คทาสุริยัน

ตอนที่ 177 — ป่าต้องห้ามและปริศนาแห่งเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,148 คำ

ป่าต้องห้ามทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่กิ่งก้านสาขาพันเกี่ยวกันจนแสงอาทิตย์ไม่อาจสาดส่องลงมาถึงพื้นดินได้ ทำให้ป่าแห่งนี้มืดมิดและลึกลับอยู่ตลอดเวลา ต้นไม้บางต้นมีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับถูกกัดกินด้วยพลังงานบางอย่างที่ชั่วร้าย เอลาริส คาเรน และไลร่าออกเดินทางเข้าสู่ป่าต้องห้ามตั้งแต่รุ่งสาง ‌อากาศในป่าเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ กลิ่นอับชื้นของดินและใบไม้เน่าเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว เสียงสัตว์ป่าร้องโหยหวนเป็นระยะๆ ยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับสถานที่แห่งนี้

"ป่าต้องห้ามแห่งนี้เต็มไปด้วยเวทมนตร์โบราณ" ไลร่ากล่าวขณะที่กางแผนที่ที่อาจารย์เซเดนให้มา "มันถูกปกป้องด้วยมนตร์คาถาที่แข็งแกร่ง และมีสิ่งมีชีวิตอันตรายอาศัยอยู่มากมาย"

คาเรนเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง ดาบในมือของเขาส่องประกายวาววับในความมืดมิด ​ฟินน์ที่ควรจะเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อเตรียมการป้องกัน ทำให้คาเรนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า เอลาริสถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาส่องประกายเรืองรองเล็กน้อย ช่วยส่องทางให้พวกเขาเห็นและขับไล่ความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัวออกไป

ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากรอบทิศทาง เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงเรียกชื่อของพวกเขา ‍แต่ก็ฟังดูเหมือนเสียงเยาะเย้ยและคุกคาม

"เสียงอะไรน่ะ?" คาเรนถามด้วยน้ำเสียงกังวล

"มันคือเสียงของ 'วิญญาณป่า' " ไลร่าตอบ "พวกมันเป็นวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในป่าแห่งนี้มานานนับพันปี พวกมันโกรธแค้นและเกลียดชังมนุษย์"

ทันใดนั้น เงาดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นจากพุ่มไม้ ‌เงาเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดน่ากลัว มีดวงตาสีแดงก่ำที่ส่องประกายชั่วร้าย พวกมันคือ 'ภูตเงามืด' สมุนของมาลากอร์ที่ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางพวกเขา

"ภูตเงามืด!" คาเรนตะโกน "เตรียมพร้อม!"

คาเรนพุ่งเข้าใส่ภูตเงามืดด้วยความกล้าหาญ ดาบของเขาสับฟันภูตเงามืดจนร่างของพวกมันสลายไปในอากาศ ‍แต่ภูตเงามืดก็ยังคงปรากฏตัวขึ้นมาอีกไม่หยุดหย่อน พวกมันมีจำนวนมากเกินกว่าที่จะรับมือไหว

ไลร่าร่ายมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟและกระแสลมเย็นยะเยือกเข้าใส่พวกมัน แต่ภูตเงามืดก็ยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

เอลาริสเห็นว่าพลังของสหายกำลังจะหมดลง เธอรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง

เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ​ก่อให้เกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าที่พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงภูตเงามืด แสงสว่างนั้นมิได้มีเพียงพลังทำลายล้าง แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการชำระล้างและความบริสุทธิ์

ทันทีที่แสงสว่างสัมผัสกับร่างของภูตเงามืด พวกมันก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของพวกมันสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในพริบตา แสงสว่างของเอลาริสพุ่งทะลุทะลวงผ่านฝูงภูตเงามืดอย่างรวดเร็ว ชำระล้างพวกมันจนหมดสิ้น

คาเรนและไลร่ามองเอลาริสด้วยความทึ่งอีกครั้ง ​พลังที่เธอแสดงออกมานั้นเหนือความคาดหมายของพวกเขา

"ยอดเยี่ยมมาก เอลาริส!" คาเรนกล่าวด้วยความชื่นชม "เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก!"

เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนล้า "ข้าแค่พยายามทำตามหน้าที่ของข้าค่ะ"

หลังจากพักเหนื่อยกันเล็กน้อย พวกเขาก็เดินทางต่อ เส้นทางที่เหลือของป่าต้องห้ามนั้นยิ่งยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกับดักโบราณที่ซ่อนอยู่ตามทาง ​ต้นไม้ที่เคลื่อนไหวได้ และสัตว์ป่าที่ดุร้ายที่ถูกครอบงำด้วยพลังมืด แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกคน และพลังของคทาสุริยันจันทรา พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ในที่สุด

เมื่อตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า พวกเขาก็มาถึงใจกลางของป่าต้องห้าม ใจกลางป่านั้นเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ มีต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบขึ้นอยู่หนาแน่น ราวกับเป็นกำแพงธรรมชาติที่ซ่อนเร้นสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางเข้าสู่ 'วิหารแห่งเงา' วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินสีดำสนิทที่กลืนหายไปในความมืดมิด ประตูทางเข้าทำจากหินสีดำขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายอันวิจิตรพิสดาร เป็นรูปดวงจันทร์ที่โอบล้อมด้วยเงา ประตูนั้นปิดสนิทและดูเหมือนจะไม่มีทางเปิดได้ง่ายๆ

"นี่สินะ วิหารแห่งเงา" เอลาริสกระซิบด้วยความทึ่ง

"มันถูกปกป้องด้วยเวทมนตร์แห่งเงาที่แข็งแกร่ง" ไลร่ากล่าว "มีเพียงผู้ที่สามารถควบคุมพลังแห่งสุริยันจันทราได้อย่างสมบูรณ์เท่านั้นที่จะสามารถเปิดประตูนี้ได้"

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ประตูหิน เธอรู้สึกถึงพลังเวทแห่งเงาที่ไหลเวียนอยู่ในประตู มันเป็นพลังเวทที่แข็งแกร่งและลึกลับ

เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าที่พุ่งตรงเข้าสู่ประตูหิน แสงสว่างนั้นมิได้มีเพียงพลังทำลายล้าง แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการชำระล้างและความบริสุทธิ์

ทันใดนั้น แสงสว่างสีทองและสีเงินก็ระเบิดออกมาจากประตู ลวดลายดวงจันทร์ที่โอบล้อมด้วยเงาบนประตูก็เริ่มเรืองแสงขึ้น แสงสว่างนั้นหมุนวนเป็นเกลียวอย่างงดงาม ก่อนที่ประตูหินจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและลึกลับอยู่เบื้องหลัง

"น่าทึ่ง!" ไลร่าอุทานด้วยความตื่นเต้น

"เจ้าทำได้อย่างไร เอลาริส?" คาเรนถาม

"ข้ารู้สึกว่าประตูนี้ต้องการพลังแห่งสมดุล พลังแห่งสุริยันและจันทราที่แท้จริง" เอลาริสตอบด้วยรอยยิ้ม

พวกเขาก้าวเข้าไปในวิหาร ภายในวิหารนั้นมืดมิดและเงียบสงบ มีเพียงแสงสว่างจากคทาสุริยันจันทราเท่านั้นที่ช่วยส่องทางให้เห็น ทางเดินทอดยาวเข้าไปในความมืดมิด มีรูปปั้นของสิ่งมีชีวิตในตำนานที่น่าสะพรึงกลัวตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง บางรูปปั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บางรูปปั้นผุพังไปตามกาลเวลา

"ดูเหมือนว่าวิหารแห่งนี้จะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว" ไลร่ากล่าว "แต่พลังเวทยังคงเข้มข้นอยู่"

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในวิหาร จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องโถงนั้นมีเพดานสูงตระหง่านและมีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆ ใจกลางห้องโถงมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นบูชามี 'หินผลึกแห่งแสง' วางอยู่ หินผลึกนั้นส่องประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์ ราวกับเป็นดวงดาวที่ตกลงมาจากฟากฟ้า

"นั่นคือหินผลึกแห่งแสง!" เอลาริสกระซิบด้วยความทึ่ง

"ในที่สุดเราก็เจอแล้ว!" คาเรนกล่าวด้วยความดีใจ

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอรู้สึกถึงพลังเวทอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากหินผลึกแห่งแสง มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลังเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้แตะต้องหินผลึก จู่ๆ แสงสีดำทะมึนก็ระเบิดออกมาจากแท่นบูชา แสงนั้นก่อตัวเป็นร่างโปร่งแสงของนักเวทโบราณผู้หนึ่ง เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทและถือไม้เท้าที่ประดับด้วยหัวกะโหลก ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงก่ำราวกับเปลวไฟ

"เจ้าผู้บุกรุก! หินผลึกแห่งแสงมิใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถครอบครองได้!" เสียงของนักเวทโบราณก้องกังวานไปทั่วห้องโถง

"เขาคือวิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงา!" ไลร่ากระซิบ "เขาถูกสร้างขึ้นโดยมาลากอร์เพื่อปกป้องหินผลึกแห่งแสง!"

"ข้าจะจัดการเอง" เอลาริสก้าวไปข้างหน้า เธอรู้สึกได้ถึงพลังเวทแห่งเงาที่แผ่ออกมาจากวิญญาณผู้พิทักษ์ มันเป็นพลังที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัว

"ข้าไม่ได้มาเพื่อทำลายล้าง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ข้าคือเอลาริส ทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ ข้ามาที่นี่เพื่อนำหินผลึกแห่งแสงไปผนึกมาลากอร์"

วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ไร้สาระ! ไม่มีใครหน้าไหนจะสามารถหยุดยั้งมาลากอร์ได้! และหินผลึกแห่งแสงนี้จะยังคงอยู่กับข้าตลอดไป!"

เขาชูไม้เท้าขึ้น พลังเวทสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว

เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้นรับ พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดโล่ป้องกันแสงสว่างที่แข็งแกร่ง โล่ป้องกันนั้นรับพลังเวทสีดำทะมึนไว้ได้อย่างสบายๆ

"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกนี้ได้!" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น

เธอพุ่งเข้าใส่วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงา คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้า พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงา

วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาสั่นสะท้าน แสงสีดำทะมึนในดวงตาของเขาเริ่มจางลง

"เจ้า... เจ้าแข็งแกร่งเกินไป..." วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงากระซิบ ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ สลายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในความมืดมิด

เอลาริสหอบหายใจเล็กน้อย เธอใช้พลังไปมากในการต่อสู้กับวิญญาณผู้พิทักษ์แห่งเงา

"เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!" คาเรนกล่าวด้วยความดีใจ

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา เธอหยิบหินผลึกแห่งแสงขึ้นมาถือในมือ หินผลึกนั้นส่องประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์ มันเต็มไปด้วยพลังเวทที่บริสุทธิ์และทรงพลัง

"ในที่สุดเราก็ได้มันมาแล้ว" เอลาริสกล่าวด้วยความรู้สึกโล่งใจ

ไลร่ามองนาฬิกาทรายเวทมนตร์ของเธอ "เรามีเวลาเหลืออีกเพียงสองวันเท่านั้น ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง"

คำพูดของไลร่าทำให้ทุกคนรู้สึกเร่งรีบอีกครั้ง พวกเขาต้องรีบกลับไปยังฐานลับของอาจารย์เซเดน เพื่อเตรียมการสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์

เมื่อแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในวิหาร เอลาริสมองไปยังหินผลึกแห่งแสงในมือของเธอ ความรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็รู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอในฐานะทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ ผู้ที่จะต้องถือครองคทาสุริยันจันทราและหยุดยั้งราชาปีศาจมาลากอร์ให้ได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!