คทาสุริยัน

ตอนที่ 50 — สู่ม่านหมอกแห่งศิลาโบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,546 คำ

แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องต้องยอดไม้สูงเสียดฟ้าในป่าลึก แผ่รังสีสีทองอ่อนๆ ลงมาอาบไล้กลุ่มนักผจญภัยที่กำลังก้าวเดินอย่างมุ่งมั่น เอลาริสก้าวเดินนำหน้า ดวงตาจับจ้องไปยังเส้นทางเบื้องหน้าซึ่งเริ่มปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทโบราณที่แฝงเร้นอยู่ในอากาศ ธาตุแท้ที่ต่างจากพลังเวทที่เธอเคยรู้จัก ‌มันหนักแน่น ลึกล้ำ และเต็มไปด้วยความลับที่รอการเปิดเผย

"ใกล้ถึงแล้วใช่ไหม เลโอนาร์ด?" เอลาริสเอ่ยถาม โดยไม่หันกลับไปมอง เลโอนาร์ด ชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์แห่งสภาผู้พิทักษ์ เดินเคียงข้างมากับเธอ ​ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมยามที่สวมบทบาทเป็นผู้ชี้นำ แต่ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงฉายแววห่วงใยเมื่อมองมาที่เอลาริส "อีกไม่ไกลหรอกเอลาริส ตามแผนที่โบราณที่เราได้มา 'ม่านหมอกแห่งศิลาโบราณ' คือประตูสู่สถานที่ฝึกฝนของบรรพบุรุษเจ้า" "ฉันรู้สึกได้ถึงมัน พลังเวทที่นี่แตกต่างออกไป มันเหมือน...มันมีชีวิต" ‍เอลาริสกระซิบ พลางเอื้อมมือออกไปสัมผัสละอองหมอกที่ลอยผ่านปลายนิ้ว ความรู้สึกเย็นเยียบแต่ทว่าอบอุ่นในคราวเดียวกันแผ่ซ่านเข้ามา เธอหลับตาลงเล็กน้อย พยายามทำความเข้าใจกับกระแสพลังนั้น

ข้างหลังพวกเขา ซาเรล นักธนูผู้เงียบขรึมยังคงระมัดระวังภัยรอบด้าน ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วผืนป่าที่เริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ ‌ส่วนเฟย์ร่า จอมเวทสาวผู้ร่าเริง แม้จะยังคงเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เธอจับไม้เท้าเวทมนตร์ของตัวเองแน่น "ฉันรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองเราอยู่ตลอดเลย" "ไม่ใช่คนหรอกเฟย์ร่า" เลโอนาร์ดกล่าว "ที่นี่คือดินแดนที่ยังคงถูกปกป้องโดยเวทมนตร์เก่าแก่ ‍สิ่งมีชีวิตที่เฝ้าประตูอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคุ้นเคย"

ไม่นานนัก ผืนป่าก็เริ่มเปิดออก เผยให้เห็นลานกว้างซึ่งถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นเบื้องหน้า ตรงกลางลานนั้นมีแท่งศิลาโบราณขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่หลายสิบแท่ง แต่ละแท่งสูงเสียดฟ้า ราวกับเสาหลักค้ำยันโลก พวกมันจัดเรียงเป็นวงกลม ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ​จนดูคล้ายเขาวงกตหินที่ไม่มีที่สิ้นสุด พลังเวทที่เอลาริสสัมผัสได้นั้นรุนแรงขึ้นจนแทบสำลัก มันคือพลังที่ก่อตัวขึ้นจากการรวมตัวของธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และพลังแห่งดวงดาวที่ส่องประกายแม้ในยามกลางวัน

"นี่หรือคือ...ม่านหมอกแห่งศิลาโบราณ?" ​เฟย์ร่าเอ่ยขึ้นด้วยความตะลึง ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังแท่งศิลาที่สูงใหญ่ราวภูเขาจำลอง "ใช่แล้ว" เลโอนาร์ดพยักหน้า "ตำนานกล่าวว่าผู้ที่ปรารถนาจะเข้าสู่ดินแดนแห่งการฝึกฝนของราชวงศ์สุริยันจันทรา จะต้องผ่านบททดสอบจากม่านหมอกนี้เสียก่อน" "แล้วบททดสอบคืออะไร?" ซาเรลถามเสียงเรียบ พร้อมกับหยิบคันธนูขึ้นมาเตรียมพร้อม "ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่เท่าที่บันทึกไว้ ​ผู้ที่ไม่มีสายเลือดแท้จะไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ และแม้แต่ผู้มีสายเลือด หากจิตใจไม่บริสุทธิ์ หรือพลังไม่ถึงพร้อม ก็จะถูกขับไล่ออกมา" เลโอนาร์ดอธิบาย "เอลาริส เจ้าพร้อมหรือไม่?"

เอลาริสมองไปยังม่านหมอกเบื้องหน้า ความรู้สึกบางอย่างดึงดูดเธอเข้าไปข้างใน มันไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นความปรารถนาลึกๆ ที่จะทำความเข้าใจตัวตนของเธอเอง และพลังที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด เธอพยักหน้าอย่างแน่วแน่ "ฉันพร้อมแล้ว" "พวกเราจะรออยู่ตรงนี้" เฟย์ร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ "ถ้ามีอะไร พวกเราจะรีบเข้าไปช่วยทันที" "ระวังตัวด้วยเอลาริส" ซาเรลเตือนสั้นๆ

เอลาริสหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า มุ่งตรงเข้าสู่ม่านหมอกอันหนาทึบ ทันทีที่เธอก้าวผ่านพ้นเขตแดนนั้นไป โลกภายนอกก็เลือนหายไปในพริบตา ความรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ความเย็นเยียบของหมอกปกคลุมทั่วร่าง แต่ก็มีประกายเวทมนตร์บางอย่างที่เต้นระริกอยู่ภายใน มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันคือพลังเวทที่จับตัวเป็นรูปร่าง คล้ายกับเส้นใยที่เชื่อมโยงระหว่างโลกนี้กับอดีตกาล

เธอเริ่มเดินสำรวจไปตามทางเดินที่ปรากฏขึ้นมาระหว่างแท่งศิลา แท่งศิลาแต่ละแท่งสูงใหญ่จนมองไม่เห็นยอด พื้นผิวขรุขระเต็มไปด้วยอักขระโบราณที่สลักลึกเข้าไปในเนื้อหิน แสงสว่างที่นี่สลัวและไม่แน่นอน บางครั้งก็มีประกายสีเงินวูบวาบขึ้นมาจากพื้นดิน บางครั้งก็มีแสงสีทองอร่ามเรืองรองอยู่บนยอดศิลา เอลาริสพยายามจดจำเส้นทาง แต่มันดูเหมือนไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ทุกครั้งที่เธอเลี้ยว แท่งศิลาก็ดูเหมือนจะขยับเปลี่ยนตำแหน่งไปเอง

"นี่มันเขาวงกตชัดๆ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนกลับมาอย่างแผ่วเบา ขณะที่เธอกำลังก้าวเดินอย่างระมัดระวัง จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหู มันเป็นเสียงที่เก่าแก่และลึกซึ้ง ราวกับเสียงของผืนพิภพเอง "ผู้มาเยือน...เจ้าคือผู้ถือครองสายเลือดแห่งสุริยันจันทราหรือไม่?" เอลาริสหยุดชะงัก เธอพยายามมองหาที่มาของเสียง แต่รอบตัวมีเพียงม่านหมอกและแท่งศิลา เธอตอบกลับไปอย่างกล้าหาญ "ใช่ ข้าคือเอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา" "พิสูจน์ตนเอง" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

ทันใดนั้น แท่งศิลาที่อยู่รอบตัวเธอก็เริ่มส่องแสง ประกายเวทมนตร์สีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สลับกับประกายสีทองและสีเงิน มันหมุนวนก่อตัวเป็นพายุขนาดเล็กที่พัดผ่านร่างของเอลาริส ความรู้สึกเหมือนถูกตรวจสอบอย่างละเอียด พลังเวทที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอถูกดึงออกมาสัมผัสกับพลังเวทของสถานที่แห่งนี้ เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดเล็กน้อยในหัวใจ แต่ก็มีความอบอุ่นแฝงอยู่

หลังจากนั้นไม่นาน พายุเวทมนตร์ก็สงบลง ม่านหมอกรอบตัวเธอก็เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นทางเดินที่ชัดเจนขึ้น ตรงสุดทางเดินนั้น ปรากฏเป็นประตูหินขนาดใหญ่ที่มีอักขระโบราณสลักอยู่เต็มบานประตู อักขระเหล่านั้นเรืองแสงเป็นสีทองอ่อนๆ และตรงกลางบานประตูมีร่องรอยของสัญลักษณ์ที่คุ้นตา นั่นคือสัญลักษณ์ของราชวงศ์สุริยันจันทรา ดวงอาทิตย์ที่โอบล้อมดวงจันทร์เสี้ยว

เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้ประตูหิน เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสอักขระที่เรืองแสง ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะต้องลงไป ประตูหินก็สั่นสะเทือนเบาๆ แสงสว่างจ้าพวยพุ่งออกมาจากสัญลักษณ์ตรงกลาง แล้วมันก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเสียดสีของหินเก่าแก่ที่ดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ เบื้องหลังประตูหิน ไม่ใช่โถงทางเดินหรือห้องโถงกว้างอย่างที่เธอคาดไว้ หากแต่เป็นลานกว้างขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีดำขลับ มีเสาหินขนาดใหญ่หลายร้อยต้นตั้งตระหง่านค้ำยันเพดานที่สูงลิ่วจนมองไม่เห็นยอด แสงสว่างที่นี่มาจากแก้วผลึกวิเศษที่ฝังอยู่ตามเสาหินและเพดาน มันส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน

ตรงกลางลานกว้างนั้น มีแท่นบูชาขนาดใหญ่วางอยู่ และบนแท่นบูชานั้นมีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่ มันคือคทา! คทาที่ดูคุ้นตา คทาที่เธอเคยเห็นในภาพฝันบ่อยครั้ง คทาที่ควรจะเป็นของเธอ 'คทาสุริยันจันทรา' แต่สิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าเธอนั้น ไม่ใช่คทาสุริยันจันทราที่สมบูรณ์ หากแต่เป็นคทาที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมีลักษณะเป็นคทาแห่งสุริยัน ส่องประกายสีทองอร่าม ส่วนอีกส่วนหนึ่งคือคทาแห่งจันทรา ส่องประกายสีเงินเย็นตา ทั้งสองส่วนวางคู่กันอยู่บนแท่นบูชา ราวกับรอคอยการรวมกันอีกครั้ง

เอลาริสก้าวเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสคทาสุริยันก่อน พลังเวทอันร้อนแรงแต่บริสุทธิ์แผ่ซ่านเข้ามาในร่างของเธอ มันไม่ใช่พลังที่ทำร้าย แต่เป็นพลังที่เติมเต็มและปลุกเร้าสิ่งที่หลับใหลอยู่ภายใน จากนั้น เธอสัมผัสคทาจันทรา พลังเวทอันเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความเมตตาไหลผ่านเข้ามา มันช่วยปลอบประโลมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจิตวิญญาณของเธอ

ขณะที่เธอกำลังสัมผัสคทาทั้งสองส่วนนั้น จู่ๆ ก็มีเงาร่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นมาจากแท่นบูชา มันเป็นเงาร่างของสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่ง ใบหน้าของนางงดงามราวเทพธิดา ดวงตาฉายแววแห่งปัญญาและความเมตตา สวมชุดคลุมที่ปักด้วยลวดลายของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ "ในที่สุด...เจ้าก็มาถึงแล้ว...ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" เสียงของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของเอลาริส เอลาริสเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเคารพ เธอคุกเข่าลง "ท่านคือ...?" "ข้าคือเอราเดีย บรรพบุรุษของเจ้า...และเป็นผู้สร้างคทาสุริยันจันทรานี้" วิญญาณของเอราเดียกล่าว "เจ้าได้ผ่านบททดสอบแห่งศิลาโบราณแล้ว และตอนนี้เจ้าก็ได้มาถึงที่นี่ เพื่อรับมรดกที่แท้จริงของเจ้า"

"มรดก...?" เอลาริสเงยหน้าขึ้นมอง "ใช่ มรดกแห่งพลัง มรดกแห่งหน้าที่" เอราเดียอธิบาย "คทาสุริยันจันทราถูกสร้างขึ้นเพื่อผนึกราชาปีศาจมาลากอร์ มันคือสมดุลแห่งแสงสว่างและความมืด พลังแห่งสุริยันคือพลังแห่งการทำลายล้างและการปกป้อง พลังแห่งจันทราคือพลังแห่งการเยียวยาและการควบคุม ซึ่งเมื่อรวมกัน จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" "แต่ข้า...ข้าไม่รู้ว่าจะใช้มันได้อย่างไร" เอลาริสยอมรับด้วยความรู้สึกด้อยค่า "ข้ายังอ่อนแอ และพลังเวทของข้าก็ยังไม่มั่นคง" "นั่นคือเหตุผลที่เจ้ามาที่นี่" เอราเดียยิ้มอย่างอ่อนโยน "ที่แห่งนี้คือ 'หอคอยแห่งความทรงจำ' เป็นสถานที่ที่บรรพบุรุษของเจ้าได้ฝึกฝนพลัง และทิ้งความรู้ของพวกเขาไว้เบื้องหลัง ข้าจะนำทางเจ้า และถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นให้แก่เจ้า"

วิญญาณของเอราเดียก้าวเข้าไปใกล้คทาทั้งสองส่วน "คทาสุริยันจันทราจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือครองมีพลังที่แท้จริง และจิตวิญญาณที่เข้มแข็งพอที่จะรวมพลังทั้งสองเข้าด้วยกัน" นางโบกมือเบาๆ คทาทั้งสองส่วนก็ลอยขึ้นกลางอากาศ หมุนวนเข้าหากันช้าๆ เปล่งประกายแสงสีทองและสีเงินที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว แสงสว่างนั้นเจิดจ้าและอบอุ่น มันรวมตัวกันเป็นคทาหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์แบบ ปลายคทามีแก้วผลึกรูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เกี่ยวพันกันอย่างงดงาม เปล่งประกายเรืองรองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"จงรับมันไปเอลาริส" เอราเดียกล่าว "มันคือของเจ้าแล้ว" เอลาริสเอื้อมมือออกไปรับคทาสุริยันจันทราที่ลอยลงมาหาเธอ ทันทีที่มือของเธอสัมผัสกับคทา พลังเวทอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเธอราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก มันไม่ใช่แค่พลัง แต่เป็นความทรงจำ ความรู้ และประสบการณ์นับพันปีของบรรพบุรุษที่ถูกส่งต่อมายังเธอ เธอรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิด แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความสมบูรณ์ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ภาพในอดีตฉายผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของเธออย่างรวดเร็ว เธอเห็นบรรพบุรุษของเธอฝึกฝนพลัง เห็นการก่อกำเนิดของราชวงศ์ เห็นสงครามอันดุเดือดกับมาลากอร์ครั้งแรก เห็นการสร้างคทาสุริยันจันทรา และเห็นการผนึกมาลากอร์ลงไปในห้วงลึกของโลก ภาพเหล่านั้นชัดเจนราวกับเธอได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง "นี่คือ...ความทรงจำของบรรพบุรุษ?" เอลาริสถามเสียงสั่น "ใช่" เอราเดียตอบ "ความรู้ที่เจ้าต้องการทั้งหมดถูกเก็บไว้ในตัวคทา และในจิตวิญญาณของเจ้าเอง หน้าที่ของข้าคือช่วยให้เจ้าดึงมันออกมาใช้ให้ได้" "แต่เวลาของเราเหลือน้อยแล้ว สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึง" เอลาริสกล่าวด้วยความกังวล "ข้ารู้" เอราเดียพยักหน้า "แต่พลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากการฝึกฝนที่ยาวนานเพียงอย่างเดียว มันมาจากการทำความเข้าใจตัวตนของเจ้า ทำความเข้าใจว่าเจ้าคือใคร และเชื่อมั่นในพลังที่อยู่ในตัวเจ้า จงเตรียมตัวให้พร้อมเอลาริส การเดินทางของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง"

เอลาริสกอดคทาสุริยันจันทราไว้แน่น เธอมองไปยังวิญญาณของเอราเดียด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น แม้ภาระจะหนักอึ้ง แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เธอรู้ว่าเธอมีบรรพบุรุษคอยนำทาง มีเพื่อนพ้องคอยเคียงข้าง และมีคทาแห่งโชคชะตาอยู่ในมือ หน้าที่ของเธอคือการปกป้องโลกใบนี้ และเธอจะทำมันให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

วิญญาณของเอราเดียเริ่มจางหายไปช้าๆ "จงฝึกฝนให้หนักเอลาริส จงเชื่อในตัวเอง...และจงปกป้องโลกนี้ไว้ให้ได้" คำกล่าวสุดท้ายของบรรพบุรุษก้องกังวานอยู่ในใจของเอลาริส เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานหอคอยที่ประดับด้วยแก้วผลึกระยิบระยับ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดออกมา

ทันใดนั้นเอง ประตูหินที่เธอเข้ามาก็เปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นแสงสว่างจากภายนอก และเงาร่างของเลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าที่ยืนรออยู่ด้วยความกังวล "เอลาริส!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความโล่งใจ เอลาริสหันไปมองเพื่อนพ้อง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและพลังที่เพิ่งตื่นขึ้น "ฉันได้มันมาแล้ว" เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "และฉันก็พร้อมแล้วที่จะเรียนรู้"

เลโอนาร์ดมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส ดวงตาของเขาฉายแววความประหลาดใจและความเคารพ "ดูเหมือนว่าเจ้าจะค้นพบอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคาดไว้เสียอีกนะเอลาริส" "นี่เพิ่งเริ่มต้นค่ะ ท่านเลโอนาร์ด" เอลาริสกล่าว "การฝึกฝนที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว" เธอกำคทาในมือแน่น พลังเวทที่พวยพุ่งออกมาจากคทาสุริยันจันทรานั้นอบอุ่นและทรงพลัง มันคือสัญญาณของการเริ่มต้นยุคใหม่ สัญญาณแห่งความหวังที่จะต่อสู้กับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา สัญญาณแห่งการตื่นขึ้นของทายาทผู้ถูกลิขิตให้ปกป้องโลกใบนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!