คทาสุริยัน

ตอนที่ 79 — บททดสอบแห่งศิลาโบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,063 คำ

รุ่งอรุณทอแสงสีทองอาบไล้ป่าสนยามเช้า อากาศบริสุทธิ์และเย็นสดชื่นช่วยปลุกความกระปรี้กระเปร่าให้แก่คณะเดินทางของเอลาริส หลังจากค่ำคืนแห่งการค้นพบสุริยคราสแห่งจิตวิญญาณ เอลาริสรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ พลังเวทที่เคยปั่นป่วนบัดนี้ไหลเวียนอย่างสงบนิ่งอยู่ในกาย ราวกับสายน้ำที่พบทางไหลของตนเอง แม้จะยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความสมดุลที่เกิดขึ้นภายใน

“วันนี้เราจะเดินทางไปยัง ‌‘หุบเขาเงียบงัน’ ดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังม่านหมอกตลอดกาล” อาจารย์เอเธลกล่าวขณะชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ “ที่นั่นมี ‘ศิลาแห่งปัญญา’ ซ่อนอยู่ เป็นศิลาที่บันทึกความรู้โบราณเกี่ยวกับการใช้คทาสุริยันจันทรา และยังเป็นบททดสอบแรกสำหรับผู้ที่จะครอบครองมัน”

เซริอุสก้าวไปข้างหน้า ​จัดแจงตรวจสอบเส้นทางและเตรียมม้า “เส้นทางสู่หุบเขาเงียบงันนั้นอันตรายมาก มีสัตว์อสูรและกับดักธรรมชาติมากมาย ท่านเอเธลมั่นใจหรือครับว่าเราจะไปถึงได้โดยสวัสดิภาพ”

“แน่นอนว่าไม่ปลอดภัย” อาจารย์เอเธลยิ้มบางๆ “แต่หากเอลาริสต้องการจะครอบครองคทาสุริยันจันทรา เธอก็ต้องพิสูจน์ตนเองให้ได้ว่าคู่ควร”

ลีลาวดีกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง “เย้! ‍การผจญภัยครั้งใหม่! ข้าชอบที่สุดเลย!”

เมอร์ลินเงียบงันเช่นเคย แต่ดวงตาของเขาฉายแววสนใจ เขากำลังอ่านแผนที่โบราณที่อาจารย์เอเธลมอบให้

คณะเดินทางมุ่งหน้าสู่หุบเขาเงียบงัน ป่าทึบที่พวกเขาต้องฝ่าฟันเข้าไปนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนแสงอาทิตย์แทบส่องไม่ถึง พื้นดินชื้นแฉะและปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว เสียงนกร้องและแมลงป่าดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงกระซิบของธรรมชาติ

เอลาริสเดินนำหน้าอย่างมั่นใจกว่าเดิม ‌เธอรู้สึกถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในกาย สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานจากธรรมชาติรอบตัว ราวกับเธอเป็นส่วนหนึ่งของมัน

“เอลาริส เจ้าลองใช้พลังเวทของเจ้าเพื่อนำทางดูสิ” อาจารย์เอเธลแนะนำ

เอลาริสหลับตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้จิตใจเชื่อมโยงกับป่า เธอรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่พุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่ง “ทางนี้ค่ะ!” ‍เธอชี้ไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ดูรกทึบกว่า

เซริอุสมองเส้นทางที่เอลาริสเลือกด้วยความกังวล แต่เมื่อเห็นแววตาที่มั่นใจของเธอ เขาก็พยักหน้าและเดินตามไป

เส้นทางที่เอลาริสเลือกนั้นไม่ได้ราบรื่นนัก พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเถาวัลย์ยักษ์ที่ขวางทาง และพืชมีพิษที่พยายามจะพันธนาการ แต่เอลาริสก็สามารถใช้พลังเวทแห่งสุริยันตัดเถาวัลย์เหล่านั้นขาดได้อย่างง่ายดาย และใช้พลังแห่งจันทราสลายพิษที่แผ่ออกมาจากพืชร้าย

“น่าทึ่งมากเอลาริส!” ​ลีลาวดีอุทานด้วยความตื่นเต้น “เจ้าควบคุมพลังได้ดีขึ้นมากจริงๆ!”

เมอร์ลินเงยหน้าจากแผนที่มามองเอลาริสด้วยแววตาชื่นชม อาจารย์เอเธลยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

แต่เส้นทางที่แท้จริงสู่หุบเขาเงียบงันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่อุปสรรคทางธรรมชาติเท่านั้น เมื่อพวกเขาเดินทางลึกเข้าไปอีก เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากพุ่มไม้เบื้องหน้า สัตว์อสูรตัวใหญ่เท่าควายป่า มีเขาแหลมคมและขนสีดำสนิท พุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความดุร้าย

“ระวัง!” ​เซริอุสตะโกน เขาชักดาบออกมารับการโจมตีของสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว เสียงดาบกระทบเขาสัตว์ดังกังวานไปทั่วป่า

เอลาริสไม่ลังเล เธอรวบรวมพลังเวทแห่งสุริยันไว้ที่ฝ่ามือ แล้วปล่อยลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูร แสงนั้นไม่ได้ทำร้ายมันถึงตาย แต่กลับทำให้มันหวาดกลัวและถอยร่นไป

“พลังของเจ้าพัฒนาไปมากจริงๆ เอลาริส” ​เซริอุสกล่าวขณะที่เขากลับเข้ามายืนข้างเธอ “แต่เรายังต้องระวัง สัตว์อสูรในป่าแห่งนี้มีพลังพิเศษ บางตัวสามารถสร้างภาพลวงตาได้”

คำเตือนของเซริอุสเป็นจริงไม่นานนัก เมื่อพวกเขาเดินทางต่อไป ภาพลวงตาก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัว ต้นไม้เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป เสียงกระซิบประหลาดดังขึ้นจากทุกทิศทาง พยายามจะหลอกล่อให้พวกเขาหลงทาง

“อย่าหลงกล!” อาจารย์เอเธลเตือน “จงใช้สมาธิและเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง”

เอลาริสหลับตาลงอีกครั้ง เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง เธอรวบรวมพลังแห่งจันทราไว้ที่ดวงตา เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกที่เคยบิดเบี้ยวก็กลับคืนสู่สภาพปกติ ภาพลวงตาที่เคยปรากฏได้จางหายไป

“ยอดเยี่ยมมากเอลาริส!” เมอร์ลินเอ่ยปากชม “เจ้าใช้พลังแห่งจันทราเพื่อมองทะลุผ่านม่านลวงตาได้แล้ว!”

การเดินทางดำเนินต่อไปด้วยความระมัดระวัง พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคและบททดสอบมากมาย ทั้งสัตว์อสูร ภาพลวงตา และกับดักที่ซ่อนเร้น แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน และพลังที่เติบโตขึ้นของเอลาริส พวกเขาก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้

ในที่สุด หลังจากเดินทางมานานกว่าหนึ่งวัน พวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าของหุบเขาเงียบงัน เบื้องหน้าคือหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกหนาทึบ ไม่มีทางเข้าที่ชัดเจน มีเพียงแค่ช่องแคบๆ ที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ความมืดมิด

“นี่คือทางเข้าสู่หุบเขาเงียบงัน” อาจารย์เอเธลกล่าว “จงระวังให้มาก เพราะในหุบเขานี้มีพลังเวทโบราณที่ทรงอำนาจแผ่ปกคลุมอยู่ มันจะทดสอบจิตใจของผู้ที่ก้าวเข้ามา”

ขณะที่พวกเขาก้าวผ่านช่องแคบเข้าไป ม่านหมอกก็โอบล้อมรอบตัวพวกเขาอย่างหนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงทุกอย่างดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของพวกเขาที่เต้นระรัว

ทันใดนั้นเอง ภาพของอดีตที่เจ็บปวดก็ผุดขึ้นมาในจิตใจของเอลาริส เธอเห็นภาพพ่อแม่ที่จากไป เห็นตัวเองที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เห็นความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจที่เคยมีในอดีต ภาพเหล่านั้นเหมือนมีชีวิต พยายามจะดึงเธอให้จมดิ่งลงไปในความสิ้นหวัง

“เอลาริส! อย่าหลงกล!” เสียงของเซริอุสดังแว่วมา แม้จะฟังดูเลือนราง

เอลาริสพยายามรวบรวมสติ เธอรู้ว่านี่คือบททดสอบของหุบเขาเงียบงัน เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วจินตนาการถึงแสงสว่างแห่งสุริยันที่อบอุ่นและแสงแห่งจันทราที่เยือกเย็นในจิตใจของเธอ เธอโอบรับความเจ็บปวดในอดีต แต่ไม่ยอมให้มันครอบงำ เธอเชื่อมั่นว่าอดีตคือบทเรียนที่ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพลวงตาเหล่านั้นก็จางหายไป ม่านหมอกเริ่มจางลง เผยให้เห็นทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์เบื้องหน้า

พวกเขามายืนอยู่กลางหุบเขาขนาดใหญ่ ที่มีต้นไม้โบราณรูปร่างแปลกตาขึ้นอยู่ทั่วไป มีลำธารใสสะอาดไหลผ่าน และใจกลางหุบเขานั้นมีแท่นศิลาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ แท่นศิลานั้นมีอักขระโบราณสลักอยู่เต็มไปหมด และด้านบนของแท่นศิลามีศิลาขนาดใหญ่สีขาวนวลเรืองแสงจางๆ วางอยู่

“นั่นคือ ‘ศิลาแห่งปัญญา’!” อาจารย์เอเธลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

พวกเขาเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลา เมอร์ลินใช้มือลูบไล้อักขระโบราณเหล่านั้นอย่างสนใจ “อักขระเหล่านี้เป็นภาษาโบราณที่หายสาบสูญไปแล้ว มีเพียงผู้ที่ได้รับการเลือกสรรเท่านั้นที่จะอ่านออก”

“เอลาริส เจ้าลองสัมผัสศิลานั้นดูสิ” อาจารย์เอเธลแนะนำ

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลา เธอวางมือลงบนศิลาสีขาวนวล ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากศิลา พลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว ภาพและเสียงต่างๆ ผุดขึ้นมาในจิตใจของเธอ ราวกับเธอได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต

เธอเห็นภาพของราชินีโบราณผู้เป็นบรรพบุรุษของเธอ ผู้ซึ่งครอบครองคทาสุริยันจันทรา เธอเห็นภาพการต่อสู้กับมาลากอร์ในอดีต เห็นวิธีการใช้พลังของคทา และเห็นคำเตือนเกี่ยวกับสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะมาถึง

ความรู้มากมายหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเอลาริส เธอรับรู้ถึงวิธีการผนึกพลังของคทา การเชื่อมโยงจิตวิญญาณกับมัน และการปลุกพลังที่แท้จริงของมันให้ตื่นขึ้น ภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจน ราวกับเธอเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง

เมื่อแสงสว่างจางหายไป เอลาริสก็ถอนมือออกจากศิลา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเข้าใจ

“เจ้าเห็นอะไรบ้างเอลาริส” อาจารย์เอเธลถามอย่างกระตือรือร้น

“ข้าเห็น...ทุกสิ่งทุกอย่าง” เอลาริสตอบเสียงสั่น “ข้าเห็นราชินีแห่งสุริยันจันทราในอดีต ข้าเห็นวิธีการใช้คทา และข้าเข้าใจถึงพลังที่แท้จริงของมัน” เธอหันไปมองอาจารย์เอเธลด้วยแววตาที่มุ่งมั่น “และข้าก็เข้าใจถึงพันธะที่ข้าต้องแบกรับไว้”

เมอร์ลินมองอักขระโบราณบนแท่นศิลาอีกครั้ง “ดูเหมือนว่าศิลาแห่งปัญญาจะยอมรับเจ้าแล้วเอลาริส มันได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ให้แก่เจ้า”

เซริอุสพยักหน้าอย่างชื่นชม ลีลาวดีกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“นี่คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญเอลาริส” อาจารย์เอเธลกล่าว “บัดนี้เจ้ามีความรู้ที่จำเป็นในการใช้คทาสุริยันจันทราแล้ว สิ่งที่เหลือคือการตามหามัน และฝึกฝนให้พลังของเจ้าแข็งแกร่งมากพอที่จะควบคุมมันได้”

เอลาริสพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าจะทำทุกอย่างที่ทำได้ค่ะท่านอาจารย์”

แม้ว่าหนทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทาย แต่ความรู้ที่ได้รับจากศิลาแห่งปัญญาได้จุดประกายความหวังและเป้าหมายที่ชัดเจนในใจของเอลาริส เธอมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาและทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องโลกจากภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!