คทาสุริยัน

ตอนที่ 112 — คำเผยจากผู้พิทักษ์โบราณ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 988 คำ

รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดโชยกลิ่นหอมของดินและป่าไม้ เอลาริสและคณะหยุดพักในที่ราบโล่งใกล้กับเขาวงกตกระซิบแห่งเอลดอเรีย หลังจากใช้เวลาตลอดคืนเพื่อเดินทางออกมาจากป่าทึบที่ปกคลุมทางเข้า อาจารย์เอลดรินต้องการให้พวกเขาได้พักผ่อนและเตรียมตัวก่อนการเดินทางครั้งต่อไป ซึ่งท่านบอกว่าจะมุ่งหน้าไปยัง "หอคอยแห่งปราชญ์" สถานที่ที่อาจให้คำตอบเกี่ยวกับพิธีกรรมผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์

เอลาริสนั่งอยู่ริมลำธารเล็กๆ เฝ้ามองแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำ ‌คทาสุริยันจันทราที่วางอยู่ข้างกายของเธอเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีชีวิต เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในคทาอย่างต่อเนื่อง เป็นพลังที่เธอเพิ่งจะควบคุมได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกถึงความมั่นใจที่ไม่เคยมีมาก่อน

ขณะที่เธอกำลังใช้สมาธิเพื่อเชื่อมโยงกับคทา เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เซราฟิน่าเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอ ​ใบหน้าของนักวิชาการสาวดูครุ่นคิด

"เอลาริส เธอแน่ใจนะว่าเข้าใจทุกอย่างที่หัวใจศิลาสุริยันสื่อสารมา?" เซราฟิน่าถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "บางครั้งความรู้โบราณก็ซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ในทันที"

เอลาริสพยักหน้า "ฉันคิดว่าอย่างนั้นค่ะเซราฟิน่า มันไม่ได้เป็นภาษาพูด แต่มันเป็นความรู้สึก ภาพ ‍และความเข้าใจที่ถูกส่งตรงเข้ามาในจิตใจของฉัน มันเกี่ยวกับสมดุลของสุริยันและจันทรา การเชื่อมโยงพลังทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง 'เกราะแห่งแสง' และ 'ดาบแห่งดารา' เพื่อผนึกมาลากอร์"

"เกราะแห่งแสง...ดาบแห่งดารา..." เซราฟิน่าพึมพำ ‌เธอพลิกดูตำราโบราณในมืออย่างรวดเร็ว "ฉันจำได้ว่าเคยอ่านเจอในบันทึกเก่าแก่ของราชวงศ์เอลดอเรียเกี่ยวกับพลังที่ราชินีเอลดอเรียใช้ในสงครามครั้งสุดท้าย แต่มันถูกเขียนไว้เป็นปริศนา ไม่เคยมีใครเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมันเลย"

อาจารย์เอลดรินเดินเข้ามาสมทบกับพวกเธอ "นั่นเป็นเพราะมันไม่ใช่แค่พลังเวทธรรมดา เซราฟิน่า มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของผู้ใช้เข้ากับแก่นแท้ของธรรมชาติ มันต้องใช้ความบริสุทธิ์ของจิตใจ ‍ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า และความเข้าใจในสมดุลของจักรวาล"

เคเลนและไลร่าที่กำลังเตรียมอาหารเช้าก็เดินเข้ามาใกล้เพื่อฟังบทสนทนา

"แล้วเราจะไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ที่ไหนครับท่านอาจารย์?" เคเลนถาม "สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว เราไม่มีเวลามากนัก"

อาจารย์เอลดรินยิ้มบางๆ "เราจะไปที่หอคอยแห่งปราชญ์ ที่นั่นมีผู้พิทักษ์โบราณผู้หนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ เขามีชื่อว่า ​'อาจารย์ธอร์น' เขาเป็นหนึ่งในผู้รู้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนี้ และเป็นผู้ที่เคยช่วยเหลือราชินีเอลดอเรียในการผนึกมาลากอร์ครั้งแรก เขาน่าจะสามารถให้คำตอบและฝึกฝนเอลาริสให้เชี่ยวชาญในพลังใหม่นี้ได้"

"อาจารย์ธอร์น?" ไลร่าเลิกคิ้ว "ฉันเคยได้ยินชื่อท่านจากนิทานเก่าๆ ที่แม่เล่าให้ฟัง ท่านเป็นเหมือนตำนานเลยไม่ใช่หรือคะ?"

"ใช่แล้วไลร่า ​ท่านเป็นตำนานที่มีชีวิต" อาจารย์เอลดรินยืนยัน "แต่การเดินทางไปที่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หอคอยแห่งปราชญ์ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาอาร์คาเดีย และเส้นทางสู่ที่นั่นเต็มไปด้วยอันตรายและบททดสอบมากมาย"

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ทันใดนั้น แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงคำรามต่ำๆ ​ดังมาจากทิศทางที่พวกเขาเพิ่งจากมา กลิ่นกำมะถันและสิ่งชั่วร้ายคละคลุ้งในอากาศ

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?" ไลร่าชักมีดสั้นออกมาด้วยความระแวง

"มาลากอร์..." เอลาริสพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ "มันรู้แล้วว่าคทาของฉันตื่นขึ้น มันกำลังตามล่าเรา!"

จากเงามืดของป่าทึบ ร่างขนาดมหึมาของสัตว์ประหลาดคล้ายหมาป่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าช้างหลายเท่า และมีเขี้ยวเล็บแหลมคมราวใบมีดโกน ก็ปรากฏตัวขึ้น ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงก่ำ สัตว์ประหลาดตัวนั้นคือ "วอร์ก" ปีศาจที่รับใช้มาลากอร์ มันไม่ได้มาตัวเดียว แต่มีฝูงวอร์กนับสิบตัวตามมาด้วย

"เตรียมตัวต่อสู้!" เคเลนตะโกน ดาบยาวของเขาถูกชักออกมาอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนกับคมดาบวูบวาบ

ฝูงวอร์กคำรามกระหึ่ม แล้วพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

เคเลนพุ่งออกไปรับการโจมตีของวอร์กตัวแรก ดาบของเขาสับลงบนเกราะหนังหนาของสัตว์ร้ายอย่างรุนแรง เสียงโลหะปะทะเนื้อดังสนั่น ไลร่ากระโดดหลบการโจมตีของวอร์กอีกตัวอย่างว่องไว แล้วใช้มีดสั้นของเธอแทงเข้าไปที่ขาหลังของมันอย่างแม่นยำ เซราฟิน่าร่ายมนตร์ป้องกันรอบตัวเธอและอาจารย์เอลดริน ในขณะที่อาจารย์เอลดรินเริ่มร่ายมนตร์ไฟขนาดใหญ่เพื่อสกัดกั้นฝูงวอร์กที่กำลังเข้ามา

แต่ฝูงวอร์กมีจำนวนมากเกินไป พวกมันเริ่มล้อมกรอบพวกเขาเข้ามาเรื่อยๆ

"เอลาริส! ใช้พลังของเจ้า!" อาจารย์เอลดรินตะโกน "เชื่อมโยงกับคทา!"

เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความกลัวที่พยายามจะคืบคลานเข้ามาในจิตใจ แต่เธอก็สลัดมันทิ้งไป เธอจดจ่ออยู่กับคำสอนที่ได้รับจากหัวใจศิลาสุริยัน เธอรวบรวมพลังเวทแสงและเงาจากคทาสุริยันจันทราเข้าด้วยกัน

"เกราะแห่งแสง!" เธอตะโกน พลังเวทสีทองอร่ามพุ่งออกจากคทา แผ่กระจายเป็นโล่แสงขนาดใหญ่คลุมรอบตัวเธอและสหาย โล่แสงนั้นแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก เมื่อฝูงวอร์กพุ่งเข้ามาชนกับโล่แสง พวกมันก็ถูกผลักกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง บางตัวถึงกับส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

"ยอดเยี่ยม!" เคเลนตะโกนด้วยความดีใจ "พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก!"

แต่โล่แสงนี้ก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป พวกมันยังคงรุมโจมตีอย่างไม่ลดละ เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังที่เริ่มร่อยหรอไปอย่างรวดเร็ว

"เราต้องถอย!" อาจารย์เอลดรินสั่ง "เอลาริส เปิดทางให้พวกเรา!"

เอลาริสพยักหน้า เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ แล้วชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ เปล่งเสียงตะโกน "ดาบแห่งดารา!"

พลังเวทแสงสีเงินพุ่งออกจากปลายคทา แล้วรวมตัวกันเป็นดาบแสงขนาดใหญ่ที่คมกริบ ดาบแสงนั้นพุ่งทะลวงฝูงวอร์กที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว กรีดผ่านร่างของพวกมันจนเกิดเสียงร้องโหยหวน ดาบแสงที่ทรงพลังนี้สร้างช่องว่างในวงล้อมของศัตรู ทำให้พวกเขามีโอกาสหลบหนี

"วิ่ง!" ไลร่าตะโกน พวกเขาทั้งหมดพุ่งตัวออกไปจากวงล้อมของฝูงวอร์ก วิ่งตรงไปยังทิศทางที่อาจารย์เอลดรินบอกว่าเป็นเส้นทางสู่หอคอยแห่งปราชญ์

การวิ่งหนีในป่าทึบไม่ใช่เรื่องง่าย ฝูงวอร์กยังคงตามหลังพวกเขามาอย่างไม่ลดละ เอลาริสพยายามใช้พลังเวทที่เหลืออยู่เพื่อสร้างสิ่งกีดขวางเล็กๆ น้อยๆ แต่พวกมันก็สามารถทำลายสิ่งเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

ในระหว่างการหลบหนี พวกเขาพบกับทางเข้าของถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง อาจารย์เอลดรินชี้มือไปที่นั่น "เข้าไปในถ้ำนั้น! นั่นคือทางลัดที่จะพาเราไปยังเทือกเขาอาร์คาเดียได้เร็วขึ้น"

พวกเขาพุ่งเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว เคเลนใช้ดาบปิดปากถ้ำด้วยก้อนหินขนาดใหญ่เท่าที่จะทำได้ ในขณะที่อาจารย์เอลดรินร่ายมนตร์ผนึกเพื่อทำให้ประตูถ้ำดูเหมือนเป็นเพียงผนังหินธรรมดา

ภายในถ้ำมืดมิดและคับแคบ เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว พลังของเธอหมดลงแล้ว แต่เธอก็ยังคงกอดคทาสุริยันจันทราแน่น

"เราปลอดภัยแล้ว" เซราฟิน่ากล่าว พยายามจุดคบเพลิงด้วยมนตร์แสงเล็กๆ

"ยังไม่ปลอดภัยหรอกเซราฟิน่า" อาจารย์เอลดรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "มาลากอร์รู้แล้วว่าคทาตื่นขึ้น และมันจะตามล่าเราไปทุกหนทุกแห่ง จนกว่าจะถึงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่"

"แต่เราก็แข็งแกร่งขึ้นแล้วไม่ใช่หรือคะท่านอาจารย์?" เอลาริสถาม "ฉันสามารถใช้เกราะแห่งแสงและดาบแห่งดาราได้แล้ว"

"ใช่ เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเอลาริส แต่พลังที่เจ้าใช้ได้ในตอนนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพลังที่แท้จริงของคทาเท่านั้น" อาจารย์เอลดรินอธิบาย "เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมันให้สมบูรณ์แบบที่หอคอยแห่งปราชญ์ นั่นคือความหวังเดียวของเรา"

พวกเขานั่งพักในความมืดมิดของถ้ำ ทุกคนรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไป การเผชิญหน้ากับฝูงวอร์กของมาลากอร์ทำให้พวกเขารู้สึกถึงภัยคุกคามที่แท้จริง และทำให้พวกเขารู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่มีไม่มากนัก

เอลาริสจ้องมองคทาสุริยันจันทราในมือ เธอรู้ดีว่าภาระหน้าที่ของเธอนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด และเธอก็พร้อมที่จะแบกรับมัน เธอจะฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้น เธอจะปกป้องเพื่อนพ้อง และเธอจะหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

การเดินทางสู่หอคอยแห่งปราชญ์จะต้องอันตรายอย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็จะผ่านมันไปให้ได้ เพราะความหวังของโลกทั้งใบขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!