โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,045 คำ
คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสส่องประกายเจิดจ้า พลังงานอันมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่กายของเธอ ทำให้เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งกับคทาและโลกทั้งใบ เมื่อแสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องต้องยอดเขาแห่งแสงรุ่งอรุณ คทาก็สั่นสะท้านเบาๆ ราวกับมีชีวิต แล้วภาพมายาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของเอลาริส มันเป็นภาพจากอดีตกาลที่ถูกจารึกไว้ในคทา
เธอเห็นภาพของราชวงศ์โบราณของเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง พวกเขารวมพลังกันต่อสู้กับมาลากอร์ ราชาปีศาจผู้ซึ่งมีอำนาจมืดมิดไร้ขีดจำกัด การต่อสู้นั้นดุเดือดและยาวนาน โลกถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและสิ้นหวัง ผู้คนล้มตายไปมากมาย
แล้วภาพก็เปลี่ยนไป เธอเห็นบรรพบุรุษคนสุดท้ายของเธอ 'ราชินีเอลาริเน่' ผู้ซึ่งมีใบหน้าคล้ายเธอราวกับฝาแฝด ราชินีเอลาริเน่ถือคทาสุริยันจันทราในมือ ดวงตาของเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความกล้าหาญ เธอร่ายเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าที่สามารถผนึกมาลากอร์ไว้ในมิติแห่งความมืดมิดได้สำเร็จ
แต่ชัยชนะนั้นก็มาพร้อมกับความสูญเสีย ราชินีเอลาริเน่ใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อผนึกมาลากอร์ ร่างกายของเธออ่อนแอลงอย่างมาก ก่อนที่เธอจะจากไป เธอได้ฝากคำทำนายสุดท้ายไว้ว่า "เมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่มาเยือน มาลากอร์จะกลับมาอีกครั้ง และทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์จะปรากฏตัวขึ้น เพื่อถือครองคทาสุริยันจันทราและหยุดยั้งหายนะที่จะมาถึง"
ภาพมายาเลือนหายไป เอลาริสลืมตาขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้สึกว่าเธอได้เชื่อมโยงกับบรรพบุรุษของเธอ และรับรู้ถึงภาระอันยิ่งใหญ่ที่เธอต้องแบกรับ
"เอลาริส เจ้าเป็นอะไรไป?" คาเรนถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าของเธอที่ซีดเซียว
"ข้า... ข้าเห็นอดีต" เอลาริสตอบเสียงแผ่วเบา "ข้าเห็นบรรพบุรุษของข้า ราชินีเอลาริเน่ ผู้ซึ่งผนึกมาลากอร์ไว้ในมิติแห่งความมืดมิด"
ไลร่ามองเอลาริสด้วยความทึ่ง "ราชินีเอลาริเน่! นั่นคือราชินีผู้เป็นตำนาน! เธอคือผู้ที่ใช้คทาสุริยันจันทราผนึกมาลากอร์ไว้เมื่อหลายพันปีก่อน"
"ใช่แล้ว" เอลาริสพยักหน้า "และข้าก็ได้เห็นคำทำนายของเธอด้วย... เมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่มาเยือน มาลากอร์จะกลับมาอีกครั้ง และข้า... ข้าคือทายาทคนสุดท้ายที่จะต้องหยุดยั้งเขา"
ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ ความจริงที่เอลาริสบอกนั้นทำให้พวกเขารับรู้ถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์มากยิ่งขึ้น
"สุริยคราสแห่งจันทร์คู่..." ฟินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าได้ยินมาว่ามันจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
คำพูดของฟินน์ทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจ เวลาของพวกเขามีน้อยลงกว่าที่คิดไว้มาก
"เราต้องรีบแล้ว" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น "เราต้องหาทางหยุดยั้งมาลากอร์ ก่อนที่เขาจะถูกปลดปล่อยออกมาจากมิติแห่งความมืดมิด"
พวกเขาตัดสินใจเดินทางกลับไปยังฐานลับของอาจารย์เซเดน เพื่อปรึกษาหารือกันถึงแผนการต่อไป เส้นทางกลับนั้นเร็วกว่าขามามาก เพราะพวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องการค้นหาเส้นทางอีกต่อไป และเอลาริสก็สามารถใช้พลังของคทาสุริยันจันทราเพื่อสร้างโล่ป้องกันและชำระล้างสิ่งชั่วร้ายที่ขวางทางได้
เมื่อพวกเขากลับมาถึงฐานลับของอาจารย์เซเดน อาจารย์กำลังนั่งรอพวกเขาอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
"เจ้ากลับมาแล้ว" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก เมื่อเห็นเอลาริสถือคทาสุริยันจันทราในมือ "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของคทา"
เอลาริสเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้เห็นในภาพมายาจากคทา และคำทำนายของราชินีเอลาริเน่ให้อาจารย์เซเดนฟัง อาจารย์ฟังด้วยความตั้งใจ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
"คำทำนายนั้นเป็นจริง" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกห้าวันข้างหน้า และเมื่อถึงเวลานั้น พลังผนึกของราชินีเอลาริเน่ก็จะอ่อนแอลง มาลากอร์จะถูกปลดปล่อยออกมาจากมิติแห่งความมืดมิด"
คำพูดของอาจารย์เซเดนทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจอีกครั้ง ห้าวัน... พวกเขามีเวลาเพียงห้าวันเท่านั้นที่จะหยุดยั้งราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
"เราจะทำอย่างไรดีคะอาจารย์?" เอลาริสถามด้วยน้ำเสียงกังวล
อาจารย์เซเดนถอนหายใจ "มาลากอร์นั้นมีพลังมหาศาล เกินกว่าที่ใครจะสามารถเอาชนะได้ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว เราจะต้องหาวิธีที่จะผนึกเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เราจะต้องผนึกเขาอย่างถาวร"
"มีวิธีผนึกเขาอย่างถาวรด้วยหรือคะ?" ไลร่าถามด้วยความหวัง
"มี" อาจารย์เซเดนพยักหน้า "แต่เราจะต้องใช้ 'หินผลึกแห่งแสง' ซึ่งเป็นหินผลึกโบราณที่เต็มไปด้วยพลังเวทบริสุทธิ์ของแสง มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างถาวร"
"หินผลึกแห่งแสงอยู่ที่ไหนคะ?" เอลาริสถาม
"มันถูกซ่อนอยู่ใน 'วิหารแห่งเงา' ซึ่งเป็นวิหารลับที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์โบราณเพื่อซ่อนหินผลึกแห่งแสงจากมาลากอร์" อาจารย์เซเดนตอบ "แต่วิหารแห่งนั้นถูกปกป้องด้วยเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง และมีเพียงผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้"
"ข้าจะไปนำหินผลึกแห่งแสงมาเองค่ะอาจารย์" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อเปิดทางเข้าไปในวิหารแห่งเงา"
"ข้าจะไปกับเจ้าด้วย" คาเรนกล่าว
"ข้าด้วย" ไลร่าเสริม
"และข้า" ฟินน์กล่าว
อาจารย์เซเดนยิ้ม "ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกคนจะร่วมเดินทางไปกับเอลาริส แต่คราวนี้เราจะต้องแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะไปนำหินผลึกแห่งแสง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะต้องเตรียมการป้องกัน และเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย"
"อาจารย์หมายความว่าอย่างไรคะ?" เอลาริสถาม
"มาลากอร์ไม่ได้รอให้สุริยคราสมาถึงเพียงอย่างเดียวหรอกนะ" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เขาจะต้องส่งสมุนของเขาออกมาเพื่อสร้างความวุ่นวายและเตรียมการสำหรับการกลับมาของเขา เราจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพวกมัน"
"งั้นข้าจะไปกับเอลาริส เพื่อนำหินผลึกแห่งแสง" คาเรนกล่าว "ข้าจะปกป้องเธอเอง"
"ข้าก็จะไปกับเอลาริสด้วย" ไลร่าเสริม "ข้าจะใช้ความรู้ของข้าช่วยนำทางและไขปริศนาต่างๆ ในวิหารแห่งเงา"
"งั้นข้าจะอยู่กับอาจารย์เซเดน เพื่อเตรียมการป้องกัน" ฟินน์กล่าว "ข้าจะใช้ความสามารถในการเป็นพรานของข้าช่วยในการวางแผนรับมือกับพวกสมุนของมาลากอร์"
อาจารย์เซเดนพยักหน้า "ดีมาก นี่คือแผนการของเรา เอลาริส คาเรน และไลร่าจะไปที่วิหารแห่งเงา เพื่อนำหินผลึกแห่งแสงมาให้ได้ ฟินน์จะอยู่กับข้า เพื่อเตรียมการป้องกันและรับมือกับสมุนของมาลากอร์"
"แต่เราจะไปวิหารแห่งเงาได้อย่างไรคะอาจารย์?" เอลาริสถาม "เราไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"
อาจารย์เซเดนยิ้ม "ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน มันถูกซ่อนอยู่ใน 'ป่าต้องห้าม' ซึ่งเป็นป่าที่มีเวทมนตร์แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันตราย แต่ข้ามีแผนที่โบราณที่จะนำทางพวกเจ้าไปได้"
อาจารย์เซเดนหยิบแผนที่เก่าๆ เล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แผนที่นั้นทำจากหนังและมีอักษรโบราณจารึกไว้
"นี่คือแผนที่โบราณที่จะนำทางพวกเจ้าไปที่วิหารแห่งเงา" อาจารย์เซเดนกล่าว "จงระวังให้มาก ป่าต้องห้ามนั้นอันตรายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้"
เอลาริสรับแผนที่มาไว้ในมือ เธอรู้สึกถึงพลังเวทอันเก่าแก่ที่แผ่ออกมาจากแผนที่เล่มนั้น
"ขอบคุณค่ะอาจารย์" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "เราจะนำหินผลึกแห่งแสงกลับมาให้ได้"
คืนนั้น พวกเขาพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ เอลาริสนอนไม่หลับ เธอนึกถึงคำทำนายของราชินีเอลาริเน่ และภาพของมาลากอร์ที่เธอได้เห็นในภาพมายา เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึง และเธอจะต้องเป็นผู้ที่หยุดยั้งมันให้ได้
ขณะที่เอลาริสนั่งอยู่เงียบๆ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอก็ส่องประกายระยิบระยับอีกครั้ง แล้วภาพมายาอีกชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของเธอ
เธอเห็นภาพของมาลากอร์ที่กำลังฟื้นคืนชีพในมิติแห่งความมืดมิด ร่างกายของเขาค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงก่ำด้วยความชั่วร้ายและโทสะ เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของเขาก้องกังวานไปทั่วทุกมิติ
"ในที่สุดข้าก็จะกลับมาอีกครั้ง!" มาลากอร์คำราม "โลกแห่งแสงสว่างจะต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้า! และไม่มีใครหน้าไหนจะสามารถหยุดยั้งข้าได้!"
ภาพมายาเลือนหายไป เอลาริสลืมตาขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ และเธอจะต้องเป็นผู้ที่หยุดยั้งเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามา เอลาริสยืนหยัดอย่างสง่างาม ถือคทาสุริยันจันทราในมือ เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า เธอจะเดินทางไปยังป่าต้องห้าม เพื่อนำหินผลึกแห่งแสงมาให้ได้ และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง และปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักรอย่างถาวร

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก