ภายหลังจากที่เอลาริสได้เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษและปลุกพลังที่แท้จริงในตัวให้ตื่นขึ้น การเปลี่ยนแปลงในตัวเธอนั้นชัดเจนจนทุกคนสัมผัสได้ รอยจารึกแห่งสายเลือดบนหน้าผากของเธอเปล่งประกายอ่อนๆ ตลอดเวลา และออร่าแห่งพลังงานบริสุทธิ์ก็แผ่ออกมาจากร่างของเธออย่างสม่ำเสมอ แกนกลางคทาในมือของเธอก็ดูเหมือนจะตอบสนองต่อพลังใหม่นี้ มันเรืองแสงเจิดจ้าขึ้น และมีพลังงานไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง
เอลเดรินมอบแผนที่โบราณอีกชิ้นหนึ่งให้แก่พวกเธอ ซึ่งระบุเส้นทางสู่ 'วิหารแห่งแสงจันทร์' ที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายเรืองรอง สถานที่ซึ่งศิลาจันทราถูกซ่อนไว้ การเดินทางจากยอดเขาอัสนีบาตไปยังทะเลทรายนั้นต้องใช้เวลาหลายวัน พวกเธอต้องเดินทางผ่านป่าทึบและที่ราบกว้างใหญ่
แต่การเดินทางในครั้งนี้กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด มาลากอร์ดูเหมือนจะรับรู้ถึงการตื่นขึ้นของพลังในตัวเอลาริส และการที่พวกเธอได้ครอบครองแกนกลางคทาแล้ว มันจึงส่งสมุนปีศาจจำนวนมหาศาลมาขัดขวางการเดินทางของพวกเธอ
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเธอกำลังพักแรมอยู่กลางป่าทึบ ทันใดนั้นเอง แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากทุกทิศทาง ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวก็ถูกบดบังด้วยเงาดำทะมึนของฝูงปีศาจที่พุ่งตรงเข้ามาจากทุกทิศทาง
"พวกมันมาแล้ว!" ซีรัสตะโกน เขาชักดาบออก เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตี "เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน!"
ฝูงปีศาจที่พุ่งเข้ามานั้นมีทั้งเงาอสูรที่พวกเธอเคยเจอ อสูรปีกขนาดใหญ่ที่บินวนอยู่บนฟ้า และอสูรคล้ายหมาป่าที่มีเขี้ยวแหลมคมนับร้อยตัว มันคือ 'การรุกรานแห่งรัตติกาล' ที่มาลากอร์ส่งมาเพื่อทำลายพวกเธอ
"ไอรินา! โล่ป้องกัน!" ซีรัสสั่ง
ไอรินาไม่รอช้า เธอร่ายเวทมนตร์ สร้างโล่พลังงานขนาดใหญ่ปกป้องกลุ่มไว้จากลูกไฟและก้อนหินที่อสูรปีกโยนลงมา
ลีโอเล็งคันธนู เขายิงธนูออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ธนูแต่ละดอกพุ่งตรงเข้าใส่จุดอ่อนของอสูร ทำให้พวกมันร่วงหล่นลงมาทีละตัว
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เธอหยิบแกนกลางคทาขึ้นมา มันเรืองแสงเจิดจ้าขึ้น และออร่าสีทองและสีเงินก็แผ่ออกมาจากร่างของเธอ เธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองและสีเงินอย่างน่าอัศจรรย์
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! แสงสว่างจงสถิต!" เธอร่ายเวทมนตร์ แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากแกนกลางคทา และแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง แสงนั้นเผาไหม้ร่างของเงาอสูรและอสูรคล้ายหมาป่าที่พุ่งเข้ามา ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและสลายไปในอากาศ
แต่จำนวนของพวกมันนั้นมีมากเกินกว่าที่เอลาริสจะรับมือได้เพียงลำพัง อสูรปีกขนาดใหญ่หลายสิบตัวพุ่งทะลุโล่ป้องกันของไอรินาเข้ามา และพุ่งเข้าโจมตีพวกเธอ
"ระวัง!" ซีรัสตะโกน เขาฟาดฟันดาบใส่ร่างของอสูรปีกอย่างดุเดือด แต่พวกมันก็ยังคงพุ่งเข้ามาไม่หยุด
เอลาริสพยายามใช้พลังของเธออย่างสุดกำลัง เธอร่ายเวทมนตร์แสงสว่างอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้พลังมหาศาลเช่นนี้ทำให้เธอเริ่มอ่อนแรง
"เราต้องถอย!" ซีรัสตะโกน "เราต้านพวกมันไม่ไหว!"
"แต่เราจะหนีไปไหนได้?" ไอรินาถาม เธอร่ายเวทมนตร์ไฟ เผาไหม้อสูรปีกที่พุ่งเข้ามา
ลีโอสังเกตเห็นทางเดินแคบๆ ที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ "ทางนั้น!" เขาชี้ไปที่ทางเดินนั้น "มันอาจจะนำไปสู่ที่ปลอดภัย!"
ซีรัสพยักหน้า "เอลาริส! ไอรินา! ลีโอ! ตามข้ามา!"
พวกเขาทั้งสี่พยายามฝ่าวงล้อมของฝูงปีศาจ ซีรัสฟันดาบเปิดทาง ไอรินาใช้เวทมนตร์คุ้มกัน ลีโอคอยยิงธนูสกัดกั้นการโจมตี เอลาริสใช้พลังแสงสว่างของเธอในการผลักดันและขับไล่พวกปีศาจ
แต่ในขณะที่พวกเธอกำลังจะไปถึงทางเดินลับนั้น ทันใดนั้นเอง เงาร่างขนาดมหึมาก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า มันคือซัลทารัส! ขุนพลปีศาจที่พวกเธอเคยปะทะด้วยในวิหารบรรพกาล มันยังคงมีร่องรอยบาดแผลจากการโจมตีครั้งก่อน แต่พลังของมันก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น
"เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้หรือ...เด็กน้อย!" ซัลทารัสคำราม มันกางปีกขนาดใหญ่ พัดพาเอลาริสและเพื่อนร่วมทางกระเด็นไปคนละทิศละทาง
เอลาริสกระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างรุนแรง แกนกลางคทาหลุดออกจากมือของเธอ และกระเด็นไปตกอยู่ห่างออกไป เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบมัน แต่ซัลทารัสก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กรงเล็บแหลมคมของมันเงื้อขึ้น เตรียมจะฟาดฟันลงมา
"ไม่นะ!" เอลาริสร้องด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามรวบรวมพลังเวทมนตร์ แต่ร่างกายของเธอกลับอ่อนแรงจนไม่อาจทำอะไรได้
ทันใดนั้นเอง ซีรัสก็พุ่งเข้ามาขวางทางอย่างไม่คิดชีวิต ดาบในมือของเขาเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ และพุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บของซัลทารัส เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซีรัสถูกแรงกระแทกกระเด็นออกไป ร่างของเขากระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผล
"ซีรัส!" เอลาริสร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวด เธอเห็นเพื่อนร่วมทางของเธอถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา ความโกรธแค้นและความสิ้นหวังเข้ากัดกินจิตใจของเธอ
ซัลทารัสหัวเราะอย่างชั่วร้าย มันจ้องมองมาที่เอลาริสด้วยความสนุกสนาน "ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้แล้ว...ทายาทแห่งสุริยันจันทรา!"
เอลาริสรู้สึกถึงความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจ ความรู้สึกไร้พลังและความสิ้นหวังเริ่มเข้าครอบงำเธอ เธอเห็นภาพของมาลากอร์ที่ยิ้มเยาะเย้ยหยัน ภาพของโลกที่ตกอยู่ในความมืดมิด และภาพของเพื่อนร่วมทางที่ล้มลงต่อหน้าต่อตาเธอ
"ไม่!" เอลาริสตะโกน เธอระลึกถึงคำพูดของราชินีเอไลซา "คำสาปแห่งความมืดมิได้อยู่ที่คทา...หากแต่อยู่ในจิตใจของผู้ใช้" เธอระลึกถึงคำพูดของอาจารย์ "พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เวทมนตร์ที่เจ้ามี แต่อยู่ที่หัวใจที่เข้มแข็งของเจ้า"
เธอเพ่งมองไปที่ซีรัสที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น มองไปที่ไอรินาและลีโอที่กำลังพยายามต่อสู้กับฝูงปีศาจ เธอมองไปที่แกนกลางคทาที่ตกอยู่ไม่ไกลจากเธอ
"ข้าจะไม่ยอมแพ้!" เอลาริสประกาศเสียงดัง เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี พลังแห่งแสงสว่างพุ่งออกมาจากร่างของเธอ และพุ่งตรงไปยังแกนกลางคทาที่ตกอยู่ มันลอยขึ้นมาในอากาศ และพุ่งตรงเข้าสู่มือของเอลาริส
ทันใดนั้น ร่างของเอลาริสก็เปล่งแสงเจิดจ้ากว่าที่เคย รอยจารึกแห่งสายเลือดบนหน้าผากของเธอส่องประกายระยิบระยับ พลังแห่งสุริยันจันทราหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเธออย่างมหาศาล เธอไม่เพียงแค่ใช้พลัง แต่เธอกลับกลายเป็นพลังนั้นเอง
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! แสงสว่างแห่งการปกป้อง!" เธอร่ายเวทมนตร์ แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากแกนกลางคทา และแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง แสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับสร้างกำแพงพลังงานโปร่งใสขนาดมหึมาขึ้นมา ปกป้องพวกเธอจากฝูงปีศาจ และขับไล่พวกมันให้ถอยร่นออกไป
ซัลทารัสคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันพุ่งเข้าใส่กำแพงพลังงานอย่างรุนแรง แต่กำแพงนั้นก็ยังคงแข็งแกร่ง ไม่สะทกสะท้าน
"เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไร!" ซัลทารัสตะโกนด้วยความไม่เชื่อ
เอลาริสจ้องมองไปที่ซัลทารัสด้วยสายตาที่มุ่งมั่น "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายเพื่อนของข้า!"
เธอร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง คราวนี้เป็นเวทมนตร์แห่งการเยียวยา แสงสว่างสีเงินอ่อนๆ พุ่งตรงไปยังซีรัสที่บาดเจ็บ ร่างกายของซีรัสเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว บาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัวลง
ซัลทารัสเห็นท่าไม่ดี มันรู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะเอลาริสที่แข็งแกร่งขึ้นได้อีกแล้ว มันคำรามด้วยความโกรธแค้น และกระพือปีกขนาดใหญ่ บินหนีหายไปในความมืดมิด ทิ้งให้ฝูงปีศาจที่เหลืออยู่แตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
เมื่อภัยคุกคามผ่านพ้นไป เอลาริสก็ทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ การใช้พลังมหาศาลเช่นนั้นทำให้เธออ่อนแรงอย่างมาก แต่รอยจารึกแห่งสายเลือดบนหน้าผากของเธอยังคงเปล่งประกายอ่อนๆ
ซีรัสลุกขึ้นยืน เขาเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยสีหน้าประหลาดใจ "เจ้า...เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากเอลาริส"
"ข้า...ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่แท้จริงของข้า" เอลาริสกล่าว "แต่ข้าก็ยังควบคุมมันได้ไม่สมบูรณ์"
ไอรินาและลีโอเดินเข้ามา พวกเขาทั้งสามมองมาที่เอลาริสด้วยความทึ่งและความหวัง การต่อสู้ครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของเอลาริส และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเพื่อนร่วมทางของเธอ
แม้จะอ่อนล้าและบาดเจ็บ แต่พวกเธอก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง การรุกรานแห่งรัตติกาลจะไม่มีวันหยุดลงจนกว่ามาลากอร์จะถูกผนึกไว้ได้ เอลาริสกำแกนกลางคทาในมือแน่น เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังแห่งสุริยันจันทราให้สมบูรณ์ เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา และเพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ที่เธอได้รับมอบหมาย

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก