ผืนป่าทุ่งหญ้าที่เคยเขียวขจีได้ถูกแทนที่ด้วยทิวทัศน์อันขาวโพลนของเทือกเขาอัศนีบาต ยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดกาลทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศหนาวจัดจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงลมพัดหวิวหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณ ความเงียบสงบอันเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่กระทบกับหิมะที่ดังเป็นจังหวะเท่านั้น
เอลาริสและสหายสวมเสื้อผ้าขนสัตว์หนาหนักที่ได้มาจากเมืองเล็กๆ ที่พวกเขาผ่านมา ก่อนจะเข้าสู่ดินแดนแห่งความหนาวเหน็บนี้ แม้จะมีการเตรียมตัวมาอย่างดี แต่ความหนาวเย็นก็ยังคงกัดกินเข้าไปถึงกระดูก พวกเขามองเห็นยอดเขาที่สูงที่สุดที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของ "วิหารแห่งลมหายใจแรก" มันสูงเสียดฟ้าจนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสวรรค์
"หนาวกว่าที่คิดไว้มาก" ลีโอพึมพำขณะดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดบังใบหน้า "ดาบของข้าแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็งแล้ว"
เซร่ากอดตัวเองแน่น "ตำราไม่ได้โกหก เทือกเขาอัศนีบาตสมชื่อดินแดนแห่งน้ำแข็งและหิมะจริงๆ"
ควิลล์ผู้ซึ่งเป็นเอลฟ์และคุ้นเคยกับธรรมชาติมากกว่ามนุษย์ ก็ยังคงรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่รุนแรง เขาเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง คอยสังเกตการณ์รอบๆ เพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจซ่อนอยู่ใต้หิมะ
เอลาริสใช้พลังแห่งเงาจันทราในการสร้างม่านเวทมนตร์บางเบาเพื่อช่วยลดความหนาวเย็นที่กัดกินร่างกายของพวกเขา มันเป็นพลังที่เธอเพิ่งเรียนรู้ แต่ก็ช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้ มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
"พลังที่นี่บริสุทธิ์มาก" เอลาริสกล่าว "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังแห่งธรรมชาติที่เข้มข้น"
"มันอาจจะเป็นเพราะวิหารแห่งลมหายใจแรก" เซร่ากล่าว "ตำนานกล่าวว่าวิหารแห่งนั้นเป็นสถานที่ที่พลังเวทของโลกยังคงบริสุทธิ์และไม่ถูกแปดเปื้อน"
พวกเขาเริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เส้นทางเต็มไปด้วยก้อนหินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะที่ลึกจนบางครั้งก็จมไปถึงเข่า การปีนป่ายนั้นยากลำบากและกินพลังงานอย่างมาก แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่น
ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติหลายอย่าง พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างไม่คาดคิด ทำให้พวกเขาต้องหาที่หลบภัยใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ หิมะถล่มจากยอดเขาสูงลงมาอย่างน่ากลัว ทำให้พวกเขาต้องรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
"นี่มันไม่ใช่แค่การเดินทางธรรมดาแล้ว" ลีโอพึมพำขณะปัดหิมะออกจากตัว "มันเป็นการเอาชีวิตรอด"
"เราจะผ่านมันไปได้" เอลาริสกล่าว เธอหยิบแผนที่ที่ได้มาจากหอสมุดแห่งความทรงจำขึ้นมาดูอีกครั้ง แผนที่นั้นแสดงเส้นทางที่คดเคี้ยวและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาด
"แผนที่นี้ไม่ละเอียดพอ" ควิลล์กล่าว "เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ"
เอลาริสใช้พลังแห่งเงาจันทราในการรับรู้ถึงเส้นทางที่ปลอดภัย เธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่อ่อนโยนที่นำทางเธอไปสู่เส้นทางที่ซ่อนเร้น มันเป็นเหมือนเสียงกระซิบของธรรมชาติที่บอกให้เธอรู้ว่าควรจะไปทางไหน
พวกเขาเดินตามเส้นทางที่เอลาริสสัมผัสได้ มันเป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่มีใครเคยเดินผ่านมา มันนำพาพวกเขาเข้าไปในหุบเขาที่ซ่อนเร้น ซึ่งเป็นที่ที่ลมสงบและหิมะไม่ลึกมากนัก
"ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส!" เซร่ากล่าว "พลังของเจ้าช่วยเราได้มากจริงๆ"
เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอเริ่มรู้สึกมั่นใจในพลังของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ดีว่าพลังแห่งเงาจันทรานั้นมิได้มีไว้เพียงเพื่อการต่อสู้ แต่ยังเป็นพลังแห่งการนำทางและการปกป้อง
ในคืนนั้น พวกเขากางเต็นท์พักแรมในถ้ำน้ำแข็งขนาดเล็กที่ควิลล์ค้นพบ ถ้ำนั้นช่วยให้พวกเขาหลบหนีจากลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำได้ พวกเขาก่อกองไฟขนาดเล็กเพื่อสร้างความอบอุ่น และแบ่งปันอาหารที่พวกเขามีอยู่
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาอยู่ในสถานที่แบบนี้" ลีโอกล่าวขณะจิบน้ำชาอุ่นๆ "มันทั้งสวยงามและน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน"
"มันคือความงดงามของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกแปดเปื้อน" เซร่ากล่าว "เราโชคดีที่ได้มาเห็นมัน"
เอลาริสมองไปยังเปลวไฟที่กำลังลุกโชน เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอรู้สึกขอบคุณเพื่อนร่วมทางของเธอที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา
"พวกเจ้าคิดว่าคทาสุริยันจันทราจะอยู่ที่นั่นจริงๆ หรือ?" เอลาริสถาม
"ตำนานกล่าวเช่นนั้น" เซร่าตอบ "วิหารแห่งลมหายใจแรกเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และถูกเก็บซ่อนไว้จากโลกภายนอก มันเป็นสถานที่ที่สมควรแก่การเก็บรักษาสิ่งของล้ำค่าเช่นคทานั้น"
"แต่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบททดสอบ" ลีโอกล่าว "ตำนานยังกล่าวถึงบททดสอบแห่งพันธสัญญา ที่ทายาทแห่งราชวงศ์ทุกคนจะต้องผ่าน"
"ข้ารู้" เอลาริสกล่าว "ข้าอ่านเจอในหนังสือประวัติศาสตร์ราชวงศ์ที่หอสมุดแห่งความทรงจำ"
"เจ้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันหรือ?" ควิลล์ถาม
เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามที่จะนึกถึงสิ่งที่เธอเห็นในนิมิต ภาพของวิหารโบราณที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ภาพของคทาสุริยันจันทราที่เปล่งประกายเจิดจ้า และภาพของมาลากอร์ที่กำลังหัวเราะอย่างชั่วร้าย
"ข้าต้องพร้อม" เอลาริสกล่าว "เพื่อโลกใบนี้ และเพื่อบรรพบุรุษของข้า"
รุ่งเช้าของวันถัดมา พวกเขาออกเดินทางอีกครั้ง เส้นทางเริ่มยากลำบากยิ่งขึ้น พวกเขาต้องปีนป่ายหน้าผาที่สูงชันและเดินผ่านช่องเขาที่แคบและลึก แต่นักรบผู้กล้าหาญทั้งสามต่างก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของพวกเขา
ลีโอใช้ความแข็งแกร่งของเขาในการปีนป่ายและช่วยเพื่อนร่วมทางของเขา เซร่าใช้เวทมนตร์ในการสร้างบันไดน้ำแข็งชั่วคราวและละลายหิมะที่ขวางทาง ส่วนควิลล์ใช้ความปราดเปรียวของเขาในการสำรวจเส้นทางข้างหน้าและหาจุดยึดเกาะที่มั่นคง
เอลาริสใช้พลังแห่งเงาจันทราในการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรง และใช้พลังในการสร้างม่านเวทมนตร์บางเบาเพื่อปกป้องพวกเขาจากลมหนาวที่พัดโหมกระหน่ำ นอกจากนี้ เธอยังใช้พลังในการหยั่งรู้ถึงอันตรายที่อาจซ่อนอยู่ เช่น รอยร้าวบนแผ่นน้ำแข็งที่อาจทำให้พวกเขาตกลงไปในหุบเหวนรก
ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาได้พบกับสัตว์วิเศษแห่งน้ำแข็งหลายชนิด สัตว์เหล่านั้นมีรูปร่างแปลกประหลาดและดุร้าย แต่ส่วนใหญ่พวกมันก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกเขา เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่แข็งแกร่งของเอลาริส
แต่แล้ว พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่คาดคิด เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นมาจากด้านหลัง ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งเริ่มเคลื่อนที่ไปมา เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานและเขี้ยวที่แหลมคมของ "โกเล็มน้ำแข็ง" สัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำแข็งและหิน
"โกเล็มน้ำแข็ง!" เซร่าอุทานด้วยความตกใจ "ตำนานกล่าวว่าพวกมันเป็นผู้พิทักษ์แห่งเทือกเขาแห่งนี้!"
โกเล็มน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว ร่างกายของมันสูงใหญ่ราวกับต้นไม้ และทุกครั้งที่มันก้าวเดิน แผ่นดินก็จะสั่นสะเทือน
"ทุกคนระวัง!" ลีโอตะโกน เขาชักดาบของเขาออกมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
โกเล็มน้ำแข็งฟาดแขนขนาดใหญ่ของมันเข้าใส่พวกเขา เอลาริสใช้พลังแห่งเงาจันทราในการสร้างเกราะป้องกัน แต่เกราะนั้นก็สั่นคลอนอย่างรุนแรงจากการโจมตีของโกเล็มน้ำแข็ง
"พลังของมันแข็งแกร่งมาก!" เอลาริสกล่าว
"เราต้องหาจุดอ่อนของมัน!" ควิลล์กล่าว เขาพยายามยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของโกเล็มน้ำแข็ง แต่ลูกธนูของเขาก็ไม่สามารถทะลุผ่านเกราะน้ำแข็งที่แข็งแกร่งของมันได้
เซร่าร่ายมนตร์ไฟขนาดใหญ่เข้าใส่โกเล็มน้ำแข็ง แต่ไฟนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้มากนัก โกเล็มน้ำแข็งดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ
"มันทำจากน้ำแข็งและหิน" เซร่ากล่าว "เวทมนตร์ไฟอาจจะทำอะไรมันไม่ได้มากนัก"
"แล้วเราจะทำอย่างไร?" ลีโอถาม
เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามที่จะใช้พลังแห่งเงาจันทราในการสัมผัสถึงจุดอ่อนของโกเล็มน้ำแข็ง เธอรู้สึกได้ถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของมัน และสัมผัสได้ถึงจุดหนึ่งที่พลังเวทของมันอ่อนแอที่สุด
"มันมีจุดอ่อนอยู่ที่กลางหน้าอก!" เอลาริสตะโกน "มีแกนพลังเวทซ่อนอยู่ข้างใน!"
"เราต้องโจมตีที่นั่น!" ลีโอพุ่งตัวเข้าใส่โกเล็มน้ำแข็งอย่างกล้าหาญ เขาพยายามที่จะปีนป่ายขึ้นไปบนร่างของมัน
โกเล็มน้ำแข็งพยายามที่จะปัดลีโอออกไป แต่ลีโอก็ยึดเกาะกับร่างของมันได้อย่างมั่นคง ควิลล์ยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของโกเล็มน้ำแข็งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของมัน ส่วนเซร่าร่ายมนตร์น้ำแข็งเพื่อตรึงขาของโกเล็มน้ำแข็งไว้ชั่วคราว
เมื่อลีโอปีนขึ้นไปถึงหน้าอกของโกเล็มน้ำแข็ง เขาก็ฟันดาบของเขาเข้าใส่จุดอ่อนที่เอลาริสบอก เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้น ดาบของลีโอสามารถทะลุผ่านเกราะน้ำแข็งของมันได้ และโจมตีเข้าที่แกนพลังเวทที่ซ่อนอยู่ข้างใน
โกเล็มน้ำแข็งคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายออกเป็นชิ้นๆ แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายออกมาจากร่างของมัน ก่อนที่มันจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และสลายไปในอากาศ
พวกเขาทั้งสี่ต่างรู้สึกโล่งใจที่การต่อสู้สิ้นสุดลง ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้า แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไปสู่ยอดเขา
"เราทำสำเร็จอีกแล้ว" ลีโอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ใช่" เอลาริสกล่าว "แต่เรายังคงมีเส้นทางที่ต้องก้าวเดินต่อไป"
เมื่อพวกเขาเดินต่อไปอีกไม่นาน พวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางเข้าสู่ "วิหารแห่งลมหายใจแรก" มันเป็นประตูหินขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลักด้วยสัญลักษณ์โบราณที่งดงาม ประตูนั้นถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะหนาแน่น
"นี่แหละคือวิหารแห่งลมหายใจแรก" เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ประตูหิน เธอสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากประตู มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และเก่าแก่ราวกับเวลา
เธอใช้พลังแห่งเงาจันทราสัมผัสกับประตู และในขณะนั้นเอง สัญลักษณ์โบราณบนประตูก็เริ่มเรืองแสงขึ้น แสงนั้นเป็นประกายสีเงินยวงที่งดงาม ก่อนที่ประตูหินขนาดใหญ่จะเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเข้าอุโมงค์มืดมิดที่ทอดยาวเข้าไปในวิหาร
"ในที่สุดเราก็มาถึง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "บททดสอบแห่งพันธสัญญากำลังรอเราอยู่"
พวกเขาทั้งสี่ต่างเดินเข้าไปในอุโมงค์มืดมิด ความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลใจผสมปนเปกันไป พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ข้างในนั้นไม่ใช่แค่คทาสุริยันจันทรา แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเอลาริสเอง และการพิสูจน์ความคู่ควรที่จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งโลกใบนี้

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก