คทาสุริยัน

ตอนที่ 118 — การเดินทางสู่ป่าต้องห้าม: มิตรภาพที่ถูกทดสอบ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 996 คำ

แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมาต้องป่าต้องห้าม "เอลเดอร์รอยด์" แผงผืนป่าที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ไม่มีใครเคยย่างกรายเข้าไปแล้วกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ต้นไม้สูงใหญ่เสียดฟ้าปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ บรรยากาศอึมครึมไปด้วยหมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตลอดเวลา เสียงร้องของสัตว์ป่าที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังก้องมาจากเบื้องลึกของป่า ราวกับจะขับไล่ผู้รุกรานทุกรายให้ถอยหนี

เอลาริสและสหายทั้งสามยืนอยู่หน้าทางเข้าป่าที่ปกคลุมไปด้วยป้ายเตือนที่ผุพังจากกาลเวลา ‌เขียนด้วยอักษรโบราณว่า "ผู้ใดที่ย่างกรายเข้าสู่ป่าต้องห้าม จะไม่มีวันได้กลับออกไป"

"คทาพาเรามาที่นี่จริงๆ หรือเอลาริส?" ลูคัสถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ป่าแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความอันตราย แม้แต่พวกเราเองก็ยังไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้ามา"

"มันรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างเรียกหาข้า" เอลาริสตอบ ​เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายระยิบระยับ พุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางของป่า "ข้าเชื่อว่าที่นี่มีบางสิ่งที่เราต้องค้นหา"

เซเรน่าพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานเวทมนตร์โบราณที่แผ่ซ่านอยู่ในป่าแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานแห่งความมืดมิด แต่ก็ไม่ใช่พลังงานแห่งแสงสว่าง มันแปลกประหลาดมาก"

ไครอนซึ่งเคยเป็นพรานป่าผู้ช่ำชองเส้นทางกลับมีสีหน้าไม่สบายใจมากที่สุด ‍"ป่าแห่งนี้มีเรื่องเล่าขานกันมานานนับพันปีว่าเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตลึกลับ และกับดักเวทมนตร์ที่ร้ายกาจ ไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมาได้"

"แต่เราต้องไป" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "นี่คือพันธสัญญาของข้า"

พวกเขาก้าวเท้าเข้าสู่ป่าต้องห้าม ความมืดมิดและความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันทีที่พวกเขาเดินพ้นจากเขตแดนของโลกภายนอก แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน ทำให้บรรยากาศยิ่งมืดมิดและลึกลับมากขึ้นไปอีก

"ระวังตัวให้ดี" ‌ไครอนกระซิบ "ข้าสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด"

ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบแรก สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายต้นไม้ที่มีหนามแหลมคมปกคลุมทั่วทั้งตัว พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับปีศาจ พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"มันคือ 'อสูรพฤกษา'!" เซเรน่าอุทานอย่างตกใจ ‍"พวกมันเกิดจากการที่เวทมนตร์ในป่าแห่งนี้ถูกบิดเบือน ทำให้สิ่งมีชีวิตธรรมดากลายเป็นอสูรที่ดุร้าย"

ลูคัสชักดาบออก ฟาดฟันเข้าใส่อสูรพฤกษาอย่างรวดเร็ว ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขาส่องประกายสีทองอร่าม ฟันร่างของอสูรพฤกษาขาดเป็นสองท่อน แต่อสูรพฤกษาก็ไม่ได้ตายง่ายๆ ร่างที่ขาดเป็นสองท่อนกลับกลายเป็นอสูรพฤกษาตัวใหม่สองตัว

"พวกมันแบ่งตัวได้!" ลูคัสคำรามอย่างตกใจ

เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทรา ​ร่ายเวทมนตร์สายลม พัดพาอสูรพฤกษาให้กระเด็นออกไป เธอยังไม่สามารถใช้พลังทำลายพวกมันได้อย่างสมบูรณ์

ไครอนใช้ธนูยิงลูกศรเพลิงเข้าใส่อสูรพฤกษา ไฟลุกโชนขึ้นบนร่างของพวกมัน แต่ก็ไม่สามารถทำลายพวกมันได้ทั้งหมด

"พวกมันอ่อนแอต่อเปลวไฟ" เซเรน่ากล่าว "แต่เปลวไฟธรรมดาไม่สามารถทำลายพวกมันได้ เราต้องใช้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์!"

เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไร ​เธอรวบรวมพลังจากคทาสุริยันจันทรา สร้างเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองและสีเงินขึ้นมา เปลวไฟนั้นร้อนแรงและบริสุทธิ์ มันสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการบิดเบือนของเวทมนตร์ได้

เอลาริสพุ่งเข้าใส่อสูรพฤกษาอย่างไม่รีรอ เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่เธอสร้างขึ้นเผาผลาญร่างของอสูรพฤกษาจนมอดไหม้ไปในพริบตา อสูรพฤกษาที่เหลือเห็นดังนั้นก็ล่าถอยไปในเงามืด

"เราต้องระวังให้มากกว่านี้" ลูคัสกล่าว "ป่าแห่งนี้อันตรายกว่าที่เราคิด"

พวกเขาเดินทางต่อไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ​ผ่านกับดักเวทมนตร์ที่ซับซ้อน ผ่านสิ่งมีชีวิตลึกลับที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด ผ่านหุบเหวที่มืดมิดและเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนที่น่าขนลุกขวัญ

ระหว่างทาง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมาย ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขา ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา

"ข้าไม่แน่ใจว่าเราจะหาอะไรเจอที่นี่" ไครอนกล่าวเสียงพร่า "บางทีเราอาจจะมาผิดที่"

"ไม่!" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "คทาจะไม่หลอกเรา ข้าเชื่อมั่นในคทา และข้าเชื่อมั่นในตัวเอง"

แต่แล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น กลุ่มปีศาจเงาที่นำโดย 'ซิลวานัส' อดีตอัศวินผู้กล้าหาญที่ถูกมาลากอร์ชักนำเข้าสู่ด้านมืด ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด ซิลวานัสเคยเป็นเพื่อนร่วมรบของลูคัส และการปรากฏตัวของเขาทำให้ลูคัสตกอยู่ในความสับสน

"ลูคัส... เพื่อนรักของข้า" ซิลวานัสกล่าวเสียงเย็นเยือก ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งชีวิต "เจ้ายังคงภักดีต่อราชวงศ์ที่ล่มสลายอยู่อีกหรือ? มาลากอร์คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เขาจะนำความสงบสุขมาสู่โลกใบนี้"

"เจ้าผิดซิลวานัส!" ลูคัสคำรามด้วยความโกรธ "มาลากอร์จะนำมาซึ่งความพินาศต่างหาก เจ้าถูกเขาหลอกใช้แล้ว!"

"ไม่! เจ้าต่างหากที่ถูกหลอก!" ซิลวานัสสวนกลับ "มาเข้าร่วมกับพวกเราเถอะลูคัส เราจะสร้างโลกใหม่ที่ปราศจากความเจ็บปวด"

ซิลวานัสพุ่งเข้าใส่ลูคัสอย่างรวดเร็ว ดาบใหญ่สีดำมืดที่เคลือบด้วยพลังงานแห่งความสิ้นหวังฟาดฟันเข้าใส่ ลูคัสรับการโจมตีอย่างยากลำบาก เขาไม่สามารถทำร้ายเพื่อนเก่าของเขาได้

"ลูคัส! อย่าลังเล!" เซเรน่าตะโกน "เขาไม่ใช่ซิลวานัสคนเดิมแล้ว!"

แต่ลูคัสก็ยังคงลังเล เขายังคงมีความหวังว่าซิลวานัสจะกลับมาเป็นคนเดิม

เอลาริสเห็นดังนั้นก็รู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายสว่างจ้า พุ่งเข้าใส่ร่างของซิลวานัส

ซิลวานัสผงะถอยหลัง แสงสว่างจากคทาทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด

"เจ้าเด็กน้อย! เจ้ากล้าดียังไงมาขัดขวางข้า!" ซิลวานัสคำรามด้วยความโกรธ

"ข้าจะหยุดเจ้าซิลวานัส" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "และข้าจะช่วยลูคัสให้พ้นจากเงื้อมมือของมาลากอร์!"

เอลาริสรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี สร้างลูกบอลพลังงานแสงสีทองและสีเงินขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่ร่างของซิลวานัสอย่างรวดเร็ว ลูกบอลพลังงานปะทะเข้ากับร่างของซิลวานัสอย่างจัง ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง ร่างของซิลวานัสกระเด็นไปไกล ชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ร่างของเขาสลายไปในเงามืด

"ซิลวานัส!" ลูคัสตะโกนด้วยความเจ็บปวด เขาทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลรินออกมา

เอลาริสเดินเข้ามาปลอบใจลูคัส เธอรู้ว่าการต้องต่อสู้กับเพื่อนเก่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่เธอก็รู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ

"เขาจากไปแล้วลูคัส" เอลาริสกล่าวเสียงแผ่ว "เขาไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าแล้ว"

ลูคัสพยักหน้าอย่างช้าๆ เขายังคงเสียใจ แต่เขาก็รู้ว่าเอลาริสพูดถูก

"ขอบคุณมากเอลาริส" ลูคัสกล่าวเสียงพร่า "เจ้าช่วยข้าไว้"

การเดินทางในป่าต้องห้ามยังคงดำเนินต่อไป แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ มิตรภาพระหว่างพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้น เอลาริสได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเป็นผู้นำ และเธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง

พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งมาถึงใจกลางของป่า ที่ซึ่งมีต้นไม้ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ ต้นไม้ต้นนี้สูงเสียดฟ้า กิ่งก้านสาขาแผ่กว้างออกไปราวกับจะโอบอุ้มทั้งป่าไว้ในอ้อมกอด

"นั่นคือ 'ต้นไม้อีเดน'!" เซเรน่าอุทานอย่างตื่นเต้น "ต้นไม้แห่งชีวิตที่ถูกกล่าวขานกันมานานนับพันปีว่ามีพลังเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่"

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้อีเดน เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมัน มันเป็นพลังงานแห่งชีวิต พลังงานแห่งความหวัง

เธอวางมือลงบนลำต้นของต้นไม้อีเดน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายสว่างจ้า พลังงานจากต้นไม้อีเดนไหลเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกราวกับว่าเธอได้รับพลังงานใหม่เข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม

"ข้าสัมผัสได้ถึงมัน" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "พลังเวทของข้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ"

แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราส่องสว่างไปทั่วทั้งป่า ต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉากลับผลิบาน ดอกไม้ที่เคยแห้งเหี่ยวกลับเบ่งบานส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งป่า สัตว์ป่าที่เคยดุร้ายกลับสงบเสงี่ยมลง

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แท้จริงของเอลาริส และเธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า ด้วยคทาสุริยันจันทราในมือ และสหายผู้กล้าที่ยืนเคียงข้าง เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้ให้จงได้.

การเดินทางในป่าต้องห้ามได้สอนบทเรียนอันล้ำค่าให้กับเอลาริสและสหายของเธอ บทเรียนเกี่ยวกับมิตรภาพ ความกล้าหาญ และความเสียสละ และเหนือสิ่งอื่นใด บทเรียนเกี่ยวกับความหวัง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!