เสียงคำรามของมาลากอร์ที่ดังกึกก้องจากภายนอกวิหารแห่งแสงนิรันดร์นั้นทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงของซอร์ธัสหลายเท่า มันคือเสียงที่ประกาศการมาถึงของปีศาจแห่งความมืดมิดอย่างแท้จริง ทันทีที่เอลาริสและสหายก้าวเท้าออกจากวิหาร พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับภาพที่น่าตกตะลึง
ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเงาจันทราเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด ดวงจันทร์คู่ที่เคยทอแสงสีทองและเงินจากการปลุกพลังของคทา บัดนี้กลับถูกบดบังด้วยเงาสีดำมหึมาที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือเงาร่างของมาลากอร์!
“มันมาแล้ว!” ฟินิกซ์ตะโกน มือจับดาบแน่น
ร่างของมาลากอร์ไม่ได้ปรากฏออกมาอย่างสมบูรณ์ มันเป็นเพียงเงาร่างขนาดมหึมาที่แผ่ขยายออกไปทั่วท้องฟ้า แต่จากเงาร่างนั้น ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานคู่มหึมาก็จ้องมองลงมายังพวกเขาอย่างเย้ยหยัน พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาจากมันอย่างมหาศาล ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองและสิ้นหวัง
“มันพยายามจะกดดันเรา” เอลาริสกล่าว พลางกำคทาในมือแน่น แม้เธอจะรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา แต่พลังของคทาก็ช่วยให้เธอต้านทานมันไว้ได้
“เราต้องหาทางจัดการมันให้ได้ก่อนที่มันจะมาถึงอย่างสมบูรณ์” ลีออนกล่าว
“แต่เราจะทำอะไรได้ในสภาพแบบนี้?” เซริสถาม
ทันใดนั้น เสียงกระซิบของเอเธน่า ผู้พิทักษ์บรรณาลัย ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเอลาริสอีกครั้ง
“ทายาทแห่งสุริยัน... เจ้าต้องไปยัง ‘เตาหลอมดารา’ ที่นั่นคือจุดกำเนิดพลังที่แท้จริงของคทา และเป็นที่เดียวที่จะสามารถเสริมพลังให้เจ้าแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ได้”
“เตาหลอมดารา?” เอลาริสพึมพำ
“ที่นั่นอยู่ที่ไหนเอเธน่า?” เธอถามในใจ
“มันถูกซ่อนไว้ในใจกลางของนครแห่งจันทราที่สาบสูญ ภายใต้ปราสาทที่พังทลาย” เสียงเอเธน่าตอบ “ทางเข้าจะปรากฏขึ้นเมื่อพลังของคทาถูกปลุกอย่างสมบูรณ์ และเจ้าได้ผ่านบททดสอบจากผู้พิทักษ์ทั้งสามแล้ว”
เอลาริสรีบหันไปบอกเพื่อนๆ ถึงสิ่งที่เธอได้ยิน
“เราต้องกลับเข้าไปในนครแห่งจันทราที่สาบสูญ” เอลาริสกล่าว “เอเธน่าบอกว่ามี ‘เตาหลอมดารา’ อยู่ที่นั่น เป็นที่ที่เราจะสามารถเสริมพลังให้คทาได้”
“แต่นครนั่นเต็มไปด้วยปีศาจของมาลากอร์” ฟินิกซ์ทักขึ้น “มันอันตรายเกินไป”
“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” เอลาริสกล่าว “เราต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าเราอยากจะหยุดมาลากอร์”
พวกเขาตัดสินใจมุ่งหน้ากลับเข้าไปในนครแห่งจันทราที่สาบสูญอีกครั้ง แม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่พวกเขาก็รู้ดีว่านี่คือหนทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้
เมื่อกลับเข้าไปในเมืองที่สาบสูญ บรรยากาศก็ยิ่งหนักอึ้งกว่าเดิม ความมืดมิดที่แผ่ออกมาจากมาลากอร์บนท้องฟ้าปกคลุมไปทั่วทุกซอกมุมของเมือง ซากปรักหักพังดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาพร้อมกับดวงตาปีศาจที่จ้องมองมาจากทุกทิศทาง
“ระวังตัวทุกคน” ลีออนกำชับ
พวกเขาเดินตรงไปยังปราสาทที่พังทลายที่พวกเขาพบกับซอร์ธัส เมื่อเอลาริสชูคทาขึ้น แสงจากคทาก็ส่องสว่างลงบนพื้นดินเบื้องหน้าของปราสาทอีกครั้ง คราวนี้พื้นดินไม่ได้ทรุดตัวลง แต่กลับมีวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น วงแหวนนั้นเปล่งแสงสีรุ้งออกมาอย่างสวยงาม
“นี่คือทางเข้าสู่เตาหลอมดารา” เอลาริสกล่าว
พวกเขาก้าวเข้าไปในวงแหวนเวทมนตร์ ทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าไป ร่างกายของพวกเขาก็รู้สึกเหมือนถูกดูดลงไปในห้วงอวกาศ ภาพรอบตัวบิดเบี้ยวและพร่ามัว ก่อนที่พวกเขาจะมาปรากฏตัวในสถานที่แห่งหนึ่งที่น่าทึ่ง
พวกเขาอยู่ในถ้ำใต้ดินขนาดมหึมา ที่เต็มไปด้วยผลึกคริสตัลเรืองแสงนับพันนับหมื่นชิ้น ผลึกเหล่านั้นเปล่งแสงสีรุ้งออกมาอย่างสวยงาม ทำให้ภายในถ้ำสว่างไสวราวกับอยู่ในกาแล็กซี ดวงดาวนับล้านดวงส่องประกายระยิบระยับอยู่บนเพดานถ้ำ ราวกับว่าพวกเขาได้มาเยือนห้วงอวกาศจริงๆ
ตรงกลางถ้ำ มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากคริสตัลใสตั้งตระหง่านอยู่ เหนือแท่นบูชานั้น มีก้อนพลังงานขนาดมหึมากำลังลอยอยู่ ก้อนพลังงานนั้นเปล่งแสงสีทองและสีเงินออกมาอย่างเจิดจ้า ราวกับเป็นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ถูกหล่อหลอมรวมกัน
“นี่คือหัวใจแห่งเตาหลอมดารา” เซริสกระซิบด้วยความทึ่ง “เป็นที่ที่พลังของดวงดาวและจักรวาลถูกหล่อหลอมขึ้นมา”
“มันคือแหล่งกำเนิดพลังของคทาสุริยันจันทราอย่างแท้จริง” ลีออนเสริม “คทาถูกสร้างขึ้นจากพลังงานที่นี่”
เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากก้อนพลังงานนั้น มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ
“เอเธน่าบอกว่า ฉันต้องเสริมพลังให้คทาที่นี่” เอลาริสกล่าว
ทันใดนั้น แสงจากคทาก็เชื่อมโยงเข้ากับก้อนพลังงานเหนือแท่นบูชา พลังงานอันมหาศาลเริ่มไหลเข้าสู่คทา และไหลเข้าสู่ร่างกายของเอลาริส เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังถูกเติมเต็มด้วยพลังงานที่ไม่สิ้นสุด ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีทองและสีเงินที่เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
“เธอต้องใช้สมาธิให้มากที่สุดเอลาริส” เซริสเตือน “พลังงานนี้มันมหาศาลมาก ถ้าควบคุมไม่ดี อาจจะเป็นอันตรายได้”
เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมด เธอรู้สึกเหมือนเธอกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ เธอได้ยินเสียงกระซิบของดวงดาว เสียงกระซิบของจักรวาล เสียงกระซิบของพลังงานที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ
เธอใช้เวลาอยู่ในสภาวะนั้นนานหลายนาที พลังของคทาสุริยันจันทราถูกเสริมให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างสมบูรณ์ พลังงานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในคทา และในตัวของเอลาริส
ทันใดนั้น เสียงคำรามของมาลากอร์ก็ดังก้องไปทั่วถ้ำ ราวกับว่ามันรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่เกิดขึ้น
“มันรู้แล้ว!” ฟินิกซ์ตะโกน
พื้นถ้ำเริ่มสั่นสะเทือน ผลึกคริสตัลบางส่วนเริ่มแตกกระจาย แสงสีแดงฉานเริ่มสาดส่องเข้ามาจากทางเข้าถ้ำ เผยให้เห็นร่างของปีศาจจำนวนมากที่กำลังกรูกันเข้ามา
“ดูเหมือนว่ามันจะส่งกองทัพปีศาจมาที่นี่แล้ว” ลีออนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “มันไม่ต้องการให้เธอออกมาจากที่นี่พร้อมกับคทาที่ได้รับการเสริมพลังแล้ว”
เอลาริสลืมตาขึ้น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังงานที่เปี่ยมล้น เธอรู้สึกว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอะไรก็ได้แล้วในตอนนี้
“ไม่เป็นไร” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “เราจะสู้”
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วถ้ำ ขับไล่ความมืดมิดและปีศาจที่กำลังกรูกันเข้ามา
“เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน!” เอลาริสตะโกน “เราจะออกไปจากที่นี่ และจัดการกับมาลากอร์!”
กองทัพปีศาจกรูกันเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง พวกมันมีจำนวนมากและแข็งแกร่งกว่าปีศาจที่พวกเขาเคยเจอมามาก แต่เอลาริสและสหายก็ไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความหวังและพลังแห่งคทาสุริยันจันทราอยู่ในมือ
ฟินิกซ์พุ่งตัวเข้าใส่ปีศาจด้วยดาบในมือของเขา เขาฟาดฟันปีศาจล้มลงไปทีละตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลีออนยิงธนูและลูกดอกอาบยาพิษเข้าใส่ปีศาจจากระยะไกลอย่างไม่หยุดยั้ง เซริสใช้เวทมนตร์โบราณในการสร้างกำแพงไฟและพายุหิมะเพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของปีศาจ
และเอลาริส... เธอเปล่งพลังจากคทาสุริยันจันทราออกมาอย่างเต็มที่ ลำแสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทาเข้าใส่ปีศาจ สลายพวกมันให้หายไปในพริบตา เธอร่ายมนตร์ “พายุสุริยันจันทรา” พายุขนาดมหึมาที่ผสมผสานระหว่างแสงอาทิตย์และแสงจันทร์พัดถล่มกองทัพปีศาจ ทำให้พวกมันแตกกระเจิงไป
นี่คือพลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทรา และนี่คือพลังที่แท้จริงของทายาทแห่งราชวงศ์โบราณ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด พวกเขาถูกล้อมรอบด้วยปีศาจจำนวนมาก แต่พวกเขาก็สู้ไม่ถอย เอลาริสรู้ดีว่าเธอจะต้องใช้พลังของคทาเพื่อนำทางพวกเขาออกจากที่นี่ และออกไปเผชิญหน้ากับมาลากอร์
“เราต้องหาทางออก!” ลีออนตะโกน
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานของเตาหลอมดาราที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เธอสัมผัสได้ถึงเส้นทางลับที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำ
“ตามฉันมา!” เอลาริสตะโกน เธอร่ายมนตร์ “แสงนำทางสุริยันจันทรา” แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา ส่องสว่างไปยังผนังถ้ำแห่งหนึ่ง ผนังนั้นเริ่มเรืองแสงขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวออกไป
“ไปกันเถอะ!” ฟินิกซ์ตะโกน พวกเขาวิ่งเข้าไปในทางเดินลับนั้น โดยมีเอลาริสเป็นผู้นำ
กองทัพปีศาจพยายามจะตามพวกเขามา แต่เอลาริสก็ร่ายมนตร์ “กำแพงแสงสุริยันจันทรา” กำแพงแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นปิดกั้นทางเข้าถ้ำ ทำให้ปีศาจไม่สามารถตามพวกเขามาได้
พวกเขาเดินทางไปตามทางเดินลับที่วกวนและมืดมิด จนกระทั่งมาถึงทางออก ทางออกนั้นนำพวกเขาไปสู่ด้านนอกของนครแห่งจันทราที่สาบสูญอีกครั้ง
เมื่อออกมาจากนครแห่งจันทราที่สาบสูญ พวกเขาก็พบว่าท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยเงาร่างของมาลากอร์ แต่ตอนนี้เงาร่างนั้นดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นและใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
“มันกำลังจะมาถึงแล้ว” เซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงจากคทาส่องสว่างเจิดจ้าบนท้องฟ้า ราวกับท้าทายความมืดมิดของมาลากอร์
“ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เราก็จะไม่ยอมแพ้!” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “เราจะสู้เพื่อปกป้องโลกใบนี้!”
การเผชิญหน้าครั้งสำคัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเอลาริสพร้อมแล้วที่จะใช้พลังของคทาสุริยันจันทราเพื่อปกป้องทุกสิ่งอันเป็นที่รักของเธอ.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก