เสียงคำรามกึกก้องยังคงสั่นสะเทือนไปทั่ววิหารบรรพกาล ผนังหินเก่าแก่เริ่มร้าวและทรุดตัวลง ฝุ่นผงคลุ้งไปทั่วอากาศ แสงสว่างจากแกนกลางของคทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นให้พลังแห่งความมืดมิดตอบสนองอย่างรุนแรง
"พวกมันมาแล้ว!" ซีรัสตะโกน มือจับดาบแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง
ไอรินาเร่งร่ายเวทมนตร์ป้องกัน สร้างกำแพงพลังงานสีฟ้าอ่อนๆ รอบกลุ่มเพื่อป้องกันเศษหินที่ร่วงหล่นลงมา ลีโอเล็งคันธนูไปที่ช่องทางเข้าที่เคยเป็นทางเดินลับ มันกำลังพังทลายลง เผยให้เห็นแสงสว่างจางๆ จากภายนอก แต่ไม่ใช่แสงตะวัน หากแต่เป็นแสงสีแดงฉานที่น่าขนลุก
"ไม่ใช่แค่สมุนปีศาจธรรมดา" ไอรินากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้ารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งกว่านั้น...พลังแห่งรัตติกาลบริสุทธิ์"
ทันใดนั้นเอง จากช่องทางที่พังทลาย เงาร่างขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุเข้ามาในวิหาร มันไม่ใช่เงาอสูรที่พวกเธอเคยเจอ หากแต่เป็นอสูรร้ายรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ มีเกล็ดสีดำทมิฬ ดวงตาเรืองแสงสีแดงราวกับถ่านไฟ ลำตัวปกคลุมด้วยหนามแหลมคม และมีปีกขนาดใหญ่คล้ายค้างคาว มันคือ 'อสูรเงาแห่งความมืด' หนึ่งในขุนพลปีศาจของมาลากอร์ที่ถูกส่งมาเพื่อแย่งชิงแกนกลางคทา
"มันคือ ซัลทารัส!" ไอรินาอุทานด้วยความตกใจ "ขุนพลปีศาจระดับสูง! มันมีพลังมหาศาล!"
ซัลทารัสคำรามลั่น เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่ววิหาร มันพุ่งเข้าใส่กลุ่มผู้กล้าด้วยความเร็วเหลือเชื่อ กรงเล็บแหลมคมของมันพุ่งตรงมาที่เอลาริส
"เอลาริส! หลบไป!" ซีรัสตะโกน เขากระโดดเข้าขวาง ฟาดฟันดาบใส่กรงเล็บของซัลทารัสอย่างสุดกำลัง เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ ดาบของซีรัสแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับเกล็ดของอสูรเงาได้มากนัก ซีรัสถูกแรงกระแทกกระเด็นไปติดผนังวิหาร
"ซีรัส!" เอลาริสร้องด้วยความตกใจ เธอรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์ที่ปั่นป่วนในกายด้วยความโกรธ เธอเพ่งมองไปที่ซัลทารัส แกนกลางคทาในมือของเธอเรืองแสงเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม
"เวทมนตร์สายฟ้า!" ไอรินาร่ายเวทมนตร์ ปล่อยสายฟ้าสีฟ้าครามพุ่งเข้าใส่ซัลทารัสอย่างต่อเนื่อง สายฟ้าฟาดกระทบเข้าที่ลำตัวของอสูรเงา ทำให้มันร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงไม่สะทกสะท้านมากนัก
ลีโอไม่รอช้า เขายิงธนูอาบเวทมนตร์ใส่ดวงตาของซัลทารัสอย่างแม่นยำ ธนูเหล่านั้นฝังลึกเข้าไปในดวงตาของมัน ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและผงะถอยหลังไปชั่วขณะ
"มันบาดเจ็บแล้ว!" ลีโอตะโกน
แต่ซัลทารัสก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่บาดเจ็บของมันเริ่มสมานตัวเอง และมันก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของมันคือลีโอที่กำลังเล็งธนูอยู่
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอต้องใช้พลังที่เธอเพิ่งค้นพบ เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมโยงกับแกนกลางคทาในมือ เธอรู้สึกถึงพลังงานแห่งสุริยันและจันทราที่หลอมรวมกันอยู่ในนั้น ความอบอุ่นของดวงอาทิตย์และความเยือกเย็นของดวงจันทร์ ความสมดุลของพลังงานทั้งสองทำให้เธอรู้สึกสงบลง
"พลังแห่งสุริยันจันทรา!" เธอร่ายเวทมนตร์ เสียงของเธอดังก้องไปทั่ววิหาร แกนกลางคทาในมือของเธอเปล่งแสงสีทองและสีเงินพุ่งขึ้นไปบนเพดานวิหาร และก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ ลูกบอลนั้นหมุนวนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ซัลทารัสอย่างจัง
พลังงานมหาศาลปะทะเข้ากับร่างของซัลทารัส เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดกระแทกทุกคนจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ผนังวิหารพังทลายลงมาอีกครั้ง ฝุ่นผงคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อฝุ่นผงจางหายไป ภาพที่เห็นก็ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง
ซัลทารัสยังคงยืนอยู่กลางวิหาร ร่างกายของมันมีรอยไหม้และรอยร้าว แต่ก็ยังคงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต มันจ้องมองมาที่เอลาริสด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของมันแดงก่ำกว่าเดิม
"เด็กน้อย...เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังเล่นอยู่กับอะไร" ซัลทารัสกล่าวเสียงทุ้มต่ำ เสียงของมันสั่นสะเทือนไปทั่ววิหาร "พลังของคทาช่างน่าหลงใหล...แต่เจ้าไม่มีทางควบคุมมันได้หรอก"
ทันใดนั้น ซัลทารัสก็กระพือปีกขนาดใหญ่ของมัน สร้างกระแสลมอันรุนแรงพัดพาเศษหินและฝุ่นผงเข้าใส่กลุ่มผู้กล้า มันบินขึ้นไปบนอากาศ และพุ่งออกไปจากวิหารอย่างรวดเร็ว หายลับไปในความมืดมิดของหุบผาเงาอสูร
"มันหนีไปแล้ว!" ซีรัสกล่าวพลางพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบาก "แต่เราก็ทำให้มันบาดเจ็บได้"
เอลาริสทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ การใช้พลังมหาศาลเช่นนั้นทำให้เธออ่อนแรงอย่างมาก แกนกลางคทาในมือของเธอยังคงเรืองแสงจางๆ แต่ก็ดูเหมือนจะลดความเจิดจ้าลงไปมาก
"มันพูดถูก" เอลาริสกล่าวเสียงแผ่ว "ข้ายังควบคุมพลังของคทาไม่ได้อย่างสมบูรณ์"
"แต่เจ้าก็ทำได้ดีมากเอลาริส!" ไอรินากล่าวพลางเดินเข้ามาประคองเธอ "เจ้าใช้พลังที่มหาศาลได้ถึงขนาดนั้น! นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"
ลีโอเดินเข้ามาใกล้ เขาหยิบแกนกลางคทาขึ้นมาดูอย่างละเอียด "นี่คือ 'แกนกลางแห่งการหลอมรวม' มันเป็นหัวใจของคทาสุริยันจันทรา แต่ยังไม่ใช่คทาที่สมบูรณ์" เขากล่าว "เราต้องตามหาชิ้นส่วนอื่นๆ ที่จะนำมาประกอบกันให้สมบูรณ์"
ขณะที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันนั้น ทันใดนั้นเอง พื้นวิหารก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะการโจมตี หากแต่เป็นแสงสว่างสีน้ำเงินอ่อนๆ ที่เริ่มเรืองรองออกมาจากพื้นวิหาร แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงของแท่นหินขนาดใหญ่ และเหนือแท่นหินนั้น มีภาพฉายโฮโลแกรมปรากฏขึ้น
ภาพฉายนั้นเป็นภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่แปลกประหลาด ดวงจันทร์สองดวงกำลังโคจรเข้ามาใกล้กันอย่างช้าๆ แสงของพวกมันสาดส่องลงมายังโลก ก่อให้เกิดสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่น่าสะพรึงกลัว และในท่ามกลางความมืดมิดนั้น เงาร่างขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น มันคือมาลากอร์! ร่างของมันถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและพลังงานชั่วร้าย มันยิ้มเยาะเย้ยหยันราวกับจะประกาศชัยชนะ
"สุริยคราสแห่งจันทร์คู่..." ไอรินาพึมพำด้วยความหวาดหวั่น "มันกำลังจะมาถึงแล้ว!"
ภาพฉายนั้นค่อยๆ เปลี่ยนไป เผยให้เห็นรอยจารึกโบราณที่สลักอยู่บนผนังวิหารแห่งหนึ่ง รอยจารึกนั้นเล่าเรื่องราวของราชวงศ์ผู้พิทักษ์ การสร้างคทาสุริยันจันทรา และคำทำนายเกี่ยวกับการมาของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ ที่จะปลดปล่อยมาลากอร์ให้เป็นอิสระอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้เอลาริสถึงกับตกตะลึงคือ รอยจารึกสุดท้าย เผยให้เห็นภาพของสตรีผู้หนึ่ง สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์คล้ายเธอ ใบหน้าของเธอคล้ายกับเอลาริสอย่างมาก สตรีผู้นั้นกำลังถือคทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์ และกำลังต่อสู้กับมาลากอร์ แต่ในภาพนั้น มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง มีเงาดำมืดบางอย่างพยายามเข้าครอบงำสตรีผู้นั้น ราวกับว่าพลังของคทาเองก็มีความเสี่ยงที่จะถูกใช้ในทางที่ผิด
"นี่มันอะไรกัน..." เอลาริสพึมพำ เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ ภาพนั้นทำให้เธอสับสนและไม่แน่ใจในชะตากรรมของตัวเอง
"มันคือคำเตือน" ซีรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เสมอ"
ภาพฉายนั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและคำถามมากมายในจิตใจของเอลาริส เธอรู้ดีว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล และอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้าก็มีมากกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ เธอต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของคทาให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อต่อสู้กับมาลากอร์ แต่เพื่อปกป้องตัวเองจากการถูกครอบงำโดยพลังที่มืดมิดที่อาจซ่อนอยู่ในคทาเอง
เอลาริสกำแกนกลางคทาในมือแน่น เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมทาง ใบหน้าของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและศรัทธาในตัวเธอ เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับคทาสุริยันจันทราและราชวงศ์ของเธอให้พบ เธอจะต้องทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากเงาปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับแสงจันทร์คู่ที่ใกล้จะมาถึง
คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก