คทาสุริยัน

ตอนที่ 151 — เปิดผนึกคัมภีร์แห่งเงาในหุบเหว

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,167 คำ

การก้าวเข้าสู่หุบเหวแห่งความเงียบงันนั้น ราวกับก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง อากาศที่นี่เย็นยะเยือกและหนักอึ้ง หมอกหนาทึบปกคลุมทุกสิ่งจนมองแทบไม่เห็นอะไรนอกจากเงารางเลือนของหินผาและต้นไม้ที่บิดเบี้ยว สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือความเงียบงันที่แท้จริง ไม่มีเสียงลมพัด ไม่มีเสียงน้ำไหล ไม่มีแม้แต่เสียงแมลงร้อง ‌ราวกับเสียงทุกเสียงได้ถูกกลืนกินไปโดยหุบเหวแห่งนี้

"นี่มันน่าขนลุกจริงๆ" ฟินน์กระซิบ เสียงของเขาฟังดูแหบพร่าในความเงียบงันอันไร้ที่สิ้นสุด

มีอาพยักหน้า ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง "ข้าไม่เคยสัมผัสถึงความเงียบที่หนักอึ้งขนาดนี้มาก่อนเลย"

เอลาริสเองก็รู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ความเงียบงันนี้ไม่ใช่แค่ความเงียบทางกายภาพ แต่มันเหมือนกำลังบีบคั้นจิตใจ ​ทำให้ความคิดของเธอดังชัดขึ้นในโสตประสาทของตัวเอง เธอได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเองดังระรัว และเสียงกระซิบของมาลากอร์ที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของเธอ

“เจ้าอ่อนแอ... เจ้าจะหลงทางในความเงียบงันนี้... ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้” เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ พยายามจะบั่นทอนกำลังใจของเธอ

"อย่าไปฟังมันนะเอลาริส" อเล็กซ์เอ่ยขึ้น ‍เขาวางมือบนไหล่ของเธออย่างให้กำลังใจ "ความเงียบงันนี้พยายามจะเล่นงานจิตใจของเราทุกคน"

เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลง พยายามจดจ่อกับพลังแห่งสุริยันจันทราในตัวเธอ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นของสุริยัน และความสงบเย็นของจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังทั้งสองผสานรวมกันเป็นเกราะป้องกันจิตใจของเธอจากเสียงกระซิบของมาลากอร์

พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในหุบเหว ใช้แสงจากคทาสุริยันจันทราส่องนำทาง ‌หมอกหนาทึบทำให้การมองเห็นเป็นไปได้ยาก และความเงียบงันก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

หลังจากเดินมาได้ไม่นาน พวกเขาก็พบกับทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอก ทางเข้าถ้ำนั้นมืดมิดและดูน่ากลัว ราวกับเป็นปากของอสูรที่กำลังรอคอยเหยื่อ

"นี่คงเป็นถ้ำของแม่มดแห่งหุบเหว" อเล็กซ์กล่าว

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำ ความเย็นยะเยือกก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกประหลาดมากมาย ‍และมีกลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่เข้มข้นแผ่ซ่านอยู่

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงกว้างใหญ่ใจกลาง ที่นี่มีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง และมีหญิงชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนแท่นหินนั้น ร่างกายของเธอบอบบาง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ดวงตาของเธอปิดสนิท แต่เธอก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงการมาของพวกเขา

"ในที่สุดเจ้าก็มาถึง... ​ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" หญิงชราเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแหบพร่าและแผ่วเบา แต่ก็ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "ข้ารอคอยเจ้ามานานแสนนาน"

"ท่านคือแม่มดแห่งหุบเหวใช่ไหม" เอลาริสถาม

หญิงชราพยักหน้า "ใช่... ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งคัมภีร์เงา ​และผู้เฝ้ารอคอยการมาของเจ้า" เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเป็นสีเงินเรืองรองราวกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน "เจ้าต้องการหินแห่งบรรพกาลชิ้นที่สอง และความรู้ที่จะผนึกมาลากอร์ใช่หรือไม่"

เอลาริสพยักหน้า "ใช่ ท่านแม่มด ​เราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน"

"การจะได้รับสิ่งที่เจ้าต้องการ เจ้าต้องผ่านบททดสอบแห่งความมืดมิด" แม่มดแห่งหุบเหวกล่าว "เจ้าต้องเข้าสู่ห้วงแห่งความมืดมิดภายในจิตใจของเจ้าเอง และเปิดผนึกคัมภีร์เงาที่ซ่อนอยู่ภายใน"

"คัมภีร์เงา?" อเล็กซ์ถาม

"คัมภีร์เงาคือบันทึกแห่งความลับของราชาปีศาจมาลากอร์ มันบันทึกถึงจุดกำเนิด พลังที่แท้จริง และจุดอ่อนของมัน" แม่มดแห่งหุบเหวอธิบาย "แต่คัมภีร์นี้ถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณ มีเพียงทายาทแห่งสุริยันจันทราผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถเปิดผนึกมันได้"

"ข้าจะทำได้อย่างไร" เอลาริสถาม

แม่มดแห่งหุบเหวชี้ไปที่แท่นหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถง "จงวางคทาสุริยันจันทราลงบนแท่นหินนั้น และจงหลับตาลง ปล่อยให้จิตใจของเจ้าดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิด... ที่นั่นเจ้าจะได้พบกับความกลัวและความสงสัยทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้า เจ้าต้องเอาชนะมันให้ได้ แล้วคัมภีร์เงาจะปรากฏขึ้น"

เอลาริสรู้สึกถึงความลังเลอีกครั้ง นี่เป็นบททดสอบที่อันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา มันไม่ใช่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่เป็นการต่อสู้กับจิตใจของเธอเอง

ฟินน์ อเล็กซ์ และมีอา มองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขารู้ว่านี่เป็นสิ่งที่เอลาริสต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเอง

เอลาริสตัดสินใจ เธอเดินเข้าไปที่แท่นหิน วางคทาสุริยันจันทราลงบนแท่น คทาเปล่งแสงสีเงินและสีทองอ่อนๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ ดับลง เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ และปล่อยให้จิตใจของเธอดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิด

ทันทีที่เธอหลับตาลง โลกของเธอก็พลันถูกกลืนกินโดยความมืดมิด เธอไม่เห็นอะไรเลย ไม่ได้ยินอะไรเลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันที่ไร้ที่สิ้นสุด

แล้วเสียงกระซิบของมาลากอร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันดังชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ราวกับกำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม

“เจ้าจะล้มเหลว... เหมือนที่ทุกคนเคยล้มเหลว... โลกนี้จะตกเป็นของข้า”

ภาพฝันร้ายเมื่อคืนปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภาพของโลกที่ถูกกลืนกินโดยความมืดมิด ภาพของเธอที่อ่อนแอและล้มลง และภาพของคทาสุริยันจันทราที่แตกสลาย

ความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของเอลาริส เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังอันใหญ่หลวง เธอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเหลือเกิน เธอจะไปเอาชนะมาลากอร์ได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่จิตใจของเธอยังไม่แข็งแกร่งพอ

แต่แล้ว เธอก็นึกถึงใบหน้าของสหายของเธอ ใบหน้าของฟินน์ อเล็กซ์ และมีอา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความหวัง พวกเขาเชื่อในตัวเธอ พวกเขาอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด

เธอนึกถึงคำพูดของเอลานารา “ความกล้าหาญและความรัก... คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” และคำพูดของอเล็กซ์ “เราทุกคนอยู่เคียงข้างเจ้า”

ความกลัวและความสิ้นหวังเริ่มเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ เธอไม่ใช่คนเดียว เธอมีสหายอยู่เคียงข้าง และเธอก็จะไม่มีวันยอมแพ้

“ข้าจะไม่ยอมแพ้!” เธอตะโกนในห้วงแห่งความมืดมิด เสียงของเธอดังก้องกังวาน ขับไล่เสียงกระซิบของมาลากอร์ให้เงียบหายไป

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นในความมืดมิด เป็นแสงสีเงินและสีทองที่ผสานรวมกัน แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วห้วงแห่งจิตใจของเธอ ขับไล่ความมืดมิดและความกลัวให้หายไปจนหมดสิ้น

เบื้องหน้าของเธอ คัมภีร์เล่มหนึ่งปรากฏขึ้น คัมภีร์นั้นมีปกเป็นสีดำสนิท มีรอยสลักเป็นรูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่เชื่อมโยงกันอย่างสวยงาม เมื่อเธอเอื้อมมือไปสัมผัสมัน คัมภีร์ก็เปล่งแสงสีเงินและสีทองออกมาอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังตอบรับกับพลังของเธอ

“คัมภีร์เงา... บัดนี้เจ้าได้เปิดผนึกมันแล้ว” เสียงของแม่มดแห่งหุบเหวดังขึ้นในความคิดของเธอ

เอลาริสลืมตาขึ้น เธอยังคงยืนอยู่ที่แท่นหินเบื้องหน้าแม่มดแห่งหุบเหว แต่บัดนี้ บนแท่นหินนั้น มีคัมภีร์เล่มหนึ่งวางอยู่ข้างคทาสุริยันจันทรา

"เธอทำได้แล้วเอลาริส!" อเล็กซ์อุทานด้วยความตื่นเต้น

เอลาริสหยิบคัมภีร์เงาขึ้นมาเปิดอ่าน หน้าแรกของคัมภีร์เขียนด้วยตัวอักษรโบราณที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เมื่อเธอสัมผัสกับคัมภีร์นั้น ตัวอักษรเหล่านั้นก็พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาในความคิดของเธอ ราวกับว่าคัมภีร์กำลังถ่ายทอดความรู้ให้เธอโดยตรง

คัมภีร์เงาบอกเล่าเรื่องราวของมาลากอร์ ปีศาจที่เกิดจากความมืดมิดที่เก่าแก่ที่สุด มันไม่ใช่แค่ปีศาจ แต่เป็นพลังงานแห่งความมืดมิดที่พยายามจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในโลก คัมภีร์ยังบอกถึงจุดอ่อนของมาลากอร์ ซึ่งก็คือ "หัวใจแห่งแสงสว่าง" ซึ่งเป็นแก่นแท้ของพลังแห่งสุริยันจันทรา และสถานที่ที่มันจะปรากฏขึ้นในช่วงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่

และที่สำคัญที่สุด คัมภีร์ยังบอกถึงหินแห่งบรรพกาลชิ้นสุดท้าย ที่ซ่อนอยู่ใน "ยอดเขาแห่งปัญญา" สถานที่ที่สูงที่สุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก

"หัวใจแห่งแสงสว่าง... และยอดเขาแห่งปัญญา" เอลาริสพึมพำ

"ยอดเขาแห่งปัญญา... มันคือสถานที่ที่ยากจะเข้าถึงที่สุด" อเล็กซ์กล่าว "เป็นที่พำนักของเหล่าปราชญ์ผู้โบราณ และผู้ที่เฝ้ารอคอยทายาทแห่งสุริยันจันทรา"

แม่มดแห่งหุบเหวยิ้มบางๆ "เจ้าได้ผ่านบททดสอบแล้วเอลาริส และเจ้าได้เปิดผนึกคัมภีร์แห่งเงา บัดนี้เจ้ามีความรู้ที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์แล้ว" เธอชี้ไปที่แท่นหินอีกครั้ง "และนี่คือหินแห่งบรรพกาลชิ้นที่สอง"

บนแท่นหิน มีหินสีดำสนิทเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้น หินเม็ดนั้นเย็นยะเยือกและดูดซับแสงสว่างทั้งหมดที่อยู่รอบตัวมัน เมื่อเอลาริสหยิบมันขึ้นมา หินนั้นก็พลันเรืองแสงสีดำสนิท ก่อนที่แสงนั้นจะถูกดูดซับเข้าไปในคทาสุริยันจันทรา ทำให้คทาเปล่งประกายสีดำอ่อนๆ ออกมา

"นี่คือหินแห่งบรรพกาลแห่งเงามืด... พลังแห่งความว่างเปล่าและการดูดซับ" แม่มดแห่งหุบเหวอธิบาย "จงใช้มันอย่างระมัดระวัง เพราะพลังแห่งความมืดมิดสามารถกลืนกินจิตใจของผู้ใช้ได้ หากไม่รู้จักควบคุม"

เอลาริสเก็บหินแห่งบรรพกาลสีดำไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังแห่งความมืดมิดที่แตกต่างจากพลังแห่งสุริยันและจันทราที่เธอเคยสัมผัส

"ขอบคุณท่านแม่มด" เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ

แม่มดแห่งหุบเหวพยักหน้า "จงไปเถิดทายาทแห่งสุริยันจันทรา เวลาของเจ้ามีจำกัด สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า"

พวกเขาทั้งสี่โค้งคำนับให้แม่มดแห่งหุบเหว ก่อนที่จะเดินออกจากถ้ำและหุบเหวแห่งความเงียบงันไปอีกครั้ง เอลาริสรู้สึกว่าเธอแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว ไม่ใช่แค่พลังของเธอ แต่เป็นจิตใจของเธอ เธอได้เอาชนะความกลัวและความไม่มั่นใจในตัวเองได้แล้ว

หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และบททดสอบที่รออยู่บนยอดเขาแห่งปัญญาก็จะต้องยากลำบากยิ่งกว่านี้ แต่ด้วยความรู้จากคัมภีร์เงาและหินแห่งบรรพกาลอีกสองชิ้นในมือของเธอ เอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!