คทาสุริยัน

ตอนที่ 235 — การปะทะแรก: เงาของมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 931 คำ

เสียงคำรามอันเยือกเย็นของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วหุบเขาเงาจันทรา ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่กำลังจะทำลายล้างทุกสิ่ง ร่างของมันเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เงาร่างที่น่าสะพรึงกลัวอีกต่อไป แต่เป็นอสุรกายขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดและพลังงานปีศาจ ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานของมันจ้องมองลงมายังเอลาริสและสหายด้วยความเกลียดชังและชัยชนะ

“ในที่สุด... เจ้าก็ปรากฏตัว ทายาทแห่งราชวงศ์” ‌เสียงของมาลากอร์ดังก้องในจิตใจของทุกคน “แต่พลังของเจ้ายังอ่อนหัดเกินกว่าจะต้านทานข้าได้!”

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อมาลากอร์เคลื่อนไหว พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ออกจากมันอย่างมหาศาล ทำให้พืชพรรณรอบตัวเหี่ยวเฉา และอากาศเย็นยะเยือกจนแทบจะแข็งตัว

“อย่าให้มันพูดจาทำลายกำลังใจเราได้!” เอลาริสตะโกน เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องสว่างเจิดจ้า ​ท้าทายความมืดมิดของมาลากอร์

“เราจะสู้มันได้จริงหรือเอลาริส?” ฟินิกซ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด เขาไม่เคยเห็นปีศาจที่ทรงพลังขนาดนี้มาก่อน

“เราต้องสู้” เอลาริสตอบ “เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!”

ทันใดนั้น มาลากอร์ก็ตวัดกรงเล็บขนาดมหึมาของมันลงมายังพวกเขา คลื่นพลังงานปีศาจสีดำพุ่งเข้าใส่ราวกับพายุทอร์นาโด

“กระจายตัว!” ลีออนตะโกน ‍ทุกคนกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงลมจากกรงเล็บก็ยังทำให้ต้นไม้รอบตัวหักโค่นลงไปเป็นแถบ

“เวทมนตร์แห่งพายุ!” เอลาริสร่ายมนตร์ คลื่นลมขนาดใหญ่พุ่งออกจากคทาเข้าต้านทานคลื่นพลังงานปีศาจของมาลากอร์ การปะทะกันของพลังทั้งสองสร้างแรงระเบิดขนาดมหึมา ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา

แต่คลื่นพลังงานปีศาจของมาลากอร์ก็ยังคงแข็งแกร่งกว่า มันพุ่งทะลุเวทมนตร์ของเอลาริสเข้ามา ทำให้เอลาริสต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเองและเพื่อนๆ

“มันแข็งแกร่งมาก!” ‌เซริสอุทาน

“เราต้องโจมตีจุดอ่อนของมัน!” ลีออนตะโกน “แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจุดอ่อนของมันอยู่ตรงไหน?”

“ในภาพนิมิตที่ฉันเห็น มาลากอร์ถูกผนึกด้วยพลังของสุริยันจันทรา” เอลาริสกล่าว “นั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนของมัน!”

เอลาริสรู้ดีว่าการต่อสู้แบบประจันหน้ากับมาลากอร์นั้นเป็นไปไม่ได้ พวกเขาต้องใช้กลยุทธ์

“ฟินิกซ์ ลีออน ‍เซริส!” เอลาริสตะโกน “เราต้องเบี่ยงเบนความสนใจของมัน ให้ฉันมีโอกาสรวบรวมพลัง”

ฟินิกซ์พยักหน้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่มาลากอร์อย่างไม่กลัวตาย ดาบในมือของเขาเปล่งแสงสีเงินออกมา เขาพยายามโจมตีที่ขาของมาลากอร์เพื่อสร้างความรำคาญ

มาลากอร์คำรามด้วยความรำคาญ มันตวัดหางขนาดใหญ่เข้าใส่ฟินิกซ์อย่างรวดเร็ว ​ฟินิกซ์ต้องใช้ทักษะทั้งหมดของเขาในการหลบหลีกการโจมตีอันรุนแรงนั้น

