คทาสุริยัน

ตอนที่ 145 — เปิดประตูสู่บัลลังก์แห่งดวงดาว

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,067 คำ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกระแสลมที่พัดพาชะตากรรมเข้ามาใกล้ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจ เอลาริสและสหายได้เดินทางมาถึงสถานที่ที่คัมภีร์แห่งดวงดาวระบุว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างมิติ นั่นคือ ‘ที่ราบสูงแห่งแสงทิพย์’ ที่ราบสูงอันเวิ้งว้างที่ปกคลุมด้วยหินผลึกเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับเศษเสี้ยวของดวงดาวที่ตกลงมาบนพื้นพิภพ อากาศที่นี่บริสุทธิ์และเย็นยะเยือก ‌ดวงจันทร์สองดวงกำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหากันบนฟากฟ้าที่เริ่มมืดมิดลง

“เรามาถึงแล้ว” ฟาเอลันเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาที่ฉายแววแห่งปัญญากวาดมองไปทั่วที่ราบสูง “พลังงานที่นี่เข้มข้นมาก” ไลรากล่าว มือของเธอแตะที่ด้ามกริชอย่างระมัดระวัง “ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน” คาเอลยืนกอดอก ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาจับจ้องไปยังท้องฟ้า ​“อีกไม่นานสุริยคราสก็จะสมบูรณ์” เอลาริสยืนอยู่ใจกลางของแท่นบูชาหินผลึกที่ส่องแสงเรืองรอง เธอกำคทาสุริยันจันทราแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความประหม่า บทมนตร์แห่งการเชื่อมต่อกับกลุ่มดาวทั้งสิบสองราศียังคงดังก้องอยู่ในจิตใจของเธอ เธอได้ฝึกฝนมันมาตลอดทาง และตอนนี้ถึงเวลาที่จะใช้มันแล้ว

“ข้าพร้อมแล้ว” เอลาริสกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ฟาเอลันพยักหน้า ‍“จงจำไว้เอลาริส บทมนตร์นี้ต้องการสมาธิสูงสุด และพลังงานที่บริสุทธิ์ หากมีสิ่งใดมารบกวนแม้แต่น้อย ประตูมิติอาจจะไม่สมบูรณ์ หรืออาจจะนำพาเราไปยังสถานที่ที่ไม่คาดคิด” เอลาริสหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอสัมผัสถึงพลังงานจากคทาที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ ‌เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับดวงจันทร์ทั้งสองดวงที่กำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวบนท้องฟ้า และดวงดาวนับล้านที่กระพริบระยิบระยับอยู่เบื้องบน เมื่อเธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายสีทองและเงินเจิดจรัสกว่าที่เคย เธอเริ่มร่ายมนตร์แห่งการเชื่อมต่อ เสียงของเธอดังก้องไปทั่วที่ราบสูง ราวกับบทเพลงโบราณที่กำลังปลุกโลกให้ตื่นขึ้น

“โอ้ กลุ่มดาวแห่งราศีเมษ ผู้กล้าหาญ ‍จงนำพาพลัง! กลุ่มดาวแห่งราศีพฤษภ ผู้มั่นคง จงมอบความแข็งแกร่ง! กลุ่มดาวแห่งราศีเมถุน ผู้ส่องทาง จงมอบปัญญา! กลุ่มดาวแห่งราศีกรกฎ ผู้ปกป้อง จงมอบความเมตตา! กลุ่มดาวแห่งราศีสิงห์ ผู้ยิ่งใหญ่ ​จงมอบความกล้าหาญ! กลุ่มดาวแห่งราศีกันย์ ผู้บริสุทธิ์ จงมอบความละเอียดอ่อน! กลุ่มดาวแห่งราศีตุลย์ ผู้สมดุล จงมอบความยุติธรรม! กลุ่มดาวแห่งราศีพิจิก ผู้ลึกลับ จงมอบความเข้าใจ! กลุ่มดาวแห่งราศีธนู ผู้แสวงหา ​จงมอบอิสรภาพ! กลุ่มดาวแห่งราศีมังกร ผู้ทะเยอทะยาน จงมอบความอดทน! กลุ่มดาวแห่งราศีกุมภ์ ผู้สร้างสรรค์ จงมอบความหวัง! กลุ่มดาวแห่งราศีมีน ผู้หยั่งรู้ จงมอบความเห็นอกเห็นใจ!”

ขณะที่เอลาริสร่ายมนตร์ กลุ่มดาวทั้งสิบสองราศีบนท้องฟ้าก็เริ่มเรืองแสงขึ้นทีละดวง ​แสงสีเงินและทองจากคทาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เชื่อมโยงกับกลุ่มดาวเหล่านั้น เกิดเป็นวงจรพลังงานขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วที่ราบสูง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน หินผลึกเรืองแสงสว่างจ้ายิ่งขึ้น แสงจากดวงจันทร์ทั้งสองที่กำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวสาดส่องลงมายังแท่นบูชาที่เอลาริสยืนอยู่ พลังงานจากสุริยันและจันทราหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็ฉีกขาดออก ปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายสีรุ้งราวกับประตูมิติ ประตูนั้นหมุนวนอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพเบื้องหลังที่ไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับล้าน “ประตูเปิดแล้ว!” ฟาเอลันตะโกนด้วยความตื่นเต้น แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ก้าวเข้าสู่ประตูมิติ เสียงคำรามอันชั่วร้ายก็ดังก้องไปทั่วที่ราบสูง แสงสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากเบื้องหลัง “มาลากอร์!” คาเอลคำราม เขาใช้โล่ป้องกันการโจมตีจากพลังงานมืดนั้น ร่างของราชาปีศาจมาลากอร์ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้า มันมีขนาดมหึมา ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะสีดำทมิฬ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกไหม้ และปีกคู่ใหญ่ของมันแผ่ขยายออกไปจนบดบังแสงจันทร์

“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นงั้นหรือ ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” เสียงของมาลากอร์ดังก้อง ราวกับเสียงฟ้าร้อง “บัลลังก์แห่งดวงดาวจะไม่มีวันต้อนรับเจ้า และชะตากรรมของโลกใบนี้คือการจมดิ่งสู่ความมืดมิดนิรันดร์!” มาลากอร์พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาในทันที มันปล่อยกระแสพลังงานมืดออกมาจากมือ พลังงานนั้นรุนแรงจนแทบจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นเสี่ยงๆ “ทุกคน! เข้าไปในประตูมิติ!” เอลาริสตะโกน “ข้าจะถ่วงเวลาไว้” “ไม่ได้เอลาริส! เจ้าจะสู้มันคนเดียวไม่ได้!” คาเอลค้าน “ข้าต้องทำ! ถ้าพวกเราเข้าไปพร้อมกัน มันอาจจะทำลายประตูมิติได้” เอลาริสกล่าว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “รีบไป!”

คาเอล ไลรา และฟาเอลันมองหน้ากันด้วยความลังเล แต่เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของเอลาริส พวกเขาก็รู้ว่าไม่มีทางเลือก “ระวังตัวด้วยเอลาริส!” ไลราร้องบอกก่อนที่เธอและคาเอลจะพุ่งผ่านประตูมิติไป ฟาเอลันร่ายมนตร์ป้องกันสุดท้ายให้เอลาริสก่อนที่จะตามเข้าไป เอลาริสยืนอยู่เพียงลำพังบนที่ราบสูงแห่งแสงทิพย์ เผชิญหน้ากับราชาปีศาจมาลากอร์ที่กำลังพุ่งเข้าหาเธอ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจรัส แสงจากคทาดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับร่างอันมหึมาของมาลากอร์ แต่พลังที่แผ่ออกมาจากมันกลับยิ่งใหญ่เกินกว่าขนาด

“เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ เด็กน้อย” มาลากอร์หัวเราะเยาะ “พลังของเจ้าไม่อาจเทียบกับข้าได้” “ข้าอาจจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้!” เอลาริสประกาศกร้าว เธอรวบรวมพลังทั้งหมดในกาย แสงจากคทาพุ่งออกมาเป็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ พุ่งเข้าใส่มาลากอร์ มาลากอร์ยกมือขึ้นป้องกันลำแสงนั้น แสงนั้นกระแทกเข้ากับเกราะของมัน เกิดเสียงดังสนั่น แต่มันก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ “น่าสนใจ” มาลากอร์กล่าว “แต่แค่นี้ยังไม่พอ” มันยกมือขึ้นอีกครั้ง และปล่อยกระแสพลังงานมืดเข้าใส่เอลาริส พลังงานนั้นรุนแรงจนแทบจะทำให้เธอทรุดตัวลง แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ด้วยความมุ่งมั่นและพลังจากคทาที่ปกป้องเธอ

เอลาริสรู้ว่าเธอไม่สามารถเอาชนะมาลากอร์ได้ในตอนนี้ เป้าหมายของเธอคือการถ่วงเวลาจนกว่าประตูมิติจะปิดลง เธอเริ่มร่ายมนตร์ป้องกันที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น สร้างเกราะพลังงานแสงขึ้นมารอบตัวเธอ เกราะนั้นเปล่งประกายสีเงินและทอง สลับกันไป มาลากอร์ยังคงโจมตีเธออย่างต่อเนื่อง พลังงานมืดพุ่งเข้าใส่เกราะพลังงานของเธอ เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วที่ราบสูง หินผลึกรอบๆ ตัวเธอแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เอลาริสรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างกาย พลังของเธอเริ่มลดลง แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ เธอจ้องมองไปยังประตูมิติที่กำลังจะปิดลงอย่างช้าๆ “เกือบแล้ว” เธอคิด “อีกนิดเดียว”

มาลากอร์เห็นท่าทางที่มุ่งมั่นของเอลาริส มันโกรธจัด มันปล่อยพลังงานมหาศาลเข้าใส่เธออีกครั้ง พลังงานนั้นรุนแรงกว่าที่เคย เกราะพลังงานของเอลาริสเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เอลาริสกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะฉีกขาด แต่เธอก็ยังคงกำคทาแน่น เธอรู้ว่าเธอต้องอดทนอีกนิดเดียว ประตูมิติใกล้จะปิดลงแล้ว เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ ที่กำลังจะหายไป มาลากอร์พุ่งเข้าใส่เอลาริสด้วยความเร็วที่น่าตกใจ กรงเล็บอันแหลมคมของมันกำลังจะฉีกกระชากเธอให้เป็นชิ้นๆ แต่ในวินาทีสุดท้ายที่มันกำลังจะถึงตัวเธอ ประตูมิติก็ปิดลงสนิท! เอลาริสถูกพลังงานมืดของมาลากอร์ซัดกระเด็นไปไกล ร่างกายของเธอเจ็บปวดไปหมด แต่เธอก็ยังคงมีสติ เธอเห็นมาลากอร์คำรามด้วยความโกรธแค้นที่ประตูมิติปิดลง

“เจ้าจะไม่มีวันหนีข้าพ้น!” มาลากอร์คำราม “ข้าจะตามไปทำลายเจ้าถึงบัลลังก์แห่งดวงดาว!” เอลาริสพยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเธอบาดเจ็บสาหัส เธอรู้สึกถึงพลังงานที่เริ่มร่อยหรอ คทาในมือของเธอก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มาลากอร์เริ่มรวบรวมพลังงานมหาศาลอีกครั้ง เพื่อพยายามจะเปิดประตูมิติใหม่ เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอไม่สามารถปล่อยให้มาลากอร์ตามเธอเข้าไปในบัลลังก์แห่งดวงดาวได้ เธอรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ เธอชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ “แสงสุริยันจันทรา! จงชำระล้าง!” เธอร่ายมนตร์ พลังงานแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากคทาเข้าใส่มาลากอร์ มันไม่ใช่แค่การโจมตี แต่เป็นการผนึกชั่วคราว

แสงนั้นสว่างจ้าจนบดบังทุกสิ่ง มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยแสงนั้น มันพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากแสงนั้นได้ เมื่อแสงสว่างจางลง มาลากอร์ก็หายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าบนที่ราบสูงแห่งแสงทิพย์ เอลาริสทรุดตัวลง หายใจหอบถี่ คทาในมือของเธอสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังงานของเธอหมดลงแล้ว แต่เธอก็ทำสำเร็จ เธอสามารถถ่วงเวลาและผนึกมาลากอร์ไว้ได้ชั่วคราว ทำให้เพื่อนของเธอปลอดภัย และทำให้เธอสามารถเข้าสู่บัลลังก์แห่งดวงดาวได้ เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดวงจันทร์ทั้งสองดวงได้รวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว แสงของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่สาดส่องลงมาบนที่ราบสูง เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนแรง เธอมองไปยังประตูมิติที่หายไป เธอรู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบลง แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!