอจะเข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ “มันบอกว่าคทาไม่ได้เป็นเพียงชิ้นเดียว หากแต่ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน: ‘เพลิงสุริยัน’ ‘น้ำแข็งจันทรา’ และ ‘แก่นแท้แห่งดวงดาว’ ซึ่งแต่ละส่วนถูกซ่อนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม”
“สามส่วน! นั่นมันซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก” ไลร่าขมวดคิ้ว “แล้ว ‘แก่นแท้แห่งดวงดาว’ คืออะไร”
“มันคือส่วนที่สำคัญที่สุด” ฟินน์ตอบ “มันคือแก่นแท้ของพลังแห่งสุริยันจันทรา เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงพลังทั้งสองเข้าด้วยกัน และมันถูกซ่อนอยู่ที่ ‘ศูนย์รวมแห่งดวงดาว’ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของแผนที่”
ขณะที่พวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับการค้นพบ เสียงกรีดร้องของปีศาจก็ดังขึ้นมาจากด้านบน ตามมาด้วยเสียงระเบิดที่สั่นสะเทือนหอสมุดใต้ดิน
“พวกมันบุกเข้ามาถึงข้างในแล้ว!” ไลร่าอุทาน ชักกริชออกมาจากฝัก
“อาจารย์มาธาร์ด!” เอลาริสรู้สึกร้อนใจ
“เราต้องรีบออกไปจากที่นี่” ฟินน์กล่าว “แต่เราต้องเอาบันทึกนี้ไปด้วย”
ทันใดนั้น กำแพงด้านหนึ่งของห้องโถงก็พังทลายลง เผยให้เห็นปีศาจรูปร่างประหลาดตัวหนึ่ง มันมีผิวสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำ ดวงตาสีแดงฉาน และมีหนวดระยางค์ยาวนับสิบเส้นที่กระดุกกระดิกได้ราวกับมีชีวิต มันคือ ‘เงามรณะแห่งรากไม้’ อสูรรับใช้ของมาลากอร์ที่รู้จักกันดีในเรื่องความแข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
“หาเจอแล้ว!” เสียงคำรามแหบโหยของปีศาจดังขึ้น มันพุ่งเป้ามาที่เอลาริสและหนังสือบนแท่นหินทันที
“เอลาริส หนีไป!” ไลร่าตะโกน พุ่งเข้าขวางทางปีศาจไว้ ชักกริชคู่ในมือออกฟาดฟันเข้าใส่หนวดระยางค์ของมันอย่างรวดเร็ว
ฟินน์รีบร่ายมนตร์ป้องกัน สร้างบาเรียเวทมนตร์ขึ้นรอบตัวเอลาริสและหนังสือ แต่เงามรณะแห่งรากไม้แข็งแกร่งเกินคาด หนวดระยางค์ของมันฟาดฟันบาเรียจนสั่นสะเทือน
“เราต้องต้านพวกมันไว้ให้ได้!” ฟินน์ตะโกน “เอลาริส เจ้าต้องเอาบันทึกนี้ไปให้ปลอดภัย!”
เอลาริสรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอคว้าบันทึกเล่มนั้นไว้แน่น พลังแห่งแสงที่เพิ่งตื่นขึ้นในกายของเธอพลันปะทุขึ้น แสงสีทองเงินเรืองรองออกจากร่างของเธอ แผ่ขยายออกไปผลักดันปีศาจให้ถอยห่างออกไปชั่วขณะ
“แสงแห่งปฐมกาล!” ฟินน์อุทานด้วยความประหลาดใจ
“มันคือพลังของเจ้าเอลาริส! จงใช้มัน!” ไลร่าตะโกนอย่างกระตือรือร้น
เอลาริสพยักหน้า เธอรวบรวมสมาธิ ปล่อยให้พลังแห่งแสงไหลเวียนจากใจกลางกายไปยังฝ่ามือ แสงสีทองเงินเปล่งประกายเจิดจ้า เธอพุ่งฝ่ามือออกไป พลังแห่งแสงพุ่งเข้าใส่เงามรณะแห่งรากไม้ราวกับกระสุนแสง
ปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อพลังแห่งแสงปะทะเข้ากับร่างของมัน มันถูกผลักกระเด็นไปติดกับกำแพงอย่างแรง ทิ้งรอยไหม้สีดำไว้บนผิวหนังที่หนาแน่น
“เร็วเข้าเอลาริส! ประตูหลัง!” ไลร่าชี้ไปที่ทางออกลับอีกทางหนึ่งของหอสมุด
เอลาริสไม่ลังเล เธอวิ่งไปยังประตูหลังพร้อมกับบันทึกในมือ ฟินน์และไลร่าตามมาติดๆ ขณะที่เงามรณะแห่งรากไม้กำลังพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธแค้น
เมื่อออกมาจากหอสมุดใต้ดิน พวกเขาก็พบว่าการต่อสู้ภายนอกกำลังดุเดือด อาจารย์มาธาร์ดและเซอร์เคเอลกำลังนำหน่วยพิทักษ์ต่อสู้กับกองทัพปีศาจที่บุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ เสียงดาบปะทะกับกรงเล็บ เสียงคาถาปะทะกับพลังความมืดมิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา
“อาจารย์มาธาร์ด!” เอลาริสตะโกน
อาจารย์มาธาร์ดหันมามอง แววตาของเขามีความเหนื่อยล้า แต่ก็ฉายแววแห่งความหวังเมื่อเห็นบันทึกในมือของเอลาริส
“เจ้าเจอแล้วสินะเอลาริส!” อาจารย์มาธาร์ดตะโกนกลับ “รีบไปจากที่นี่ซะ! พวกมันจะจับตาดูเจ้าเป็นพิเศษ!”
“แต่ท่านอาจารย์…” เอลาริสลังเล เธอไม่ต้องการทิ้งอาจารย์ไว้เบื้องหลัง
“ไปเถอะเอลาริส! นี่คือคำสั่ง!” เซอร์เคเอลตะโกนเสียงเข้ม “ภารกิจของเจ้าสำคัญกว่าสิ่งใด!”
เอลาริสกัดฟันแน่น เธอรู้ดีว่าทุกคนกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อเธอ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตามคำสั่ง
“ฟินน์ ไลร่า เราไปกันเถอะ!” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอรวบรวมพลังเวทอีกครั้ง สร้างม่านพลังแห่งแสงขึ้นรอบตัวเธอและสหาย เพื่อปัดเป่าเหล่าปีศาจที่พยายามเข้ามาขวางทาง
ทั้งสามพุ่งทะยานออกไปจากสมรภูมิ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามเส้นทางลับที่ระบุไว้ในแผนที่โบราณ พวกเขาต้องหลบหนีออกจากหุบเขาแห่งมนตราให้ได้ และเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ เพื่อตามหาชิ้นส่วนของคทาสุริยันจันทรา ก่อนที่มาลากอร์จะสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้
เอลาริสเหลือบมองกลับไป เสียงการต่อสู้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เธอกำบันทึกในมือแน่น ในใจเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เธอจะไม่ทำให้คนที่เสียสละเพื่อเธอต้องผิดหวัง เธอจะปลุกพลังของคทาสุริยันจันทราให้ตื่นขึ้น และจะปกป้องโลกใบนี้ให้จงได้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะอันตรายเพียงใดก็ตาม

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก