การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาที่หอคอยแห่งปราชญ์ตั้งอยู่นั้นเป็นบททดสอบที่โหดหินยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยเจอมา สายลมบนที่สูงพัดกระหน่ำราวกับจะฉีกร่างพวกเขาให้ขาดวิ่น อากาศเบาบางจนหายใจลำบาก และความหนาวเย็นที่กัดกินกระดูกก็ทำให้ทุกก้าวเดินเป็นไปอย่างยากลำบาก เอลาริสและคณะต้องเผชิญหน้ากับพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ และเส้นทางที่เต็มไปด้วยหน้าผาที่อันตราย
แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินต่อไป คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสเปล่งประกายอ่อนๆ คอยให้ความอบอุ่นและส่องทางในความมืดมิดของพายุหิมะ เธอใช้พลังเวทเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันความเย็นให้กับตัวเองและเพื่อนพ้อง แม้จะอ่อนล้า แต่เธอก็ยังคงยืนหยัด
หลังจากผ่านพ้นพายุหิมะที่ยาวนานหลายชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่ดูเหมือนเป็นทางเข้าสู่ส่วนที่สูงที่สุดของยอดเขา เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางเดินหินแคบๆ ที่ทอดตัวอยู่ริมหน้าผาเบื้องล่างเป็นเหวลึกสุดหยั่ง อาจารย์เอลดรินหยุดนิ่งและมองไปเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด
"นี่คือ 'ทางเดินแห่งสายฟ้า' " อาจารย์เอลดรินกล่าว เสียงของท่านแหบพร่าจากความเหนื่อยล้า "มันเป็นบททดสอบสุดท้ายก่อนที่เราจะไปถึงหอคอยแห่งปราชญ์ ผู้ที่ผ่านบททดสอบนี้ไปได้เท่านั้นจึงจะคู่ควรกับการเข้าพบอาจารย์ธอร์น"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือทางเดินหินก็เริ่มมืดครึ้ม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง สายฟ้าฟาดลงมาบนยอดเขาอย่างต่อเนื่อง สร้างประกายแสงสีฟ้าสว่างจ้าที่ทำให้เส้นทางดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
"นี่แหละคือบททดสอบแห่งสายฟ้า" เซราฟิน่าพึมพำด้วยความตกใจ "เราต้องเดินผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง"
"มันอันตรายเกินไปไหมครับท่านอาจารย์?" เคเลนถาม ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง "เราไม่มีทางหลบสายฟ้าทั้งหมดได้หรอก"
"เราต้องผ่านไปให้ได้เคเลน" อาจารย์เอลดรินยืนยัน "เอลาริส เจ้าจะต้องใช้พลังของคทาเพื่อสร้าง 'เกราะแห่งสุริยันจันทรา' เกราะที่แข็งแกร่งที่สุดที่เจ้าสามารถสร้างได้ เพื่อป้องกันพวกเราจากสายฟ้า"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือบททดสอบที่สำคัญที่สุด เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี เธอจดจ่ออยู่กับสมดุลของสุริยันและจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในคทา
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ เปล่งเสียงตะโกน "สุริยันจันทราเอ๋ย จงรวมพลัง...เกราะแห่งนิรันดร์...จงบังเกิด!"
ทันใดนั้น พลังเวทสีทองและสีเงินก็พุ่งออกมาจากคทา แล้วรวมตัวกันเป็นเกราะพลังงานโปร่งแสงขนาดใหญ่ที่คลุมรอบตัวพวกเขา เกราะนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่มันยังมีความยืดหยุ่นและสามารถดูดซับพลังงานได้ สายฟ้าที่ฟาดลงมาบนเกราะพลังงานต่างถูกดูดซับและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้เลย
"ยอดเยี่ยมมากเอลาริส!" ไลร่าตะโกนด้วยความดีใจ "เกราะของเจ้าแข็งแกร่งจริงๆ!"
พวกเขาเริ่มเดินฝ่าสายฟ้าไปตามทางเดินหินที่แคบและลื่น สายฟ้ายังคงฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่เกราะพลังงานของเอลาริสก็ยังคงปกป้องพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธออย่างต่อเนื่อง เธอสามารถควบคุมเกราะพลังงานนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอ
เมื่อพวกเขาผ่านพ้นทางเดินแห่งสายฟ้ามาได้ อาจารย์เอลดรินก็พาพวกเขามาถึงบริเวณที่เป็นลานกว้าง เบื้องหน้าของพวกเขาคือหอคอยแห่งปราชญ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา หอคอยนั้นสูงเสียดฟ้า สร้างจากหินอ่อนสีขาวนวลและหินแกรนิตสีดำสนิท ประดับด้วยอักษรรูนและสัญลักษณ์เวทมนตร์โบราณที่ส่องประกายเรืองรองอย่างลึกลับ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงประตูหอคอย ก็มีเสียงน้ำไหลเชี่ยวกรากดังขึ้นจากด้านหน้า เบื้องหน้าของพวกเขาคือลำธารขนาดใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกรากราวกับแม่น้ำที่กำลังจะล้นฝั่ง น้ำในลำธารเป็นสีเงินใสราวกับคริสตัล และมันก็เปล่งประกายเวทมนตร์อย่างเห็นได้ชัด
"นี่คือ 'ลำธารแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์' " อาจารย์เอลดรินกล่าว "และนี่คือบททดสอบสุดท้าย นั่นคือบททดสอบแห่งวารี"
ทันใดนั้น จากลำธารศักดิ์สิทธิ์ ก็มีร่างโปร่งแสงของสิ่งมีชีวิตคล้ายนางเงือก แต่มีปีกใสราวแมลงปอ ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันคือ "นางวารี" สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ที่เฝ้าระวังลำธารแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ นางวารีมีดวงตาสีฟ้าใสราวผิวน้ำ และมีเสียงขับขานที่ไพเราะราวกับบทเพลงแห่งสรวงสวรรค์
"ผู้ใดที่คิดจะผ่านลำธารแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ จะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของจิตใจและความมุ่งมั่นของตน" นางวารีตนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังอำนาจ "หากจิตใจไม่บริสุทธิ์พอ จะถูกลำธารศักดิ์สิทธิ์กลืนกินไปตลอดกาล"
เอลาริสรู้สึกถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และสงบนิ่งจากนางวารีและลำธารศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ได้น่ากลัว แต่มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกทดสอบจากธรรมชาติ
"เอลาริส เจ้าจะต้องเดินข้ามลำธารนี้ไป" อาจารย์เอลดรินกล่าว "และเจ้าจะต้องใช้พลังของคทาเพื่อแสดงให้พวกนางวารีเห็นถึงความบริสุทธิ์ของจิตใจและความมุ่งมั่นของเจ้า"
เอลาริสพยักหน้า เธอเดินเข้าไปใกล้ลำธารศักดิ์สิทธิ์ เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น พลังเวทสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา แผ่กระจายเป็นแสงสว่างที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ แสงนั้นไม่ได้โจมตีนางวารี แต่มันกลับโอบล้อมพวกเธอไว้ด้วยความอบอุ่นและความสงบ
เอลาริสหลับตาลง เธอจดจ่ออยู่กับความบริสุทธิ์ของจิตใจ ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลก และความรักที่เธอมีต่อเพื่อนพ้อง เธอปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นไหลเวียนออกมาจากจิตใจของเธอผ่านคทาสุริยันจันทรา
ทันใดนั้น ลำธารแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงสีเงินจากลำธารและแสงสีทองจากคทาของเอลาริสผสมผสานกันอย่างลงตัว สร้างภาพที่งดงามเกินบรรยาย นางวารีต่างพากันส่งเสียงขับขานด้วยความยินดี ดวงตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ความบริสุทธิ์ของเจ้าเจิดจ้ายิ่งนัก ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" นางวารีกล่าว "เจ้าคู่ควรกับการเข้าพบอาจารย์ธอร์น"
ลำธารศักดิ์สิทธิ์เริ่มก่อตัวเป็นสะพานน้ำแข็งโปร่งแสงที่ทอดข้ามไปยังอีกฝั่งของลำธาร สะพานนั้นเรืองแสงด้วยพลังเวทมนตร์ที่อ่อนโยน
"ไปกันเถอะ" อาจารย์เอลดรินกล่าว "เราผ่านบททดสอบแล้ว"
พวกเขาก้าวเท้าขึ้นไปบนสะพานน้ำแข็งโปร่งแสงอย่างระมัดระวัง สะพานนั้นแข็งแรงและมั่นคง ราวกับถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาและความบริสุทธิ์ใจ เมื่อพวกเขาเดินข้ามลำธารไปได้ นางวารีต่างก็โบกมือลาด้วยรอยยิ้ม แล้วสะพานน้ำแข็งก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูทางเข้าของหอคอยแห่งปราชญ์ ประตูนั้นทำจากไม้โบราณที่สลักลวดลายอย่างวิจิตรบรรจง และมีสัญลักษณ์สุริยันจันทราอยู่ตรงกลาง
เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ เธอได้ผ่านบททดสอบทั้งหมดมาได้แล้ว และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับบทเรียนและการฝึกฝนที่รอคอยอยู่ภายในหอคอยแห่งปราชญ์
อาจารย์เอลดรินเดินเข้าไปใกล้ประตู แล้ววางมือลงบนสัญลักษณ์สุริยันจันทราที่กลางประตู ทันใดนั้น ประตูก็เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นโถงทางเข้าที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์
"ยินดีต้อนรับสู่หอคอยแห่งปราชญ์ เอลาริส" อาจารย์เอลดรินกล่าว "ชีวิตของเจ้ากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล"
เอลาริสก้าวเท้าเข้าไปในหอคอยแห่งปราชญ์ ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้ดีว่าการเดินทางของเธอกำลังจะเข้าสู่บทใหม่ที่สำคัญที่สุด เธอจะได้พบกับอาจารย์ธอร์น ผู้พิทักษ์โบราณ และเธอจะได้เรียนรู้ความลับของคทาสุริยันจันทราอย่างแท้จริง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์
แสงสว่างจากภายในหอคอยส่องกระทบใบหน้าของเอลาริส ทำให้เธอเปล่งประกายราวกับดวงตะวันที่กำลังจะผลิบาน

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก