โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 968 คำ
รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำ เอลาริสและสหายออกเดินทางจากวิหารแห่งสุริยัน มุ่งหน้าสู่ 'ยอดเขาแห่งแสงรุ่งอรุณ' ที่ถูกระบุในบันทึกโบราณว่าเป็นที่ซ่อนของคทาสุริยันจันทรา เส้นทางสู่ยอดเขานั้นยากลำบากยิ่งกว่าที่เคยพบเจอมา หิมะตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ลมพายุพัดแรงจนแทบจะปลิวไปตามกระแสลม อากาศเบาบางจนหายใจลำบาก และความเงียบสงัดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขาก็ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้าง
"นี่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก" ไลร่ากล่าวขณะที่พยายามร่ายมนตร์ป้องกันความหนาวเย็น "เชื่อกันว่ามีเพียงผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นที่จะสามารถก้าวขึ้นไปถึงยอดได้"
คาเรนเดินนำหน้าอย่างมั่นคง ใช้ดาบของเขาฟันหิมะที่ขวางทางออกไป ฟินน์คอยสอดส่องอันตรายจากรอบด้าน ส่วนเอลาริสเดินอยู่ตรงกลาง พยายามรวบรวมพลังเวทเพื่อสร้างโล่ป้องกันความหนาวเย็นให้แก่ตัวเองและสหาย
"อาจารย์เซเดนบอกว่าการผจญภัยของเราจะเป็นบททดสอบที่แท้จริง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ "ข้าเข้าใจแล้วว่ามันหมายถึงอะไร"
ขณะที่พวกเขาปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงชัน จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามก้องฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง แสงสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากเบื้องบน มันคือ 'ฝูงอสูรเงา' สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดของมาลากอร์ พวกมันมีรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดน่ากลัว มีปีกคล้ายค้างคาว และมีดวงตาสีแดงก่ำที่ส่องประกายชั่วร้าย
"อสูรเงา!" คาเรนตะโกน "เตรียมพร้อม!"
คาเรนชักดาบออกมารับมือกับอสูรเงาที่พุ่งเข้ามา ฟินน์ยิงธนูจากคันศรอย่างรวดเร็ว ลูกธนูพุ่งเข้าปักที่ร่างของอสูรเงา แต่ดูเหมือนจะสร้างความเสียหายให้พวกมันได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไลร่าร่ายมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟและกระแสลมเย็นยะเยือกเข้าใส่พวกมัน แต่พวกอสูรเงาก็ยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
เอลาริสเห็นว่าพลังของสหายกำลังจะหมดลง เธอรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง
เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในกาย เธอรู้สึกได้ถึงพลังแห่งสุริยันและจันทราที่หมุนวนอยู่ในตัวเธอ เธอพยายามนึกถึงสิ่งที่อาจารย์เซเดนสอน การผสานพลัง...
เธอชูมือออกไป แสงสว่างสีทองและสีเงินเรืองรองออกจากฝ่ามือของเธอ แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงอสูรเงา ลำแสงนั้นมิได้มีเพียงพลังทำลายล้าง แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการชำระล้างและความบริสุทธิ์
ทันทีที่ลำแสงสัมผัสกับร่างของอสูรเงา พวกมันก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของพวกมันเริ่มสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในพริบตา ลำแสงของเอลาริสพุ่งทะลุทะลวงผ่านฝูงอสูรเงาอย่างรวดเร็ว ชำระล้างพวกมันจนหมดสิ้น
คาเรน ฟินน์ และไลร่ามองเอลาริสด้วยความทึ่งอีกครั้ง พลังที่เธอแสดงออกมานั้นเหนือความคาดหมายของพวกเขา
"ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส!" คาเรนกล่าวด้วยความชื่นชม "เจ้าสามารถผสานพลังแห่งสุริยันและจันทราได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!"
เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนล้า "ข้าแค่พยายามทำตามสิ่งที่อาจารย์สอนค่ะ" เธอรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังพัฒนาไปอีกขั้น การผสานพลังแห่งสุริยันและจันทราไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวมกัน แต่เป็นการสร้างพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งเดียวที่สามารถชำระล้างความมืดมิดได้
หลังจากพักเหนื่อยกันเล็กน้อย พวกเขาก็เดินทางต่อ เส้นทางที่เหลือของยอดเขานั้นยิ่งยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพลังของเอลาริส พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ในที่สุด
เมื่อตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า พวกเขาก็มาถึงยอดเขาแห่งแสงรุ่งอรุณ ยอดเขานั้นเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบ ใจกลางลานกว้างมีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นหินนั้นมีช่องว่างรูปคทาเว้นว่างไว้ ราวกับรอคอยการมาถึงของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
"นี่สินะ สถานที่ที่คทาสุริยันจันทราถูกซ่อนไว้" เอลาริสกระซิบด้วยความทึ่ง
"แต่คทาอยู่ที่ไหน?" คาเรนถาม "ข้าไม่เห็นมันเลย"
"ตำนานกล่าวว่าคทาจะปรากฏขึ้นเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมายังจุดสูงสุดของโลก" ไลร่าอธิบาย "เราต้องรอจนถึงรุ่งเช้า"
พวกเขาตัดสินใจตั้งค่ายพักแรมบนยอดเขาแห่งแสงรุ่งอรุณ เพื่อรอคอยการมาถึงของรุ่งอรุณใหม่ คืนนั้นอากาศหนาวเย็นยะเยือก ลมพายุพัดโหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน แต่ด้วยมนตร์ป้องกันความหนาวเย็นของไลร่า และเปลวเพลิงสุริยันที่เอลาริสสร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความอบอุ่น พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นคืนนั้นมาได้
เอลาริสนอนไม่หลับ เธอนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา การค้นพบพลังเวท การผจญภัยกับสหาย การเรียนรู้จากอาจารย์เซเดน และการเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย เธอรู้สึกว่าเธอได้เติบโตขึ้นมากจากการเดินทางครั้งนี้ เธอไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่เป็นทายาทของราชวงศ์โบราณผู้มีพลังเวทที่ซ่อนเร้น และเป็นผู้ที่ถูกลิขิตให้ถือครองคทาสุริยันจันทราเพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิด
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามา เอลาริสก็รีบลุกขึ้นนั่ง เธอรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวัง
แสงสีทองอร่ามเริ่มปรากฏขึ้นจากขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม ชมพู และม่วงอย่างงดงาม แสงอาทิตย์ค่อยๆ สาดส่องขึ้นมาทีละน้อย ราวกับกำลังแสดงอานุภาพแห่งความยิ่งใหญ่
ทันทีที่แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมายังแท่นหินโบราณ จู่ๆ ก็มีแสงสว่างสีทองและสีเงินระเบิดออกมาจากแท่นหิน แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงของคทาเล่มหนึ่ง คทาเล่มนั้นส่องประกายระยิบระยับด้วยรัศมีสีทองและสีเงิน เปลวเพลิงและสายธารพันเกี่ยวกันเป็นเกลียวรอบคทา ปลายคทาประดับด้วยดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ส่องแสงแข่งกัน มันคือ 'คทาสุริยันจันทรา' ในตำนาน
เอลาริสมองคทาด้วยความทึ่ง มันงดงามและทรงพลังเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
"มันคือคทาสุริยันจันทรา!" ไลร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น
"ในที่สุดเราก็เจอแล้ว!" คาเรนกล่าวด้วยความดีใจ
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นหิน เธอรู้สึกถึงพลังเวทอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากคทาเล่มนั้น เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสคทา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกอบอุ่นและเย็นยะเยือกก็แล่นเข้าสู่กายพร้อมกัน ราวกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านทุกอณูของร่างกาย
ทันใดนั้น ภาพอดีตอันไกลโพ้นก็ผุดขึ้นในมโนสำนึกของเธอ เธอเห็นภาพของราชวงศ์ของเธอบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ใช้คทาเล่มนี้เพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิด เธอเห็นมาลากอร์ในร่างที่แท้จริงของเขา ความมืดมิดที่ไร้ขีดจำกัด ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความชั่วร้ายและโทสะ เธอเห็นภาพของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะมาถึง ความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้าปกคลุมโลก และเธอก็เห็นตัวเองยืนหยัดอยู่เบื้องหน้ามาลากอร์ ถือคทาสุริยันจันทราในมือ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอ
ภาพในมโนสำนึกเลือนหายไป เอลาริสลืมตาขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็รู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน
เธอหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมาถือในมือ คทาเล่มนั้นพอดีกับมือของเธอ ราวกับถูกสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ ทันทีที่เธอถือคทา พลังเวทอันมหาศาลก็ไหลเวียนเข้าสู่กายของเธอ เธอรู้สึกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคทา และคทาก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ
"ข้าพร้อมแล้ว" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ข้าพร้อมแล้วที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์"
สหายของเธอมองเอลาริสด้วยความภาคภูมิใจ พวกเขารู้ดีว่าเอลาริสได้เติบโตเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและคู่ควรกับการถือครองคทาสุริยันจันทราแล้ว
"เราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ เอลาริส" คาเรนกล่าว
"เราจะร่วมต่อสู้กับมาลากอร์ไปด้วยกัน" ไลร่าเสริม
"และเราจะปกป้องโลกนี้ด้วยกัน" ฟินน์กล่าว
เอลาริสยิ้มให้กับสหายของเธอ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อท้นขึ้นมาในหัวใจ เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังในการแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ เธอมีสหายที่ซื่อสัตย์และกล้าหาญอยู่เคียงข้าง และเธอก็มีพลังแห่งสุริยันจันทราอยู่ในมือ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมายังยอดเขาแห่งแสงรุ่งอรุณ เอลาริสยืนหยัดอย่างสง่างาม ถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังที่จะส่องนำทางพวกเขาไปสู่ชัยชนะ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก