บนยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน บรรยากาศเงียบงันและเยือกเย็นจับใจ แสงจากดวงจันทร์คู่ที่กำลังเคลื่อนที่มาบดบังดวงอาทิตย์อย่างช้าๆ สาดส่องลงมายังแท่นบูชาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าของเอลาริสและสหาย
รอยแยกบนท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปบัดนี้ขยายใหญ่จนกลืนกินผืนฟ้าทั้งหมด ร่างของมาลากอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศดูเหมือนจะเปล่งประกายสีแดงเข้มขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก
“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสมบูรณ์ในอีกไม่กี่นาที” ลูน่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความหนาวเย็นและความหวาดกลัว “เราต้องรีบแล้วเอลาริส”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เธอมี เธอระลึกถึงคำสอนในคัมภีร์แห่งดาวประกายพรึก คำพูดของกษัตริย์อัสตรา และความหวังของทุกอาณาจักรที่ฝากไว้กับเธอ
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินจากคทาเปล่งประกายเจิดจ้า พร้อมกับแสงสีเขียวของแก่นพฤกษาแห่งชีวิต และแสงสีทองอ่อนๆ ของแก่นแท้แห่งแสงแรกที่หลอมรวมอยู่ในคทา พลังงานบริสุทธิ์จากคทาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับเป็นลำแสงนำทาง
“ข้าเอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา ขออัญเชิญพลังแห่งสุริยันและจันทรา พลังแห่งธาตุทั้งห้า และพลังแห่งจิตวิญญาณ มาหลอมรวมเป็นหนึ่ง!” เธอร่ายมนตร์บทสุดท้ายที่เธอเพิ่งเรียนรู้จากคัมภีร์ ‘คาถาแห่งดวงตาแห่งการผนึก’
แสงจากคทาของเธอขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว แสงสีทองและสีเงินผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ก่อตัวเป็นวงแหวนพลังงานขนาดมหึมาที่ลอยอยู่เหนือยอดเขา วงแหวนนั้นค่อยๆ หมุนวนอย่างช้าๆ และตรงกลางของวงแหวนก็เริ่มก่อตัวเป็นจุดศูนย์กลางของพลังงานที่เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับดวงตาที่กำลังมองไปยังท้องฟ้า
“นี่แหละคือดวงตาแห่งการผนึก!” ลูน่าอุทาน “มันกำลังจะเปิดประตูสู่มิติแห่งความว่างเปล่า!”
ดวงตาแห่งการผนึกที่อยู่เบื้องบนเริ่มส่องประกายแสงพุ่งตรงไปยังมาลากอร์ที่อยู่ไกลออกไป แสงนั้นไม่ได้ทำร้ายมาลากอร์โดยตรง แต่กลับเปิดรอยแยกเล็กๆ บนร่างของมัน ราวกับเป็นการสร้างช่องทางให้พลังงานแห่งการผนึกสามารถเข้าถึงแก่นแท้ของมันได้
แต่มาลากอร์ก็ไม่ใช่จะยอมแพ้ง่ายๆ มันส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังงานมืดมิดจากตัวมันพุ่งเข้าโจมตีดวงตาแห่งการผนึกอย่างรุนแรง ทำให้แสงของดวงตาแห่งการผนึกสั่นคลอน
“มันกำลังต้านทาน!” คาเลนตะโกน “เอลาริส! เธอต้องใช้พลังทั้งหมด!”
เอลาริสรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาล พลังเวทในตัวเธอถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอต้องทำมันให้สำเร็จ เธอต้องปกป้องโลกใบนี้
ในขณะนั้นเอง สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็สมบูรณ์แบบ แสงจากดวงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยเงาของดวงจันทร์คู่ทั้งหมด ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดราวกับยามค่ำคืน แต่ในความมืดนั้นกลับมีแสงสว่างจากดวงจันทร์คู่ที่สาดส่องลงมาอย่างเต็มที่
และในวินาทีที่สุริยคราสสมบูรณ์ แสงจากดวงจันทร์คู่ก็ส่องไปกระทบกับดวงตาแห่งการผนึกที่อยู่เบื้องบน ทำให้ดวงตาแห่งการผนึกเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงนั้นพุ่งตรงไปยังมาลากอร์อย่างรุนแรง และรอยแยกบนร่างของมาลากอร์ก็ขยายใหญ่ขึ้น
“ตอนนี้แหละเอลาริส!” ลูน่าตะโกน “ใช้พลังแห่งการผนึก!”
เอลาริสกัดฟันกรอด เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี พลังแห่งแสงแห่งบรรพกาล พลังแห่งเกราะกำบังจิตวิญญาณ และพลังแห่งการฟื้นฟูที่เธอได้รับจากป่าศักดิ์สิทธิ์ ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และพุ่งเข้าสู่คทาสุริยันจันทรา
“ด้วยพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ ข้าขอผนึกเจ้ามาลากอร์ กลับคืนสู่ห้วงอวกาศที่เจ้าจากมา!” เธอตะโกนก้อง เสียงของเธอเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน
แสงจากคทาสุริยันจันทราพุ่งเข้าสู่ดวงตาแห่งการผนึกอย่างรุนแรง ทำให้ดวงตาแห่งการผนึกเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ แสงนั้นพุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกบนร่างของมาลากอร์ และดูดกลืนร่างอันมหึมาของมันเข้าไปในดวงตาแห่งการผนึกอย่างรวดเร็ว
มาลากอร์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความสิ้นหวัง ร่างของมันค่อยๆ ถูกดูดกลืนเข้าไปในดวงตาแห่งการผนึกทีละน้อย ทีละน้อย จนกระทั่งร่างอันมหึมาของมันเลือนหายไปในแสงสว่างจ้า
เมื่อมาลากอร์ถูกดูดกลืนเข้าไปในดวงตาแห่งการผนึกอย่างสมบูรณ์ ดวงตาแห่งการผนึกก็ส่องประกายแสงสว่างจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะค่อยๆ หดตัวลง และสลายกลายเป็นละอองแสงที่ลอยหายไปในอากาศ
รอยแยกบนท้องฟ้าก็เริ่มหดตัวลงเช่นกัน แสงจากสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็เริ่มจางหายไป ดวงจันทร์คู่ค่อยๆ เคลื่อนที่ออกห่างจากดวงอาทิตย์ เผยให้เห็นแสงตะวันยามเช้าที่เริ่มทอแสงสาดส่องลงมายังโลกอีกครั้ง
ความมืดมิดที่ปกคลุมโลกค่อยๆ เลือนหายไป ความหวังกลับคืนมาสู่ทุกอาณาจักร
เอลาริสรู้สึกเหมือนพลังงานทั้งหมดถูกดูดออกไปจากร่าง เธอทรุดตัวลงบนพื้นหิมะอย่างอ่อนแรง คทาสุริยันจันทราหลุดจากมือของเธอ และกลิ้งไปตกอยู่ข้างๆ
“เธอทำสำเร็จแล้วเอลาริส!” ลูน่าตะโกนด้วยความดีใจ เธอวิ่งเข้าไปกอดเอลาริสแน่น
คาเลนและเซธเองก็เดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พวกเขาทำสำเร็จแล้ว พวกเขาช่วยโลกใบนี้ไว้ได้แล้ว
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะ เอลาริสกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง พลังงานมืดมิดที่แผ่ซ่านออกมาจากมาลากอร์เมื่อครู่ ไม่ได้หายไปไหนอย่างสมบูรณ์ มันยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย และกำลังพยายามที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
และที่น่าตกใจที่สุดคือ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่เพิ่งสิ้นสุดลงไป กลับไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ แสงจากดวงจันทร์คู่ที่ยังคงอยู่บนท้องฟ้า ดูเหมือนจะส่องประกายแปลกๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ
เอลาริสพยายามลุกขึ้นยืน เธอหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมาอีกครั้ง เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานจากคทาที่ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงไปเล็กน้อย ราวกับว่าการผนึกมาลากอร์นั้นต้องแลกมาด้วยพลังงานอันมหาศาล
“มันยังไม่จบ” เอลาริสเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ฉันรู้สึกได้...มาลากอร์ยังไม่ถูกผนึกอย่างสมบูรณ์”
เพื่อนๆ ของเธอต่างมองมาที่เธอด้วยความสงสัยและความกังวล
“หมายความว่ายังไงเอลาริส?” ลูน่าถาม
“ฉันไม่รู้” เอลาริสตอบ “แต่ฉันรู้สึกว่ามาลากอร์ยังคงมีเศษเสี้ยวพลังงานหลงเหลืออยู่ และมันกำลังพยายามที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง”
ในขณะที่เอลาริสกำลังพูด ดวงจันทร์คู่บนท้องฟ้าก็ส่องประกายแสงสีแดงเข้มขึ้น และแสงนั้นก็พุ่งตรงลงมายังพื้นโลก ราวกับเป็นลำแสงชั่วร้าย
“นั่นมันอะไรน่ะ?” เซธร้องลั่น
แสงสีแดงเข้มจากดวงจันทร์คู่พุ่งตรงไปยังจุดที่มาลากอร์ถูกผนึก ก่อนที่จะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แสงสีแดงเข้มพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายที่ดังก้องไปทั่วทั้งโลก
จากเศษซากของการระเบิด ร่างของมาลากอร์ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง! แต่มันไม่ได้เป็นร่างที่สมบูรณ์อย่างที่เคยเป็น ร่างของมันดูเหมือนจะเล็กลง แต่กลับเต็มไปด้วยพลังงานมืดมิดที่เข้มข้นกว่าเดิม ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับเลือด และมีรอยแตกบนผิวหนังที่เปล่งประกายสีแดงเข้ม
“มันยังไม่ตาย!” คาเลนตะโกนด้วยความตกใจ “มันกลับมาแล้ว!”
มาลากอร์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆๆ! เจ้าคิดว่าจะผนึกข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ!? พลังแห่งสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่สมบูรณ์แบบได้มอบพลังใหม่ให้แก่ข้า! ข้าได้ดูดกลืนพลังของดวงจันทร์คู่เข้าไว้ในตัวข้าแล้ว! ตอนนี้ข้าคือ ‘ราชาปีศาจแห่งจันทร์โลหิต’!”
เอลาริสและสหายต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว มาลากอร์ไม่ได้ถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ แต่มันกลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และดูเหมือนว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของการผนึก แต่มันยังเป็นช่วงเวลาแห่งการให้กำเนิดพลังใหม่ให้แก่มาลากอร์อีกด้วย
นี่คือจุดจบของโลกอย่างนั้นหรือ?

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก