คทาสุริยัน

ตอนที่ 139 — รอยอดีตลางอนาคต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 924 คำ

เสียงการปะทะกันของอาวุธและเวทมนตร์ดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงที่พังทลาย ซอร์ธัส ผู้บัญชาการสูงสุดของมาลากอร์ มีพละกำลังและเวทมนตร์ปีศาจที่เหนือกว่าอสูรเงาที่พวกเขาเคยเจอมามาก ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเกราะสีดำสนิทที่ดูดซับพลังโจมตีได้อย่างน่าประหลาดใจ

ฟินิกซ์พุ่งเข้าโจมตีด้วยดาบอย่างไม่ลดละ แต่ทุกการโจมตีกลับถูกเกราะของซอร์ธัสสะท้อนกลับมา ทำให้เขาต้องถอยร่น ซอร์ธัสตวัดกรงเล็บอันแหลมคมเข้าใส่ฟินิกซ์อย่างรวดเร็ว ‌โชคดีที่ฟินิกซ์หลบได้ทัน แต่คมกรงเล็บก็ยังขูดเข้าที่แขนของเขาจนเกิดแผลลึก

“ฟินิกซ์!” เซริสอุทานด้วยความตกใจ

เซริสรีบพุ่งเข้าไปใช้เวทมนตร์รักษาบาดแผลให้ฟินิกซ์ ในขณะที่ลีออนยิงธนูและลูกดอกอาบยาพิษเข้าใส่ซอร์ธัสอย่างไม่หยุดยั้ง แต่เกราะของมันดูเหมือนจะไร้เทียมทาน

“มันแข็งแกร่งเกินไป” ลีออนกล่าวด้วยความเครียด

เอลาริสยืนอยู่ข้างแท่นบูชา คทาสุริยันจันทราในมือของเธอยังคงเปล่งแสงสว่าง แต่เธอก็ยังไม่สามารถใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่ ​เธอรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลวนอยู่ในคทา แต่เธอกลับไม่รู้ว่าจะปลดปล่อยมันออกมาได้อย่างไร

“เจ้าคิดว่าจะใช้พลังของคทาได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?” ซอร์ธัสเย้ยหยัน “มันต้องการการเชื่อมโยงที่สมบูรณ์แบบ ทายาทที่แท้จริงเท่านั้นที่จะปลุกพลังของมันได้”

“ฉันจะปลุกมันให้ได้!” เอลาริสกัดฟันแน่น

เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมโยงจิตใจของเธอเข้ากับคทา ‍เธอรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่สอดคล้องกับจังหวะการเปล่งแสงของคทา ภาพนิมิตต่างๆ เริ่มผุดขึ้นมาในความคิดของเธออีกครั้ง

คราวนี้ไม่ใช่แค่ภาพของบรรพบุรุษของเธอ แต่เป็นภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เธอเห็นราชินีผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเธอ กำลังยืนอยู่บนแท่นบูชานี้เมื่อหลายพันปีก่อน ในมือของเธอคือคทาสุริยันจันทราที่เปล่งแสงเจิดจ้า ‌ราชินีผู้นั้นกำลังร่ายเวทมนตร์โบราณ ร่างกายของเธอถูกโอบล้อมด้วยแสงสีทองและสีเงิน พลังงานอันมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากคทา และพุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์ที่กำลังคำรามด้วยความเจ็บปวด

ภาพเหล่านั้นสั้นและกระจัดกระจาย แต่เอลาริสกลับรู้สึกเหมือนเธอได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในราชินีผู้นั้น ความมุ่งมั่นที่แรงกล้า และความรักที่เธอมีต่ออาณาจักรของเธอ

“เจ้ากำลังสอดรู้สอดเห็นอดีตงั้นหรือ?” ‍ซอร์ธัสหัวเราะอย่างเยาะเย้ย “อดีตที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และความสิ้นหวังของพวกเจ้า!”

แต่แล้ว ภาพนิมิตก็เปลี่ยนไป คราวนี้เป็นภาพของอนาคตที่กำลังจะมาถึง เอลาริสเห็นท้องฟ้าที่มืดมิด ดวงจันทร์คู่ทอแสงสีแดงฉาน มาลากอร์ในร่างที่แท้จริงของมันยืนอยู่บนซากปรักหักพังของเมืองหลวงของเธอ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและชัยชนะ ​ผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และโลกกำลังถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด

ภาพนั้นทำให้เอลาริสรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกบีบขยี้ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเธออีกครั้ง นี่คืออนาคตที่เธอต้องเผชิญ นี่คือความพ่ายแพ้ที่รออยู่ข้างหน้าหากเธอทำไม่สำเร็จ

“นี่คือชะตากรรมของเจ้า ทายาทแห่งราชวงศ์” ซอร์ธัสกล่าว “ความล้มเหลวคือสิ่งที่รอเจ้าอยู่”

เอลาริสทรุดตัวลงคุกเข่า ​ภาพแห่งความพินาศของโลกยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ คทาในมือของเธอเริ่มหรี่แสงลง ความหวังของเธอกำลังจะมอดดับ

“เอลาริส!” ฟินิกซ์ตะโกน เขาพยายามจะวิ่งเข้ามาหาเธอ แต่ถูกซอร์ธัสขวางเอาไว้

“อย่าไปฟังมันเอลาริส!” เซริสตะโกน “มันแค่พยายามทำลายกำลังใจของเธอ!”

“จำได้ไหมที่เธอเคยบอกเราว่า ​‘ความจริงคือฉันมีเพื่อนๆ อยู่ข้างๆ ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว’!” ลีออนเสริม “เราจะสู้ไปกับเธอ!”

คำพูดของเพื่อนๆ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอลาริส เธอเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาที่กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องเธอ แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเธอ

ใช่แล้ว! เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีเพื่อนๆ ที่พร้อมจะสู้เคียงข้างเธอ ไม่ว่าอดีตจะเจ็บปวดเพียงใด อนาคตจะมืดมิดเพียงใด เธอก็จะไม่ยอมแพ้

เอลาริสลุกขึ้นยืนช้าๆ แสงจากคทาสุริยันจันทราในมือของเธอเริ่มกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง คราวนี้มันส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม

“เจ้าคิดว่าจะทำให้ข้าหวาดกลัวได้งั้นหรือ?” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “ข้าได้เห็นความพ่ายแพ้ของบรรพบุรุษ ข้าได้เห็นความพินาศของโลก แต่ข้าก็ได้เห็นความหวัง และพลังแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมแพ้!”

เธอหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองหาภาพนิมิต แต่เธอพยายามเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของคทา เธอรู้สึกถึงพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง พลังงานของดวงจันทร์ที่อ่อนโยน พลังงานของชีวิตที่ถูกหล่อหลอมรวมกันอยู่ในคทา

“คทาสุริยันจันทรา... จงมอบพลังให้แก่ข้า!” เอลาริสเปล่งเสียงออกมาด้วยความมุ่งมั่น

ทันใดนั้น คทาในมือของเธอก็เปล่งแสงสีทองและสีเงินออกมาอย่างเจิดจ้า แสงนั้นพุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของเอลาริส เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังงานอันมหาศาลไหลท่วมท้นไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ความเจ็บปวดและความหวาดกลัวทั้งหมดหายไป แทนที่ด้วยความแข็งแกร่งที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“นี่คือพลังของคทาสุริยันจันทราอย่างแท้จริง” เซริสกระซิบด้วยความทึ่ง

“ไม่จริง! เจ้าปลุกพลังของมันได้อย่างไร!” ซอร์ธัสตะโกนด้วยความโกรธ มันพุ่งตัวเข้าใส่เอลาริสอย่างบ้าคลั่ง

แต่เอลาริสไม่หลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองซอร์ธัส ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีทองและสีเงิน เธอชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ

“วายุสุริยันจันทรา!” เอลาริสร่ายมนตร์ด้วยน้ำเสียงที่กังวาน

คลื่นพลังงานขนาดมหึมาที่ผสมผสานระหว่างแสงอาทิตย์และแสงจันทร์พุ่งออกจากคทาเข้าใส่ซอร์ธัสอย่างรวดเร็ว พลังนั้นรุนแรงจนสามารถทะลวงผ่านเกราะสีดำของมันได้ ซอร์ธัสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของมันถูกแสงนั้นกลืนกินไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงควันสีดำจางๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง แสงจากคทาในมือของเอลาริสยังคงเปล่งประกาย แต่ตอนนี้มันดูสงบและมั่นคงมากขึ้น

เอลาริสยืนหอบเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังงานที่เปี่ยมล้น เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่สมบูรณ์แบบกับคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าพลังที่แท้จริงของมันคืออะไร และเธอจะต้องใช้มันเพื่ออะไร

“เธอทำได้แล้วเอลาริส!” ฟินิกซ์วิ่งเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าของเขามีรอยเปื้อนเลือดและฝุ่นผง แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“ใช่... ฉันทำได้แล้ว” เอลาริสตอบ เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับมัน

“แต่เรายังไม่ปลอดภัย” ลีออนกล่าว “มาลากอร์จะรู้ว่าเธอได้ครอบครองคทาแล้ว มันจะส่งสมุนที่แข็งแกร่งกว่านี้มาอีก”

“เราพร้อมแล้ว” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “เราจะเผชิญหน้ากับมัน”

เธอหันกลับไปมองแท่นบูชาที่อยู่เบื้องหลัง เธอรู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบจากอดีตกาลที่เล่าเรื่องราวของบรรพบุรุษของเธอ ที่สู้เพื่อปกป้องโลกใบนี้ และเธอก็จะสานต่อพันธสัญญานั้น

“ก่อนอื่น เราต้องออกจากที่นี่ก่อน” เซริสกล่าว “เราต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อวางแผนการต่อไป”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง สงครามกับมาลากอร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเธอคือความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องสว่างนำทางพวกเขาออกจากห้องโถงที่พังทลาย และออกจากนครแห่งจันทราที่สาบสูญที่เต็มไปด้วยความมืดมิด

ขณะที่พวกเขาก้าวออกจากปราสาท ภาพนิมิตแห่งอนาคตที่มืดมิดยังคงผุดขึ้นมาในความคิดของเอลาริส แต่คราวนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว และเธอมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตนั้นได้

“มาลากอร์... เตรียมตัวรับการต่อสู้จากทายาทแห่งสุริยันจันทราได้เลย” เอลาริสกระซิบกับตัวเอง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!