ในขณะเดียวกัน ลีออนก็ยิงธนูอาบยาพิษเข้าใส่ดวงตาของมาลากอร์อย่างไม่หยุดยั้ง แม้ธนูเหล่านั้นจะไม่สามารถทำอะไรมาลากอร์ได้มากนัก แต่ก็ทำให้มาลากอร์ต้องหันความสนใจมาทางเขา

เซริสร่ายมนตร์เวทมนตร์โบราณเพื่อสร้างภาพลวงตาขนาดใหญ่ของตัวเองขึ้นมา เพื่อหลอกล่อมาลากอร์ให้เข้าใจผิด

เอลาริสใช้โอกาสนี้รวบรวมพลัง เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ หลับตาลง และเชื่อมโยงจิตใจของเธอกับพลังของคทา ​เธอรู้สึกถึงพลังงานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังงานที่เธอได้รับจากเตาหลอมดารากำลังถูกปลดปล่อยออกมา

“สุริยันจันทราพิโรธ!” เอลาริสร่ายมนตร์ด้วยน้ำเสียงที่กังวาน

ลำแสงสีทองและสีเงินขนาดมหึมาพุ่งออกจากคทาเข้าใส่มาลากอร์อย่างรวดเร็ว แสงนั้นสว่างจ้าจนทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิดกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง ลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ดวงตาของมาลากอร์

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันยกแขนขึ้นมาป้องกัน แต่ลำแสงนั้นก็ยังคงทะลวงผ่านแขนของมันไปได้ และพุ่งเข้าปะทะกับดวงตาของมัน

เสียงระเบิดขนาดมหึมาดังขึ้น ​แสงสว่างจ้าปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา เมื่อแสงสว่างจางลง มาลากอร์ก็ยังคงยืนอยู่ แต่ดวงตาข้างหนึ่งของมันถูกทำลายไป และมีบาดแผลขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน

“เจ้าบังอาจ!” มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้มาก่อน

พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ออกจากมาลากอร์อย่างบ้าคลั่ง มันตวัดกรงเล็บขนาดใหญ่เข้าใส่เอลาริสอย่างไม่ปรานี คลื่นพลังงานปีศาจพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว

“เกราะแสงสุริยันจันทรา!” เอลาริสร่ายมนตร์ สร้างเกราะแสงขนาดใหญ่ขึ้นมาป้องกันตัวเองและเพื่อนๆ

คลื่นพลังงานปีศาจของมาลากอร์พุ่งเข้าปะทะกับเกราะแสงของเอลาริส เสียงปะทะกันดังกึกก้องไปทั่ว แรงกระแทกทำให้เอลาริสและเพื่อนๆ ต้องถอยร่นไปหลายก้าว เกราะแสงเริ่มมีรอยร้าว

“เราต้องถอย!” ลีออนตะโกน “เราไม่สามารถสู้มันได้ในตอนนี้!”

เอลาริสรู้ดีว่าลีออนพูดถูก แม้เธอจะสามารถสร้างบาดแผลให้มาลากอร์ได้ แต่เธอก็ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้อย่างสมบูรณ์ เธอและเพื่อนๆ ก็เริ่มอ่อนแรงลงแล้ว

“ทุกคน ถอย!” เอลาริสตะโกน

พวกเขาพยายามถอยร่นออกจากพื้นที่การต่อสู้ แต่มาลากอร์ก็ไม่ยอมให้พวกเขาไปง่ายๆ มันตวัดหางขนาดใหญ่เข้าสกัดทางหนีของพวกเขา

“ธนูแสงสุริยันจันทรา!” เอลาริสร่ายมนตร์ ลูกธนูแสงขนาดใหญ่พุ่งออกจากคทาเข้าใส่หางของมาลากอร์ ทำให้มาลากอร์ต้องยกหางขึ้นเพื่อป้องกัน

