คทาสุริยัน

ตอนที่ 78 — บททดสอบแห่งวิหารบรรพกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,230 คำ

รุ่งเช้าของอีกวัน กลุ่มผู้กล้าออกเดินทางจากถ้ำที่หลบภัย มุ่งหน้าสู่ทิศทางที่เอลาริสสัมผัสได้จากรอยจารึกโบราณ การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากยิ่งกว่าเดิม ทางเดินเริ่มสูงชันและคดเคี้ยว เถาวัลย์หนาทึบปกคลุมทุกหนแห่ง บดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ซีรัสต้องใช้ดาบของเขาแผ้วถางทางอย่างต่อเนื่อง ‌ขณะที่ไอรินาใช้เวทมนตร์แสงสว่างส่องนำทาง และใช้เวทมนตร์ธาตุลมปัดเป่าหมอกพิษบางๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นในอากาศ

เอลาริสเดินอย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเข้าใกล้วิหารบรรพกาล พลังงานนั้นก็ยิ่งชัดเจน มันไม่ใช่พลังแห่งความมืดมิดเช่นที่เธอรู้สึกจากเงาอสูร หากแต่เป็นพลังเวทมนตร์เก่าแก่ที่บริสุทธิ์และทรงพลัง ​แม้จะถูกกาลเวลากัดกร่อนไปบ้าง แต่ก็ยังคงแผ่ออร่าแห่งความศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างชัดเจน

"ดูนั่น!" ลีโอชี้ขึ้นไปเบื้องบน เหนือยอดไม้ที่บิดเบี้ยวและเถาวัลย์พันเกี่ยวกันหนาแน่น ปรากฏยอดปราสาทหินโบราณที่โผล่พ้นขึ้นมา มันถูกปกคลุมไปด้วยมอสและตะไคร่น้ำจนเกือบจะกลืนหายไปกับธรรมชาติ แต่โครงสร้างอันแข็งแกร่งของมันก็ยังคงบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต

เมื่อพวกเธอไปถึงเชิงวิหาร ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง ‍วิหารบรรพกาลนั้นมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ผนังหินแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง รูปปั้นเทพเจ้าและวีรบุรุษในอดีตยืนตระหง่านอยู่รอบบริเวณ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันและบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ ประตูทางเข้าวิหารเป็นบานประตูหินขนาดมหึมา สลักลวดลายคล้ายวงกลมดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน

"นี่คือวิหารบรรพกาลที่แท้จริง" ไอรินาพึมพำด้วยความทึ่ง "มันเก่าแก่กว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก"

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ประตู ‌เธอสัมผัสไปที่ลวดลายบนบานประตูหิน พลังเวทมนตร์ที่เธอมีตอบสนองทันที แสงสีทองอ่อนๆ เรืองรองจากมือของเธอ และลวดลายบนบานประตูก็เริ่มเปล่งแสงตาม แสงนั้นค่อยๆ ไหลไปตามร่องรอยของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จนกระทั่งไปบรรจบกันที่กึ่งกลาง ‍ทันใดนั้น ประตูหินขนาดมหึมาก็เคลื่อนออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวเข้าไปในวิหาร

ภายในวิหารนั้นมืดมิดและเงียบสงัด อากาศเย็นยะเยือกและหนักอึ้งไปด้วยพลังเวทมนตร์ ไอรินาจุดลูกแก้วเวทมนตร์ขึ้นมาส่องสว่าง เผยให้เห็นโถงทางเดินกว้างใหญ่ ผนังวิหารเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนลาง เล่าเรื่องราวของอารยธรรมโบราณ ​ผู้ปกครอง และสงครามระหว่างแสงสว่างกับความมืดมิด

"ดูนั่น!" ซีรัสชี้ไปที่แท่นหินขนาดใหญ่กลางโถง แท่นหินนั้นมีแท่นบูชาเล็กๆ ตั้งอยู่ และเบื้องหลังแท่นบูชาคือรูปปั้นเทพีขนาดมหึมา สลักจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาของเทพีมองตรงมายังพวกเขา ​ราวกับมีชีวิต

เมื่อพวกเธอเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา แสงสว่างจากลูกแก้วเวทมนตร์ของไอรินาก็ส่องกระทบเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชา มันคือคัมภีร์โบราณที่ทำจากหนังสัตว์ ม้วนเก็บไว้อย่างดี และมีอัญมณีสีน้ำเงินเข้มประดับอยู่ตรงกลาง

"คัมภีร์แห่งปัญญา..." ไอรินาอุทาน เธอหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง "ตำนานเล่าว่า ​คัมภีร์นี้บรรจุความรู้และบททดสอบของผู้ที่จะได้รับเลือกให้ถือครองพลังแห่งแสงสว่าง"

ทันใดนั้นเอง เมื่อไอรินาเปิดคัมภีร์ออก แสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งออกมาจากหน้ากระดาษ ปกคลุมไปทั่วทั้งวิหาร รูปปั้นเทพีขนาดมหึมาก็เริ่มเปล่งแสงเช่นกัน ดวงตาของเทพีส่องประกายสีทอง และเสียงก้องกังวานก็ดังขึ้นในจิตใจของทุกคน

"ผู้กล้าเอ๋ย...เจ้าได้ก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งบททดสอบแล้ว หากเจ้าปรารถนาพลังแห่งสุริยันจันทรา เจ้าต้องพิสูจน์คุณสมบัติของตนเองด้วยการผ่านสามบททดสอบแห่งปัญญา ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณ"

เสียงนั้นเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก เอลาริสรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากวิหาร บททดสอบเหล่านี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการทดสอบจิตใจและสติปัญญา

"บททดสอบแรก: ปัญญาแห่งอดีต" เสียงก้องกังวานดังขึ้นอีกครั้ง "จงไขปริศนาแห่งกาลเวลา เพื่อเปิดเผยเส้นทางที่ถูกซ่อนเร้น"

ทันทีที่เสียงนั้นจบลง ผนังวิหารก็เริ่มสั่นสะเทือน ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนลางเริ่มเปล่งแสงขึ้นมา และเปลี่ยนเป็นภาพเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ราวกับเป็นการฉายภาพประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ ตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดอารยธรรมโบราณ การล่มสลายของอาณาจักร ไปจนถึงการปรากฏตัวของมาลากอร์ และการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ผู้พิทักษ์

"พวกมันเป็นปริศนา" ไอรินากล่าวพลางเพ่งมองไปที่ภาพเคลื่อนไหว "เราต้องถอดรหัสเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อหาทางไปต่อ"

เอลาริสพยายามจดจ่อกับภาพเหล่านั้น เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับอดีต ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในจิตใจของเธอ เธอเห็นภาพของสตรีผู้หนึ่ง สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ถือคทาที่เปล่งประกายคล้ายดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เธอคือหนึ่งในบรรพบุรุษของเธอ ผู้ที่ผนึกมาลากอร์ไว้เมื่อครั้งอดีตกาล

"ข้าเห็นแล้ว" เอลาริสกล่าว "มันคือลำดับเหตุการณ์สำคัญ สี่เหตุการณ์หลักที่กำหนดชะตาของโลกใบนี้" เธอชี้ไปที่ภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่ละส่วน "หนึ่ง: การก่อกำเนิดของเวทมนตร์ สอง: การถือกำเนิดของราชวงศ์ผู้พิทักษ์ สาม: การปรากฏตัวของมาลากอร์ สี่: การผนึกมาลากอร์ด้วยคทาสุริยันจันทรา"

เมื่อเอลาริสเรียงลำดับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง แสงสว่างเจิดจ้าก็ส่องออกมาจากพื้นวิหาร เผยให้เห็นทางเดินลับที่เปิดออกอยู่ใต้แท่นบูชา

"เยี่ยมมากเอลาริส!" ซีรัสกล่าวด้วยความโล่งใจ "ปัญญาของเจ้าช่างเฉียบแหลมนัก"

"บททดสอบที่สอง: ความกล้าหาญแห่งจิตวิญญาณ" เสียงก้องกังวานดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเธอเดินเข้าไปในทางเดินลับ "จงเผชิญหน้ากับความกลัวที่ซ่อนเร้นในใจเจ้า และจงก้าวข้ามมันไปให้ได้"

ทางเดินลับนำพวกเธอลงไปสู่ห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ ภายในห้องโถงนั้นมืดมิดกว่าเดิม แสงสว่างจากลูกแก้วเวทมนตร์ของไอรินาแทบจะไร้ประโยชน์ ทันใดนั้น เงาร่างสีดำทะมึนก็เริ่มปรากฏขึ้นจากมุมมืด พวกมันไม่ใช่เงาอสูรที่พวกเธอเคยเจอ หากแต่เป็นเงาที่สะท้อนความกลัวที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของแต่ละคน

ซีรัสเห็นภาพของกองทัพปีศาจที่เขาไม่สามารถหยุดยั้งได้ ความรู้สึกไร้พลังและพ่ายแพ้เข้าจู่โจมเขา ดาบในมือของเขาสั่นคลอน ลีโอเห็นภาพของครอบครัวที่เขาปกป้องเอาไว้ไม่ได้ ความรู้สึกผิดและเสียใจเข้าครอบงำจิตใจของเขา ไอรินาเห็นภาพของเวทมนตร์ที่ไร้การควบคุม ทำลายทุกสิ่งรอบตัว ความกลัวที่จะทำร้ายผู้อื่นด้วยพลังของตัวเองทำให้เธอตัวสั่น

เอลาริสเองก็ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ ภาพของมาลากอร์ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ มันยิ้มเยาะเย้ยหยัน เธอเห็นภาพโลกที่ตกอยู่ในความมืดมิด ผู้คนร้องขอความช่วยเหลือ แต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกไร้ค่าและสิ้นหวังเข้ากัดกินจิตใจของเธอ พลังเวทมนตร์ในกายของเธอเริ่มปั่นป่วน

"ไม่!" เอลาริสตะโกน เธอรู้ดีว่านี่คือภาพลวงตาที่วิหารสร้างขึ้น เธอต้องไม่ยอมแพ้ "นี่ไม่ใช่ความจริง! ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!"

เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมสติ เธอระลึกถึงคำพูดของอาจารย์ที่เคยสอนเธอว่า "พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เวทมนตร์ที่เจ้ามี แต่อยู่ที่หัวใจที่เข้มแข็งของเจ้า" เธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าเดิม "ข้าไม่กลัว!" เธอประกาศเสียงหนักแน่น พลังเวทมนตร์สีทองพุ่งออกมาจากร่างของเธอ แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วห้องโถง ขับไล่เงาแห่งความกลัวให้สลายไปในพริบตา

เมื่อเอลาริสก้าวข้ามความกลัวของเธอได้สำเร็จ เงาแห่งความกลัวของซีรัส ลีโอ และไอรินาก็เริ่มจางหายไปเช่นกัน พวกเขาค่อยๆ กลับคืนสู่สติ และมองมาที่เอลาริสด้วยความทึ่ง

"เจ้าทำได้เอลาริส..." ซีรัสพึมพำ "เจ้าช่างกล้าหาญเหลือเกิน"

"บททดสอบที่สาม: จิตวิญญาณแห่งการเสียสละ" เสียงก้องกังวานดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย "จงมอบสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของเจ้า เพื่อให้จิตวิญญาณของคทาสุริยันจันทราตื่นขึ้น"

เมื่อเสียงนั้นจบลง ผนังห้องโถงก็เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแท่นบูชาอีกแห่งหนึ่ง ภายในแท่นบูชามีแท่นหินเปล่าๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง และเหนือแท่นหินนั้น มีแสงสว่างสีทองและสีเงินลอยอยู่เหนือศีรษะ มันคือพลังงานบริสุทธิ์ของสุริยันจันทราที่รอคอยการรวมเป็นหนึ่งเดียว

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย อะไรคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขา? ความแข็งแกร่ง? เวทมนตร์? ชีวิต?

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากแสงสว่างนั้น มันกำลังรอคอยการเติมเต็ม เธอคิดถึงทุกสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ ทุกคนที่เธอพบเจอ ทุกการต่อสู้ที่เธอผ่านมา เธอคิดถึงความรัก ความหวัง และความฝันที่จะเห็นโลกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

"สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของข้า..." เอลาริสพึมพำ "คือหัวใจและจิตวิญญาณของข้า ที่พร้อมจะปกป้องทุกคน"

เธอวางมือลงบนแท่นหินเปล่าๆ และหลับตาลงอย่างสงบ พลังเวทมนตร์สีทองอ่อนๆ พุ่งออกมาจากร่างของเธอ และไหลเข้าไปในแท่นหินนั้นอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่เป็นจิตวิญญาณ ความมุ่งมั่น และความปรารถนาอันแรงกล้าของเธอที่จะปกป้องโลกใบนี้

แสงสีทองและสีเงินที่ลอยอยู่เหนือแท่นหินค่อยๆ เคลื่อนเข้ามารวมกัน มันหมุนวนอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นรูปร่างของคทาเล็กๆ ที่เปล่งประกายเรืองรอง คทานั้นมีปลายข้างหนึ่งเป็นดวงอาทิตย์ และอีกข้างหนึ่งเป็นดวงจันทร์ มันคือ 'แกนกลาง' ของคทาสุริยันจันทรา ชิ้นส่วนแรกที่พวกเธอตามหา

เมื่อคทาเล็กๆ นั้นก่อตัวสมบูรณ์ แสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งออกมาจากมัน ส่องสว่างไปทั่วทั้งวิหาร พลังงานบริสุทธิ์แผ่ออกมาอย่างมหาศาล เอลาริสรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงกับคทานั้นทันที ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของเธอ

"เจ้าทำได้แล้วเอลาริส!" ไอรินาอุทานด้วยความตื่นเต้น

เอลาริสหยิบคทาเล็กๆ นั้นขึ้นมา มันมีน้ำหนักเบา แต่เต็มไปด้วยพลังงานที่ไม่อาจประมาณได้ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากคทา ราวกับมันกำลังตอบรับการมาของเธอ

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีกับความสำเร็จนั้น ทันใดนั้นเอง ผนังวิหารก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องบน ราวกับมีบางสิ่งกำลังบุกรุกเข้ามา

"มาลากอร์!" ซีรัสตะโกน "มันต้องรับรู้ถึงพลังของคทาแล้ว!"

วิหารบรรพกาลที่เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ กำลังจะกลายเป็นสนามรบอีกครั้ง บททดสอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เอลาริสกำคทาเล็กๆ ในมือแน่น เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานและอันตราย แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยพลังที่เพิ่งค้นพบ และด้วยเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะเคียงข้างเธอเสมอ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!