เสียงคำรามของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วหุบเขาสูงเสียดฟ้า ยอดเขาแห่งจันทราคู่สั่นสะเทือนราวกับจะถล่มลงมาเมื่อพลังงานปีศาจสีดำของมาลากอร์ปะทะกับแสงสีทองและเงินจากคทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและต่อเนื่อง พวกเขาทุกคนต่างทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อต้านทานการโจมตีอันบ้าคลั่งของราชาปีศาจ
“เราต้องหาทางโจมตีมันให้ได้!” ฟินิกซ์ตะโกน เขาพุ่งเข้าโจมตีมาลากอร์ด้วยดาบที่เปล่งแสงสีเงิน แต่ทุกการโจมตีกลับถูกเกราะพลังงานปีศาจของมาลากอร์สะท้อนกลับไป
ลีออนยิงธนูอาบยาพิษเข้าใส่ดวงตาที่เหลืออยู่ของมาลากอร์อย่างไม่หยุดยั้ง แต่มาลากอร์ก็สามารถปัดป้องธนูเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
เซริสร่ายเวทมนตร์โบราณเพื่อสร้างกำแพงไฟและพายุหิมะ เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของมาลากอร์ และเพื่อสร้างโอกาสให้เอลาริสได้รวบรวมพลัง
เอลาริสเองก็ใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการสร้างเกราะป้องกัน และยิงลำแสงสุริยันจันทราเข้าใส่มาลากอร์อย่างต่อเนื่อง แต่มาลากอร์ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิดไว้ มันดูเหมือนจะไม่มีจุดอ่อนใดๆ
“มันแข็งแกร่งเกินไป!” ลีออนตะโกนด้วยความสิ้นหวัง “เราจะทำอะไรมันได้!”
“อย่าเพิ่งยอมแพ้!” เอลาริสกัดฟันแน่น “เราต้องหาทางโจมตีจุดอ่อนของมัน!”
บนท้องฟ้า ดวงจันทร์คู่ได้เคลื่อนเข้าใกล้กันจนทาบทับกันสนิทแล้ว แสงสีแดงก่ำของพวกมันส่องลงมายังยอดเขา สร้างบรรยากาศที่น่าขนลุกและอึมครึม สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว และพลังงานแห่งความมืดมิดของมาลากอร์ก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ
“ตอนนี้แหละที่พลังของข้าจะสมบูรณ์!” มาลากอร์คำรามด้วยความพึงพอใจ “เจ้าไม่มีทางต้านทานข้าได้อีกต่อไปแล้ว!”
พลังงานปีศาจสีดำขนาดมหึมาแผ่ออกจากมาลากอร์อย่างบ้าคลั่ง พลังนั้นรุนแรงจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผลึกคริสตัลบนยอดเขาแห่งจันทราคู่เริ่มมีรอยร้าว และแสงที่เปล่งออกมาจากมันก็ดูหรี่ลงไป
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” เซริสตะโกน “ก่อนที่พลังของมันจะกลืนกินทุกสิ่ง!”
เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมด เธอรู้สึกถึงพลังงานของสุริยันจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังงานที่เธอได้รับจากเตาหลอมดาราและผลึกคริสตัลบนยอดเขาแห่งนี้
ทันใดนั้น เสียงกระซิบของเอเธน่าก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเอลาริสอีกครั้ง
“ทายาทแห่งสุริยัน... เจ้าต้องไปยัง ‘ธรณีประตูแห่งบัลลังก์ที่สาบสูญ’ ที่นั่นคือทางเข้าสู่แก่นแท้ของโลก และเป็นที่เดียวที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์”
“ธรณีประตูแห่งบัลลังก์ที่สาบสูญ?” เอลาริสพึมพำ
“มันอยู่ที่ไหนเอเธน่า?” เธอถามในใจ
“มันถูกซ่อนไว้ในใจกลางของยอดเขาแห่งจันทราคู่ ภายใต้ผลึกคริสตัลขนาดใหญ่” เสียงเอเธน่าตอบ “ทางเข้าจะปรากฏขึ้นเมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ถึงจุดสูงสุด และพลังของคทาถูกปลุกขึ้นอย่างสมบูรณ์”
เอลาริสลืมตาขึ้น เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงจากคทาส่องสว่างเจิดจ้า และพุ่งตรงไปยังผลึกคริสตัลขนาดใหญ่
“ตามฉันมา!” เอลาริสตะโกน “ฉันรู้แล้วว่าเราต้องไปที่ไหน!”
เธอพุ่งตัวเข้าใส่ผลึกคริสตัลขนาดใหญ่ และร่ายมนตร์ “สุริยันจันทราเปิดทาง” แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทาเข้าใส่ผลึกคริสตัล ผลึกคริสตัลเริ่มสั่นสะเทือน และมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ก่อนที่มันจะแยกออก เผยให้เห็นทางเข้าสู่ถ้ำใต้ดินที่มืดมิด
“ไปกันเถอะ!” ฟินิกซ์ตะโกน พวกเขาวิ่งเข้าไปในถ้ำใต้ดินนั้น โดยมีมาลากอร์คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่เบื้องหลัง
มาลากอร์พยายามจะตามพวกเขามา แต่มันก็ถูกสกัดกั้นด้วยกำแพงแสงสุริยันจันทราที่เอลาริสสร้างขึ้น
พวกเขาเดินทางไปตามทางเดินใต้ดินที่วกวนและมืดมิด กลิ่นอับชื้นและลมเย็นยะเยือกโชยออกมาจากภายใน
“เรามาถูกทางแล้วใช่ไหมเอลาริส?” ลีออนถามด้วยความกังวล
“ฉันรู้สึกได้ถึงมัน” เอลาริสตอบ “พลังงานของสุริยันจันทรากำลังดึงดูดฉันไปที่นั่น”
พวกเขาเดินทางต่อไปอีกพักใหญ่ จนกระทั่งมาถึงทางเข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องโถงนั้นกว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่พวกเขาเคยเห็นมา มีแท่นบัลลังก์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้อง บัลลังก์นั้นทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ มีสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่อย่างสวยงาม
เหนือแท่นบัลลังก์นั้น มีดวงแก้วคริสตัลขนาดมหึมากำลังลอยอยู่ ดวงแก้วนั้นเปล่งแสงสีรุ้งออกมาอย่างสวยงาม ราวกับเป็นหัวใจของโลกใบนี้
“นี่คือธรณีประตูแห่งบัลลังก์ที่สาบสูญ” เซริสกระซิบด้วยความทึ่ง “มันคือแก่นแท้ของโลกใบนี้”
“และเป็นที่เดียวที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์” เอลาริสเสริม
ทันใดนั้น เสียงคำรามของมาลากอร์ก็ดังก้องไปทั่วห้องโถง มาลากอร์ได้ตามพวกเขามาทันแล้ว มันยืนอยู่ตรงทางเข้าห้องโถง ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานของมันจ้องมองมายังเอลาริสด้วยความเกลียดชัง
“เจ้าคิดว่าจะซ่อนตัวจากข้าได้งั้นหรือ?” มาลากอร์คำราม “เจ้าไม่มีทางหนีพ้นความมืดมิดของข้าได้หรอก!”
มันพุ่งตัวเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว พลังงานปีศาจสีดำแผ่ออกจากมันอย่างมหาศาล
“ทุกคน!” เอลาริสตะโกน “เราต้องรวมพลังกัน! เราจะใช้พลังของสุริยันจันทราเพื่อผนึกมาลากอร์!”
ฟินิกซ์ ลีออน และเซริส พยักหน้า พวกเขารวมพลังกันเพื่อสร้างกำแพงป้องกัน และโจมตีมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่วงเวลาให้เอลาริสได้รวบรวมพลัง
เอลาริสก้าวเข้าไปใกล้ดวงแก้วคริสตัลขนาดมหึมา เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ หลับตาลง และเชื่อมโยงจิตใจของเธอกับพลังงานของดวงแก้วคริสตัล เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสพลังงานอันมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอรู้สึกว่าเธอได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับดวงแก้วคริสตัลและคทาสุริยันจันทราอย่างสมบูรณ์
บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาแห่งจันทราคู่ ดวงจันทร์คู่ที่ทาบทับกันอยู่เริ่มเปล่งแสงสีทองและสีเงินออกมาอย่างเจิดจ้า แสงนั้นส่องทะลุลงมายังห้องโถงที่มืดมิด และพุ่งตรงเข้าสู่ดวงแก้วคริสตัลขนาดมหึมา
“สุริยันจันทราผนึก!” เอลาริสร่ายมนตร์ด้วยน้ำเสียงที่กังวาน
ลำแสงสีทองและสีเงินขนาดมหึมาพุ่งออกจากคทาเข้าสู่ดวงแก้วคริสตัล ดวงแก้วคริสตัลเปล่งแสงสว่างจ้า และเริ่มดูดกลืนพลังงานปีศาจของมาลากอร์
มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันพยายามจะหลบหนี แต่ก็ไม่สามารถทำได้ พลังของสุริยันจันทรากำลังดูดกลืนมันเข้าไปในดวงแก้วคริสตัลอย่างช้าๆ
“ไม่จริง! ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าผนึกข้าได้!” มาลากอร์คำราม มันพยายามจะปลดปล่อยพลังงานปีศาจออกมา เพื่อต้านทานพลังของสุริยันจันทรา
แต่พลังของสุริยันจันทราก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่มาลากอร์จะต้านทานได้ ร่างของมาลากอร์ค่อยๆ ถูกดูดกลืนเข้าไปในดวงแก้วคริสตัลอย่างช้าๆ
เอลาริสใช้พลังทั้งหมดที่เธอมี เพื่อผนึกมาลากอร์ให้สำเร็จ เธอรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เดิมพันด้วยชะตากรรมของโลกใบนี้ เธอจะต้องทำมันให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม
“เราจะช่วยเธอเอลาริส!” ฟินิกซ์ ลีออน และเซริส ตะโกน พวกเขารวมพลังกัน และส่งพลังเวททั้งหมดที่พวกเขามีเข้าช่วยเอลาริส
ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ และพลังของคทาสุริยันจันทรา เอลาริสก็สามารถผนึกมาลากอร์เข้าไปในดวงแก้วคริสตัลได้อย่างสมบูรณ์
เสียงกรีดร้องสุดท้ายของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วห้องโถง ก่อนที่มันจะหายไปในดวงแก้วคริสตัลอย่างสมบูรณ์ ดวงแก้วคริสตัลเปล่งแสงสว่างจ้าอีกครั้ง ก่อนที่จะหรี่แสงลง และกลับคืนสู่สภาพเดิมที่เงียบสงบ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง เอลาริสทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างหมดแรง เธอรู้สึกเหมือนพลังงานทั้งหมดในร่างกายของเธอถูกใช้ไปจนหมดสิ้น
“เรา... เราทำได้แล้ว” เอลาริสกระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความยินดี
ฟินิกซ์ ลีออน และเซริส วิ่งเข้ามาหาเธอ พวกเขากอดกันด้วยความดีใจและโล่งใจ
“เราทำได้แล้วเอลาริส!” ฟินิกซ์กล่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาแห่งจันทราคู่ ดวงจันทร์คู่ที่ทาบทับกันอยู่เริ่มแยกออกจากกัน แสงสีแดงก่ำของพวกมันหายไป แทนที่ด้วยแสงสีเงินที่งดงามของดวงจันทร์ และแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นในอีกไม่ช้า
สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้สิ้นสุดลงแล้ว และความมืดมิดของมาลากอร์ก็ถูกผนึกไว้ในดวงแก้วคริสตัลอย่างสมบูรณ์
โลกใบนี้ได้รับการปกป้องแล้ว และเอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์โบราณ ผู้ถือครองคทาสุริยันจันทรา ได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ได้สำเร็จแล้ว.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก