คทาสุริยัน

ตอนที่ 267 — ถอยและทบทวน: น้ำหนักแห่งชะตากรรม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 902 คำ

ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วผืนป่า เสียงการต่อสู้จากเบื้องหลังเริ่มจางหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของฟินิกซ์ ลีออน และเซริส ที่กำลังพยุงร่างที่ไร้สติของเอลาริสเข้าไปในป่าลึก ร่างกายของเอลาริสอ่อนปวกเปียก ใบหน้าซีดเผือด ‌มีเลือดไหลซึมจากบาดแผลหลายแห่ง

“เราต้องหาที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด” เซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กระวนกระวาย “บาดแผลของเอลาริสหนักมาก”

พวกเขาเดินทางต่อไปอีกพักใหญ่ จนกระทั่งมาถึงถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกเขาช่วยกันวางเอลาริสลงอย่างระมัดระวัง เซริสรีบจุดไฟขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่น และเริ่มตรวจสอบบาดแผลของเอลาริส

“กระดูกซี่โครงหักสองซี่ ​และมีรอยฟกช้ำภายใน” เซริสวิเคราะห์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ถ้าไม่รีบรักษา เธออาจจะเสียชีวิตได้”

ลีออนรีบหยิบสมุนไพรออกมาจากกระเป๋า เขามอบสมุนไพรบางชนิดให้เซริสเพื่อใช้ในการรักษา

“เราต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์แรงที่สุด” ลีออนกล่าว “และหวังว่ามันจะช่วยได้”

เซริสเริ่มทำแผลและใช้เวทมนตร์รักษาเอลาริสอย่างสุดความสามารถ ฟินิกซ์นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ‍ด้วยความกังวล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“มันเป็นความผิดของฉัน” ฟินิกซ์กล่าวเสียงต่ำ “ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่านี้ ฉันคงปกป้องเธอได้ดีกว่านี้”

“อย่าพูดแบบนั้นฟินิกซ์” ลีออนกล่าว “มาลากอร์มันแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะมาปรากฏตัวเร็วขนาดนี้”

“แล้วอัศวินผู้นั้นล่ะ?” ‌เซริสถาม “เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาช่วยเรา?”

“เขาบอกว่าเขาชื่ออาร์เธอร์ ผู้พิทักษ์แห่งแสง” ฟินิกซ์ตอบ “เขาแข็งแกร่งมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะต้านทานมาลากอร์ได้นานแค่ไหน”

ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำ ทุกคนจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ‍ความพ่ายแพ้ในการปะทะครั้งแรกกับมาลากอร์สร้างความหวาดหวั่นให้กับพวกเขาอย่างมาก พวกเขาได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของปีศาจแห่งความมืดมิด และรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย

“เราจะทำอย่างไรต่อไป?” ลีออนถามด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง “เราไม่มีคทาแล้ว เอลาริสก็บาดเจ็บหนัก เราจะสู้มาลากอร์ได้อย่างไร?”

คำถามของลีออนทำให้ทุกคนเงียบไปอีกครั้ง พวกเขาได้สูญเสียความหวังไปมากพอสมควรแล้ว

“เราต้องไม่ยอมแพ้” ​เซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่หนักแน่น “เอลาริสไม่เคยยอมแพ้ เราก็ต้องไม่ยอมแพ้”

“แต่เราจะหาคทาได้อย่างไร?” ฟินิกซ์ถาม “มันตกอยู่ตรงนั้น และมาลากอร์ก็คงไม่ปล่อยให้มันอยู่เฉยๆ แน่”

“เราต้องกลับไปเอาคทามาให้ได้” เอลาริสกล่าว ​เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ชัดเจน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น

“เอลาริส!” ทุกคนอุทานด้วยความดีใจ

“เธอฟื้นแล้ว!” เซริสกล่าว

“ฉันไม่เป็นไร” ​เอลาริสตอบ เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวด

“อย่าเพิ่งลุกเอลาริส” เซริสเตือน “เธอต้องพักผ่อน”

“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” เอลาริสกล่าว “ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน”

เธอหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานของคทาสุริยันจันทราที่ยังคงเชื่อมโยงกับเธออยู่ แม้ว่าคทาจะไม่ได้อยู่ในมือของเธอแล้วก็ตาม พลังงานที่เธอได้รับจากเตาหลอมดารายังคงไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ และกำลังช่วยเยียวยาบาดแผลของเธออย่างรวดเร็ว

“มาลากอร์มันแข็งแกร่งมาก” เอลาริสกล่าว “แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน”

“จุดอ่อนอะไร?” ฟินิกซ์ถาม

“ในตอนที่ฉันยิงลำแสงสุริยันจันทราใส่ดวงตาของมัน” เอลาริสอธิบาย “มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

“นั่นอาจจะเป็นเพราะพลังของสุริยันจันทราเป็นธาตุตรงข้ามกับความมืดมิดของมัน” เซริสสันนิษฐาน “แสงของคทาอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำลายมันได้”

“แต่เราก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ” ลีออนกล่าว “เราต้องหาทางเสริมพลังให้เอลาริสและคทามากกว่านี้”

“เราจะกลับไปเอาคทามาให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “และเราจะต้องหาสถานที่ที่สามารถฝึกฝนพลังของฉันให้แข็งแกร่งขึ้น”

พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการรักษาบาดแผลของเอลาริส และวางแผนการต่อไป เอลาริสได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการปะทะกับมาลากอร์ให้เพื่อนๆ ฟังอย่างละเอียด พวกเขาวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของมาลากอร์ เพื่อหาทางรับมือกับมันในการต่อสู้ครั้งหน้า

“มาลากอร์มันคงไม่ยอมปล่อยให้คทาอยู่เฉยๆ แน่” ลีออนกล่าว “มันอาจจะส่งสมุนมาเฝ้า หรือไม่ก็เก็บมันไว้กับตัว”

“ถ้ามันเก็บไว้กับตัว นั่นก็หมายความว่าเราต้องไปสู้กับมันเพื่อเอาคทาคืนมา” ฟินิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

“แต่เรายังไม่แข็งแกร่งพอ” เอลาริสกล่าว “เราต้องหาทางฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นก่อน”

“ฉันจำได้ว่าในบรรณาลัยแห่งเสียงกระซิบอันเลือนหาย มีตำราโบราณเล่มหนึ่งที่พูดถึงสถานที่ฝึกฝนพลังเวทขั้นสูง” เซริสกล่าว “มันถูกเรียกว่า ‘ยอดเขาแห่งจันทราคู่’ เป็นสถานที่ที่พลังของสุริยันจันทราเข้มข้นที่สุด”

“ยอดเขาแห่งจันทราคู่?” เอลาริสทวนคำ

“ใช่แล้ว” เซริสพยักหน้า “ตำนานกล่าวว่าบนยอดเขานั้น มีผลึกคริสตัลขนาดใหญ่ที่ดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มานานนับพันปี ถ้าเธอได้ฝึกฝนที่นั่น พลังของเธอจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด”

“แล้วทางเข้าอยู่ที่ไหน?” ฟินิกซ์ถาม

“ตำราไม่ได้บอกตำแหน่งที่แน่นอน” เซริสตอบ “แต่บอกว่ามันจะปรากฏขึ้นเมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้จะสิ้นสุดลง”

“นั่นหมายความว่าเรามีเวลาน้อยมาก” ลีออนกล่าว “สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เธอก็รู้ดีว่านี่คือหนทางเดียวที่จะเอาชนะมาลากอร์ได้

“เราต้องไปที่นั่นให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “ก่อนอื่น เราต้องกลับไปเอาคทามาให้ได้ก่อน”

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงอรุณแรกเริ่มสาดส่อง เอลาริสก็รู้สึกว่าบาดแผลของเธอดีขึ้นมากแล้ว ด้วยพลังจากเตาหลอมดาราที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เธอสามารถเคลื่อนไหวได้เกือบจะปกติ

พวกเขาตัดสินใจที่จะกลับไปยังจุดที่เอลาริสทำคทาตกไว้ โดยหวังว่ามาลากอร์จะไม่ได้เก็บมันไว้กับตัว หรือส่งสมุนมาเฝ้า

การเดินทางกลับไปยังจุดนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวัง พวกเขาเดินไปอย่างเงียบเชียบ พยายามซ่อนตัวจากสายตาของปีศาจที่อาจจะซุ่มโจมตีอยู่

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาก็พบว่าคทาสุริยันจันทรายังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน เปล่งแสงสว่างจางๆ ออกมา ไม่มีปีศาจหรือสมุนของมาลากอร์อยู่ในบริเวณนั้น

“มันทิ้งไว้ทำไม?” ฟินิกซ์ถามด้วยความสงสัย

“อาจจะเป็นเพราะมันมั่นใจว่าเราจะไม่มีวันกลับมา” ลีออนสันนิษฐาน “หรือไม่ก็มันไม่คิดว่าเราจะสามารถใช้พลังของคทาได้อย่างสมบูรณ์”

เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้คทา เธอเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่คทาสัมผัสกับมือของเธอ แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากคทา พลังงานอันมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของเอลาริสอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าเธอได้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับคทาอย่างสมบูรณ์แล้ว

“เราได้คทาคืนมาแล้ว!” เซริสกล่าวด้วยความดีใจ

“ตอนนี้เราต้องมุ่งหน้าไปยังยอดเขาแห่งจันทราคู่” เอลาริสกล่าว “เราไม่มีเวลาแล้ว”

พวกเขาหันหลังให้กับหุบเขาเงาจันทรา และมุ่งหน้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่ เพื่อฝึกฝนพลัง และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์

เอลาริสรู้สึกถึงน้ำหนักของชะตากรรมที่แบกรับไว้บนบ่าของเธอ เธอรู้ดีว่าอนาคตของโลกใบนี้ขึ้นอยู่กับเธอ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีเพื่อนๆ ที่พร้อมจะสู้เคียงข้างเธอ และเธอมีพลังของคทาสุริยันจันทราอยู่ในมือ

“มาลากอร์... เตรียมตัวรับการต่อสู้จากทายาทแห่งสุริยันจันทราได้เลย” เอลาริสกระซิบกับตัวเอง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!