โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,114 คำ
หลังจากชัยชนะเหนือมาลาคอสที่ทะเลสาบแห่งจันทรา กลุ่มของเอลาริสก็ไม่ได้พักผ่อนนานนัก พวกเขารู้ว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ และมาลากอร์จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือ 'ป่าแห่งสุริยัน' สถานที่ที่พลังสุริยันเข้มข้นที่สุดในโลก
การเดินทางสู่ป่าแห่งสุริยันนั้นแตกต่างจากการเดินทางสู่ทะเลสาบแห่งจันทราอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นป่าทึบและอากาศเย็นสบาย ป่าแห่งสุริยันกลับเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่เปล่งประกายสีทองอร่าม อากาศร้อนอบอ้าวราวกับอยู่ในทะเลทราย และมีกลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ พื้นดินเป็นสีแดงเข้มราวกับถูกเผาไหม้ด้วยเปลวไฟ และมีหินภูเขาไฟสีดำสนิทกระจายอยู่ทั่วไป "ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเตาหลอมเลย" เฟย์ร่าบ่นพลางใช้มือพัดหน้า "พลังสุริยันที่นี่ร้อนแรงจนแทบจะเผาไหม้พวกเราได้เลย" "ใช่ แต่ก็เป็นพลังที่บริสุทธิ์ที่สุดเช่นกัน" เอลาริสกล่าว เธอรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่าง แต่ก็มีความรู้สึกที่คุ้นเคยและเป็นส่วนหนึ่งของเธอเองเช่นกัน "ฉันรู้สึกได้ถึงมัน มันดึงดูดฉันเข้าไป" เลโอนาร์ดกางแผนที่ออกดู "ตามแผนที่ เราต้องเดินทางผ่านป่าแห่งนี้ไปอีกสองวันจึงจะถึงใจกลางป่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'ศิลาแห่งสุริยัน' สถานที่ที่พลังสุริยันเข้มข้นที่สุด" ซาเรลยังคงระมัดระวังภัยรอบด้าน "ฉันรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจับตาดูเราอยู่...บางสิ่งที่ร้อนแรงและอันตราย"
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามที่ดุดัน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของปีศาจที่พวกเขาเคยพบเจอ แต่มันเป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงและพลังงาน ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีแดงฉานก็พวยพุ่งขึ้นมาจากพุ่มไม้เบื้องหน้า เผยให้เห็นร่างของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา มันมีรูปร่างคล้ายสิงโตขนาดใหญ่ ปกคลุมด้วยเปลวไฟที่ลุกโชนทั่วทั้งตัว ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง มันคือ 'พยัคฆ์เพลิง' สัตว์อสูรในตำนานที่เกิดจากพลังสุริยันอันเข้มข้นของป่าแห่งนี้ "ระวังตัว! นั่นคือพยัคฆ์เพลิง!" เลโอนาร์ดตะโกน "มันเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและดุดันมาก" พยัคฆ์เพลิงส่งเสียงคำราม พุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสอย่างรวดเร็ว มันอ้าปากกว้าง พ่นลูกไฟขนาดใหญ่เข้าใส่พวกเขา
เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่ป้องกันเปลวเพลิงขึ้นมา โล่นั้นเป็นสีทองอร่าม สะท้อนเปลวไฟของพยัคฆ์เพลิงออกไป เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าเข้าโจมตีพยัคฆ์เพลิงอย่างพร้อมเพรียง เลโอนาร์ดใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าที่ขาของมัน แต่ดาบก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับร่างที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟนั้นได้ ซาเรลยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ แต่ลูกศรก็ถูกเผาไหม้ไปในอากาศก่อนที่จะถึงเป้าหมาย เฟย์ร่าร่ายเวทมนตร์น้ำแข็งเพื่อพยายามดับเปลวไฟบนร่างของมัน แต่เปลวไฟก็กลับมาลุกโชนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว "มันแข็งแกร่งเกินไป!" เฟย์ร่าตะโกน "เวทมนตร์ของฉันไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย!" เอลาริสมองไปยังพยัคฆ์เพลิงที่กำลังคำรามอย่างดุดัน เธอรู้ว่าเธอต้องใช้พลังสุริยันของเธอเองเพื่อต่อสู้กับมัน เธอหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับพลังสุริยันที่ไหลเวียนอยู่ในตัวคทา และในตัวเธอเอง เธอรู้สึกถึงความร้อนแรง ความมุ่งมั่น และความปรารถนาที่จะปกป้อง
"พลังแห่งสุริยัน...จงคุ้มครองพวกเรา!" เอลาริสตะโกน แสงสีทองอันเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากคทาของเธอ มันแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองที่บริสุทธิ์ เปลวเพลิงนั้นไม่ได้ร้อนแรงจนทำร้าย แต่กลับเป็นเปลวเพลิงที่ให้ความอบอุ่นและพลังงาน พยัคฆ์เพลิงที่กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีชะงักไป ดวงตาของมันฉายแววความประหลาดใจและหวาดกลัว เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างลำแสงสีทองขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่พยัคฆ์เพลิง ลำแสงนั้นไม่ได้ทำร้ายมันด้วยการเผาไหม้ แต่กลับเป็นการดูดซับพลังงานจากร่างของมัน พยัคฆ์เพลิงส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เปลวไฟบนร่างของมันเริ่มอ่อนลง ร่างกายของมันเริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงแสงสีทองระยิบระยับที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนอากาศ
เอลาริสยืนหอบด้วยความเหนื่อยอ่อน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายสีทองนวลอย่างอ่อนโยน "เราชนะแล้ว!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความดีใจ เลโอนาร์ดและซาเรลเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ" เอลาริสมองไปยังป่าแห่งสุริยันที่กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัว เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวผ่านบททดสอบที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งแล้ว และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อไป 'ศิลาแห่งสุริยัน' และพลังที่รอคอยการปลดปล่อยจากที่นั่น
ในคืนนั้น พวกเขาพักแรมอยู่กลางป่าแห่งสุริยัน เอลาริสยังคงสัมผัสได้ถึงพลังสุริยันที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ มันช่วยฟื้นฟูพลังเวทของเธอที่ใช้ไปในการต่อสู้ เธอหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับพลังนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ราวกับว่าพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน รุ่งเช้า พวกเขาก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ศิลาแห่งสุริยันที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่น ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึง ศิลาแห่งสุริยันเป็นแท่งศิลาขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง มันสูงเสียดฟ้า ปลายยอดของมันเรืองแสงสีทองอร่ามราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ บรรยากาศรอบๆ ศิลาเต็มไปด้วยพลังสุริยันอันบริสุทธิ์ที่เข้มข้นจนสัมผัสได้
"นี่คือศิลาแห่งสุริยันจริงๆ" เฟย์ร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น เอลาริสก้าวเดินเข้าไปใกล้ศิลา เธอรู้สึกถึงพลังที่ดึงดูดเธอเข้าไป เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาเข้ม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า "ฉันต้องรีบแล้ว" เธอพึมพำ เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองจากคทาเปล่งประกายออกมา ส่องลงไปที่ศิลา ทันใดนั้น ศิลาแห่งสุริยันก็เริ่มเรืองแสงเป็นสีทองจ้า พลังสุริยันอันบริสุทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่คทาและเข้าสู่ร่างของเธออย่างไม่หยุดหย่อน เอลาริสรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของพลังสุริยัน ทั้งร่างกายและจิตใจของเธอถูกเติมเต็มด้วยพลังอันร้อนแรงแต่เปี่ยมด้วยความเมตตา เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ขณะที่เธอกำลังดูดซับพลังอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังขึ้นมาจากเบื้องบน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ดูเหมือนว่าเจ้าจะมาถึงที่นี่ได้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีกนะ ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" เงาร่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันคือปีศาจระดับสูงที่มีปีกสีดำทะมึนและดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีแดงเข้ม มันคือ 'มาลากอน' หนึ่งในขุนพลปีศาจที่ทรงพลังที่สุดของมาลากอร์ "มาลากอน!" เลโอนาร์ดกัดฟันกรอด "มันเป็นหนึ่งในปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด จงระวังตัวไว้เอลาริส" มาลากอนหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่าพลังเพียงแค่นี้จะหยุดยั้งพวกเราได้งั้นหรือ? มาลากอร์กำลังจะตื่นขึ้นแล้ว และไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพวกเราได้อีกต่อไป"
มาลากอนพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว มันง้างกรงเล็บที่แหลมคมหมายจะสังหารเธอ แต่เอลาริสไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว พลังสุริยันที่เธอเพิ่งได้รับมาทำให้เธอรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นใจ เธอหลบการโจมตีของมาลากอนได้อย่างฉิวเฉียด "ข้าจะไม่มีวันยอมให้แกทำร้ายโลกใบนี้!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง เธอใช้คทาสุริยันจันทราสร้างลำแสงสีทองที่ทรงพลังพุ่งเข้าใส่มาลากอน มาลากอนถูกลำแสงสีทองซัดกระเด็นไปไกล มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด "เป็นไปไม่ได้! พลังของเจ้า..." "นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น มาลากอน" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าจะหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม" มาลากอนลุกขึ้นยืน ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "เจ้าจะต้องเสียใจที่บังอาจขัดขวางพวกเรา!"
การต่อสู้ระหว่างเอลาริสและมาลากอนเริ่มต้นขึ้น ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวถูกปกคลุมด้วยเมฆพายุ พลังเวทสีทองของเอลาริสปะทะกับพลังความมืดของมาลากอนอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่พลังปะทะกัน ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าช่วยกันต่อสู้กับสมุนปีศาจที่มาลากอนเรียกออกมา พวกเขารู้ว่าพวกเขาต้องซื้อเวลาให้เอลาริสจัดการกับมาลากอนให้ได้ เอลาริสใช้พลังสุริยันที่เพิ่งได้รับมาอย่างเต็มที่ เธอสร้างโล่ป้องกันที่แข็งแกร่ง และโจมตีด้วยลำแสงที่ทรงพลัง เธอรู้สึกว่าเธอสามารถควบคุมพลังสุริยันได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นส่วนหนึ่งของเธอแล้ว ในที่สุด ด้วยพลังทั้งหมดที่เธอมี เอลาริสก็รวบรวมพลังสุริยันทั้งหมดเข้าไว้ในคทา แล้วปล่อยออกมาเป็นลำแสงสีทองขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่มาลากอนอย่างจัง มาลากอนส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล้วก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงควันสีดำที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนท้องฟ้า
เอลาริสยืนหอบด้วยความเหนื่อยอ่อน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายสีทองนวลอย่างอ่อนโยน "เราชนะแล้ว!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความดีใจ เลโอนาร์ดและซาเรลเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ" เอลาริสมองไปยังศิลาแห่งสุริยันที่กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัว เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวผ่านบททดสอบที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งแล้ว และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อไป 'ยอดเขาเงาเพลิง' และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก