ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วผืนป่า เสียงการต่อสู้จากเบื้องหลังเริ่มจางหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของฟินิกซ์ ลีออน และเซริส ที่กำลังพยุงร่างที่ไร้สติของเอลาริสเข้าไปในป่าลึก ร่างกายของเอลาริสอ่อนปวกเปียก ใบหน้าซีดเผือด มีเลือดไหลซึมจากบาดแผลหลายแห่ง
“เราต้องหาที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด” เซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กระวนกระวาย “บาดแผลของเอลาริสหนักมาก”
พวกเขาเดินทางต่อไปอีกพักใหญ่ จนกระทั่งมาถึงถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกเขาช่วยกันวางเอลาริสลงอย่างระมัดระวัง เซริสรีบจุดไฟขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่น และเริ่มตรวจสอบบาดแผลของเอลาริส
“กระดูกซี่โครงหักสองซี่ และมีรอยฟกช้ำภายใน” เซริสวิเคราะห์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ถ้าไม่รีบรักษา เธออาจจะเสียชีวิตได้”
ลีออนรีบหยิบสมุนไพรออกมาจากกระเป๋า เขามอบสมุนไพรบางชนิดให้เซริสเพื่อใช้ในการรักษา
“เราต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์แรงที่สุด” ลีออนกล่าว “และหวังว่ามันจะช่วยได้”
เซริสเริ่มทำแผลและใช้เวทมนตร์รักษาเอลาริสอย่างสุดความสามารถ ฟินิกซ์นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ด้วยความกังวล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“มันเป็นความผิดของฉัน” ฟินิกซ์กล่าวเสียงต่ำ “ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่านี้ ฉันคงปกป้องเธอได้ดีกว่านี้”
“อย่าพูดแบบนั้นฟินิกซ์” ลีออนกล่าว “มาลากอร์มันแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะมาปรากฏตัวเร็วขนาดนี้”
“แล้วอัศวินผู้นั้นล่ะ?” เซริสถาม “เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมาช่วยเรา?”
“เขาบอกว่าเขาชื่ออาร์เธอร์ ผู้พิทักษ์แห่งแสง” ฟินิกซ์ตอบ “เขาแข็งแกร่งมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะต้านทานมาลากอร์ได้นานแค่ไหน”
ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำ ทุกคนจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ความพ่ายแพ้ในการปะทะครั้งแรกกับมาลากอร์สร้างความหวาดหวั่นให้กับพวกเขาอย่างมาก พวกเขาได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของปีศาจแห่งความมืดมิด และรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย
“เราจะทำอย่างไรต่อไป?” ลีออนถามด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง “เราไม่มีคทาแล้ว เอลาริสก็บาดเจ็บหนัก เราจะสู้มาลากอร์ได้อย่างไร?”
คำถามของลีออนทำให้ทุกคนเงียบไปอีกครั้ง พวกเขาได้สูญเสียความหวังไปมากพอสมควรแล้ว
“เราต้องไม่ยอมแพ้” เซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่หนักแน่น “เอลาริสไม่เคยยอมแพ้ เราก็ต้องไม่ยอมแพ้”
“แต่เราจะหาคทาได้อย่างไร?” ฟินิกซ์ถาม “มันตกอยู่ตรงนั้น และมาลากอร์ก็คงไม่ปล่อยให้มันอยู่เฉยๆ แน่”
“เราต้องกลับไปเอาคทามาให้ได้” เอลาริสกล่าว เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ชัดเจน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
“เอลาริส!” ทุกคนอุทานด้วยความดีใจ
“เธอฟื้นแล้ว!” เซริสกล่าว
“ฉันไม่เป็นไร” เอลาริสตอบ เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวด
“อย่าเพิ่งลุกเอลาริส” เซริสเตือน “เธอต้องพักผ่อน”
“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” เอลาริสกล่าว “ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน”
เธอหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานของคทาสุริยันจันทราที่ยังคงเชื่อมโยงกับเธออยู่ แม้ว่าคทาจะไม่ได้อยู่ในมือของเธอแล้วก็ตาม พลังงานที่เธอได้รับจากเตาหลอมดารายังคงไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ และกำลังช่วยเยียวยาบาดแผลของเธออย่างรวดเร็ว
“มาลากอร์มันแข็งแกร่งมาก” เอลาริสกล่าว “แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน”
“จุดอ่อนอะไร?” ฟินิกซ์ถาม
“ในตอนที่ฉันยิงลำแสงสุริยันจันทราใส่ดวงตาของมัน” เอลาริสอธิบาย “มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”
“นั่นอาจจะเป็นเพราะพลังของสุริยันจันทราเป็นธาตุตรงข้ามกับความมืดมิดของมัน” เซริสสันนิษฐาน “แสงของคทาอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำลายมันได้”
