คทาสุริยัน

ตอนที่ 87 — สายน้ำแห่งชีวิต ณ ป่าพฤกษาอมตะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,112 คำ

การเดินทางออกจากวิหารศิลาโบราณอันเป็นรังของเงาอดีต นำพาสี่สหายมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ป่าพฤกษาอมตะ ดินแดนที่เล่าขานกันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตและเวทมนตร์อันบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสิ่งมีชีวิตวิเศษและพืชพรรณที่ไม่อาจคาดเดาได้ พวกเขาใช้เวลาหลายวันในการเดินเท้า ผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และป่าโปร่ง ก่อนที่จะมาถึงชายป่าพฤกษาอมตะที่ดูราวกับกำแพงสีเขียวสูงตระหง่านเสียดฟ้า

"ป่าแห่งนี้... ‌ดูศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ตำนานเล่าขานจริงๆ" อเล็กซ์กล่าวอย่างทึ่งๆ เมื่อมองเห็นต้นไม้ยักษ์สูงเสียดฟ้าที่เรียงรายกันเป็นแนวทางเข้า รากของพวกมันแผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ปกคลุมพื้นดินราวกับใยแมงมุมยักษ์ ลำต้นของบางต้นเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ ราวกับมีพลังชีวิตไหลเวียนอยู่ภายใน

มีอา ผู้เติบโตในป่าและคุ้นเคยกับธรรมชาติมากที่สุด ​กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด "พลังงานในป่าแห่งนี้เข้มข้นมาก... และมีบางอย่างที่กำลังจับตาดูพวกเราอยู่" เธอว่าพลางกระชับธนูในมือแน่น ดวงตาสีน้ำผึ้งกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง

เอลาริสรู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างกับผืนป่าแห่งนี้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา อากาศที่นี่บริสุทธิ์และชุ่มชื้น กลิ่นหอมของดอกไม้วิเศษและใบไม้สดชื่นโชยมาปะทะจมูก ‍ราวกับป่ากำลังเชื้อเชิญให้เธอเข้ามา คทาสุริยันจันทราที่เหน็บอยู่ข้างเอวก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับตอบรับกับพลังงานชีวิตอันบริสุทธิ์ของป่า

"เราต้องไปถึงใจกลางป่า... ที่ซึ่งมีสายน้ำแห่งชีวิตหลั่งไหล" เอลาริสกล่าว เธอจดจำคำพูดของเอลานาราได้ดี

ฟินน์พยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีเวลาให้เสียแล้ว ลุยกันเลย!"

เมื่อพวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่า ‌บรรยากาศก็ยิ่งลึกลับซับซ้อนขึ้น แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาได้เพียงรำไร ผ่านพุ่มไม้หนาทึบและยอดไม้สูงเสียดฟ้า ทำให้เกิดเงาและแสงสะท้อนที่ชวนให้รู้สึกเหมือนหลงทางได้ง่ายๆ พืชพรรณที่นี่ล้วนไม่เคยพบเห็นมาก่อน บางชนิดมีใบเรืองแสง บางชนิดมีดอกไม้ที่เปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ก็ล้วนแปลกตาและเปี่ยมด้วยเวทมนตร์

พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมาย ‍ทั้งพืชกินคนที่พยายามจะจับตัวพวกเขา สัตว์วิเศษที่ดุร้าย และกับดักธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ตามเส้นทาง มีอาใช้ความรู้เรื่องป่าในการนำทางและหลีกเลี่ยงอันตราย ส่วนฟินน์ใช้ดาบของเขาในการเปิดทางและป้องกันจากสิ่งมีชีวิตที่เข้าโจมตี อเล็กซ์ใช้เวทมนตร์ในการสร้างแสงสว่างและรักษาบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น

เอลาริสเองก็เริ่มใช้พลังของคทาสุริยันจันทราอย่างมีสติมากขึ้น ​เธอใช้แสงจากคทาส่องนำทางในยามที่มืดมิด และบางครั้งเธอก็รู้สึกได้ถึงพลังของจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในคทา เธอลองร่ายเวทมนตร์เล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำและการเติบโตของพืช ซึ่งเป็นพลังที่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้มาก่อน

วันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง จู่ๆ ​อเล็กซ์ก็หยุดชะงัก

"ดูนั่นสิ!" เขากล่าวพลางชี้ไปที่ต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ริมลำธาร ลำต้นของมันใหญ่โตมหึมาจนต้องใช้คนหลายคนโอบ กิ่งก้านแผ่สาขาออกไปกว้างใหญ่ไพศาลราวกับกำลังโอบกอดท้องฟ้า ใบของมันเป็นสีทองเรืองรองราวกับทำจากทองคำบริสุทธิ์ และมีดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บานสะพรั่งอยู่เต็มต้น ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ

"ต้นไม้แห่งชีวิต... ตามตำนานเล่าขานว่ามันเป็นหัวใจของป่าพฤกษาอมตะ ​และที่รากของมันคือสายน้ำแห่งชีวิต" มีอาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทึ่งงัน

เมื่อพวกเขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ต้นไม้แห่งชีวิต เอลาริสก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจากต้นไม้นั้น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสีเงินอ่อนๆ ออกมาในครั้งนี้ ไม่ใช่แสงสีทองเหมือนเคย

“พลังแห่งจันทรา... สายน้ำแห่งชีวิต... การเยียวยาและการเติบโต” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ เป็นเสียงที่ไม่ใช่ของเอลานารา แต่เป็นเสียงของธรรมชาติที่กำลังสื่อสารกับเธอ

พวกเขาเดินเข้าไปที่โคนต้นไม้ขนาดมหึมา ที่นั่นมีน้ำตกขนาดเล็กไหลหลั่งลงมาจากซอกหิน ก่อเกิดเป็นแอ่งน้ำใสสะอาดเบื้องล่าง น้ำในแอ่งนั้นมีประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่ กลิ่นหอมเย็นสดชื่นโชยออกมาจากสายน้ำนั้น ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าทันทีที่ได้สูดดม

"นี่แหละ สายน้ำแห่งชีวิต" อเล็กซ์กล่าว เขาหยิบขวดเล็กๆ ออกมาเพื่อตักน้ำ แต่ก่อนที่เขาจะทำได้ เอลาริสก็ยกมือห้ามไว้

"เดี๋ยว... ข้ารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การตักน้ำ" เอลาริสกล่าว เธอเดินเข้าไปใกล้แอ่งน้ำนั้น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งแสงสีเงินออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังตอบรับกับพลังของสายน้ำ

เมื่อเอลาริสสัมผัสผิวน้ำด้วยปลายนิ้ว ความเย็นยะเยือกแต่สดชื่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอ จู่ๆ ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ ภาพของสายน้ำที่ไหลผ่านกาลเวลา สายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตทุกสรรพสิ่งในโลก และภาพของหินสีน้ำเงินเข้มที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของแอ่งน้ำ

“หินแห่งบรรพกาล... พลังแห่งจันทรา... เจ้าต้องรวมมันเข้าไว้ด้วยกัน” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

เอลาริสหลับตาลง เธอจดจ่อกับพลังงานของสายน้ำ และพลังของคทาในมือของเธอ เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว กับต้นไม้แห่งชีวิต กับสายน้ำแห่งชีวิต และกับดวงจันทร์ที่มองไม่เห็นบนฟากฟ้า

เธอค่อยๆ จุ่มคทาสุริยันจันทราลงไปในแอ่งน้ำนั้น ทันทีที่คทาสัมผัสกับผิวน้ำ แอ่งน้ำก็พลันเรืองแสงสีเงินออกมาอย่างเจิดจ้า แสงนั้นส่องผ่านผิวน้ำลงไปเบื้องล่าง เผยให้เห็นก้นแอ่งที่เต็มไปด้วยกรวดหิน และมีหินสีน้ำเงินเข้มเม็ดหนึ่งที่เปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจนที่สุด

"นั่นไง! หินแห่งบรรพกาลชิ้นแรก" ฟินน์อุทานด้วยความตื่นเต้น

เอลาริสค่อยๆ หยิบหินสีน้ำเงินเข้มเม็ดนั้นขึ้นมา หินเม็ดนั้นเย็นยะเยือกในมือของเธอ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาล เมื่อเธอถือมันไว้พร้อมกับคทาสุริยันจันทรา หินนั้นก็พลันเรืองแสงสีเงินออกมาราวกับดวงจันทร์ดวงเล็กๆ แสงนั้นถูกดูดซับเข้าไปในคทา ทำให้คทาสั่นสะเทือนเบาๆ และเปล่งประกายสีเงินเข้มขึ้น

"ข้ารู้สึกได้... พลังของคทาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว" เอลาริสกล่าว น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น

แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง ผิวน้ำในแอ่งน้ำก็เริ่มปั่นป่วน เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากใต้ผิวน้ำ สัตว์ประหลาดขนาดมหึมาตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากแอ่งน้ำ ร่างกายของมันปกคลุมด้วยสาหร่ายและมอส ใบหน้าของมันบิดเบี้ยว ดวงตาเรืองแสงสีเขียวมรกต มันคือผู้พิทักษ์ของสายน้ำแห่งชีวิต สัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยการที่พวกเขามาเอาหินแห่งบรรพกาลไป

"ระวังตัว! มันคืออสูรแห่งวารี!" มีอาตะโกน

อสูรแห่งวารีพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาด้วยกรงเล็บขนาดมหึมาที่ทำจากน้ำแข็งและสาหร่าย ฟินน์พุ่งเข้าขวางด้วยดาบของเขา แต่กรงเล็บของอสูรก็แข็งแกร่งจนดาบของเขาสะท้าน

อเล็กซ์ร่ายเวทมนตร์ไฟเข้าใส่ แต่เปลวไฟกลับถูกพลังน้ำของอสูรดับลงอย่างง่ายดาย

เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องใช้พลังที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นนี้ เธอหลับตาลงอีกครั้ง จดจ่อกับพลังแห่งจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในคทา และพลังของหินแห่งบรรพกาลที่อยู่ในมือของเธอ

“พลังแห่งจันทรา... จงสงบนิ่ง... และเยือกเย็น” เธอร่ายเวทมนตร์ด้วยเสียงอันหนักแน่น

คทาสุริยันจันทราเปล่งแสงสีเงินออกมาอย่างเจิดจ้า แสงนั้นพุ่งตรงไปยังอสูรแห่งวารี ไม่ใช่เป็นการโจมตี แต่เป็นการแช่แข็ง อสูรแห่งวารีที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีพลันชะงัก ร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนของน้ำแข็งร่วงหล่นลงมาเมื่อมันพยายามจะขยับตัว

อสูรส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของมันจะแข็งเป็นน้ำแข็งทั้งตัว กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ยืนตระหง่านอยู่กลางแอ่งน้ำ

ทุกคนต่างตกตะลึงกับพลังที่เอลาริสแสดงออกมา

"เธอ... แช่แข็งมันได้ยังไง" ฟินน์ถามด้วยความประหลาดใจ

"ข้าไม่รู้เหมือนกัน... ข้าแค่รู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่างที่ตรงข้ามกับไฟของอเล็กซ์" เอลาริสตอบ เธอเองก็ยังไม่เข้าใจพลังที่เพิ่งแสดงออกมาอย่างถ่องแท้ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอสามารถควบคุมพลังแห่งจันทราได้ดีขึ้นแล้วหลังจากที่ได้รับหินแห่งบรรพกาล

"นี่คือพลังแห่งจันทราอย่างแท้จริง... พลังแห่งความเยือกเย็น การสงบนิ่ง และการเยียวยา" อเล็กซ์กล่าว "เมื่อรวมเข้ากับพลังแห่งสุริยันของเธอแล้ว เธอจะแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก"

เอลาริสเก็บหินแห่งบรรพกาลสีน้ำเงินเข้มไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น ยังมีหินอีกสองชิ้นที่ต้องตามหา และยังมีพลังอีกมากมายที่เธอต้องเรียนรู้

"เราได้หินชิ้นแรกมาแล้ว... ตอนนี้เราต้องไปตามหาชิ้นต่อไป" เอลาริสกล่าว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "แต่ก่อนอื่น... เราควรจะพักผ่อนกันก่อน ที่นี่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว"

พวกเขาทั้งสี่ตัดสินใจพักค้างคืนที่ใต้ต้นไม้แห่งชีวิต ต้นไม้ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปอย่างร่มรื่น ราวกับกำลังปกป้องพวกเขาจากอันตรายภายนอก แสงจันทร์สาดส่องลงมาผ่านยอดไม้ ทำให้บริเวณนั้นดูสงบและงดงามอย่างประหลาด เอลาริสหลับตาลง พลางนึกถึงคำพูดของเอลานารา “พลังที่แท้จริงของคทาคือการรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราเข้าด้วยกัน แสงสว่างและความมืด... ชีวิตและความตาย... ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน”

เธอรู้แล้วว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ด้วยสหายผู้กล้าหาญเคียงข้าง และพลังของคทาสุริยันจันทราที่กำลังตื่นขึ้น เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!