ช่วงเวลานั้นเองที่พวกเขาได้โอกาสในการหลบหนี ฟินิกซ์ ลีออน และเซริสวิ่งหนีเข้าไปในป่าที่รกทึบอย่างรวดเร็ว

เอลาริสเองก็วิ่งตามไปติดๆ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะพ้นจากรัศมีของมาลากอร์ มาลากอร์ก็ตวัดกรงเล็บเข้าใส่เธออีกครั้ง คลื่นพลังงานปีศาจพุ่งเข้าชนด้านหลังของเอลาริสอย่างรุนแรง

เอลาริสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เกราะแสงของเธอพังทลายลงในพริบตา เธอถูกกระแทกจนกระเด็นไปไกล ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ คทาสุริยันจันทราหลุดจากมือของเธอ และกระเด็นไปไกล

“เอลาริส!” ฟินิกซ์ตะโกนด้วยความตกใจ เขาวิ่งกลับมาหาเธอ

มาลากอร์หัวเราะด้วยความพึงพอใจ “เจ้ามันอ่อนแอเกินไป ทายาทแห่งราชวงศ์”

มันกำลังจะก้าวเข้ามาหาเอลาริสเพื่อจัดการเธอให้สิ้นซาก แต่ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากคทาสุริยันจันทราที่ตกอยู่บนพื้น แสงนั้นส่องสว่างเจิดจ้า ราวกับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

“ถอยไปมาลากอร์!” เสียงอันกังวานและทรงพลังดังขึ้นมาจากความมืดมิด

ทันใดนั้น ร่างของอัศวินในชุดเกราะสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของมาลากอร์ อัศวินผู้นั้นสูงใหญ่และสง่างาม มือถือดาบขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีทองออกมา เขาพุ่งตัวเข้าใส่มาลากอร์อย่างรวดเร็ว และฟาดฟันดาบเข้าใส่มาลากอร์อย่างรุนแรง

มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวด มันถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าว

“เจ้าเป็นใคร!” มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธ

“ข้าคือ ‘อาร์เธอร์’ ผู้พิทักษ์แห่งแสง” อัศวินตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “และข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำอันตรายทายาทแห่งสุริยันจันทราได้!”

อาร์เธอร์พุ่งเข้าโจมตีมาลากอร์อย่างไม่หยุดยั้ง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แสงสีทองจากดาบของอาร์เธอร์ปะทะกับพลังงานปีศาจสีดำของมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง

เอลาริสที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นมองดูการต่อสู้นั้นด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยเห็นอัศวินที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อน

“ไปพาเอลาริสไป!” อาร์เธอร์ตะโกนบอกฟินิกซ์ “ข้าจะถ่วงเวลามาลากอร์ไว้เอง!”

ฟินิกซ์รีบวิ่งเข้ามาหาเอลาริส เขายกเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

“ลีออน เซริส ตามมา!” ฟินิกซ์ตะโกน

พวกเขาช่วยกันพยุงเอลาริสหนีเข้าไปในป่าที่รกทึบอีกครั้ง โดยมีอาร์เธอร์เป็นผู้ถ่วงเวลามาลากอร์ไว้

ขณะที่พวกเขาวิ่งหนีเข้าไปในป่า เอลาริสก็หันกลับไปมองการต่อสู้เบื้องหลัง แสงสีทองจากดาบของอาร์เธอร์ยังคงปะทะกับพลังงานปีศาจของมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง

เธอรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งอาร์เธอร์ไว้คนเดียว แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอไม่สามารถทำอะไรได้ในสภาพนี้ เธอจะต้องฟื้นตัว และกลับไปช่วยอาร์เธอร์ให้ได้

“เราต้องหาที่ปลอดภัย” เซริสกล่าว “เอลาริสบาดเจ็บหนักมาก”

พวกเขาพยุงเอลาริสที่หมดสติไปแล้วเข้าไปในป่าลึก ห่างไกลจากเสียงการต่อสู้เบื้องหลัง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!