“แต่เราก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ” ลีออนกล่าว “เราต้องหาทางเสริมพลังให้เอลาริสและคทามากกว่านี้”
“เราจะกลับไปเอาคทามาให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “และเราจะต้องหาสถานที่ที่สามารถฝึกฝนพลังของฉันให้แข็งแกร่งขึ้น”
พวกเขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการรักษาบาดแผลของเอลาริส และวางแผนการต่อไป เอลาริสได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการปะทะกับมาลากอร์ให้เพื่อนๆ ฟังอย่างละเอียด พวกเขาวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของมาลากอร์ เพื่อหาทางรับมือกับมันในการต่อสู้ครั้งหน้า
“มาลากอร์มันคงไม่ยอมปล่อยให้คทาอยู่เฉยๆ แน่” ลีออนกล่าว “มันอาจจะส่งสมุนมาเฝ้า หรือไม่ก็เก็บมันไว้กับตัว”
“ถ้ามันเก็บไว้กับตัว นั่นก็หมายความว่าเราต้องไปสู้กับมันเพื่อเอาคทาคืนมา” ฟินิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“แต่เรายังไม่แข็งแกร่งพอ” เอลาริสกล่าว “เราต้องหาทางฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นก่อน”
“ฉันจำได้ว่าในบรรณาลัยแห่งเสียงกระซิบอันเลือนหาย มีตำราโบราณเล่มหนึ่งที่พูดถึงสถานที่ฝึกฝนพลังเวทขั้นสูง” เซริสกล่าว “มันถูกเรียกว่า ‘ยอดเขาแห่งจันทราคู่’ เป็นสถานที่ที่พลังของสุริยันจันทราเข้มข้นที่สุด”
“ยอดเขาแห่งจันทราคู่?” เอลาริสทวนคำ
“ใช่แล้ว” เซริสพยักหน้า “ตำนานกล่าวว่าบนยอดเขานั้น มีผลึกคริสตัลขนาดใหญ่ที่ดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มานานนับพันปี ถ้าเธอได้ฝึกฝนที่นั่น พลังของเธอจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
“แล้วทางเข้าอยู่ที่ไหน?” ฟินิกซ์ถาม
“ตำราไม่ได้บอกตำแหน่งที่แน่นอน” เซริสตอบ “แต่บอกว่ามันจะปรากฏขึ้นเมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้จะสิ้นสุดลง”
“นั่นหมายความว่าเรามีเวลาน้อยมาก” ลีออนกล่าว “สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เธอก็รู้ดีว่านี่คือหนทางเดียวที่จะเอาชนะมาลากอร์ได้
“เราต้องไปที่นั่นให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “ก่อนอื่น เราต้องกลับไปเอาคทามาให้ได้ก่อน”
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงอรุณแรกเริ่มสาดส่อง เอลาริสก็รู้สึกว่าบาดแผลของเธอดีขึ้นมากแล้ว ด้วยพลังจากเตาหลอมดาราที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เธอสามารถเคลื่อนไหวได้เกือบจะปกติ
พวกเขาตัดสินใจที่จะกลับไปยังจุดที่เอลาริสทำคทาตกไว้ โดยหวังว่ามาลากอร์จะไม่ได้เก็บมันไว้กับตัว หรือส่งสมุนมาเฝ้า
การเดินทางกลับไปยังจุดนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวัง พวกเขาเดินไปอย่างเงียบเชียบ พยายามซ่อนตัวจากสายตาของปีศาจที่อาจจะซุ่มโจมตีอยู่
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาก็พบว่าคทาสุริยันจันทรายังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน เปล่งแสงสว่างจางๆ ออกมา ไม่มีปีศาจหรือสมุนของมาลากอร์อยู่ในบริเวณนั้น
“มันทิ้งไว้ทำไม?” ฟินิกซ์ถามด้วยความสงสัย
“อาจจะเป็นเพราะมันมั่นใจว่าเราจะไม่มีวันกลับมา” ลีออนสันนิษฐาน “หรือไม่ก็มันไม่คิดว่าเราจะสามารถใช้พลังของคทาได้อย่างสมบูรณ์”
เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้คทา เธอเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่คทาสัมผัสกับมือของเธอ แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากคทา พลังงานอันมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของเอลาริสอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าเธอได้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับคทาอย่างสมบูรณ์แล้ว
“เราได้คทาคืนมาแล้ว!” เซริสกล่าวด้วยความดีใจ
“ตอนนี้เราต้องมุ่งหน้าไปยังยอดเขาแห่งจันทราคู่” เอลาริสกล่าว “เราไม่มีเวลาแล้ว”
พวกเขาหันหลังให้กับหุบเขาเงาจันทรา และมุ่งหน้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่ เพื่อฝึกฝนพลัง และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์
เอลาริสรู้สึกถึงน้ำหนักของชะตากรรมที่แบกรับไว้บนบ่าของเธอ เธอรู้ดีว่าอนาคตของโลกใบนี้ขึ้นอยู่กับเธอ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีเพื่อนๆ ที่พร้อมจะสู้เคียงข้างเธอ และเธอมีพลังของคทาสุริยันจันทราอยู่ในมือ
“มาลากอร์... เตรียมตัวรับการต่อสู้จากทายาทแห่งสุริยันจันทราได้เลย” เอลาริสกระซิบกับตัวเอง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก