คทาสุริยัน

ตอนที่ 239 — การรวมตัวของเหล่าผู้พิทักษ์และแผนการสุดท้าย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 753 คำ

เมื่อมังกรแสงลูซิอัสพาเอลาริสกลับลงมายังพื้นโลก พวกเขากลับมายังวิหารใต้พิภพในทะเลทรายแห่งประกายดาว ที่ซึ่งอาจารย์เอเธล ชายชราผู้พิทักษ์วิหาร เซริอุส ลีลาวดี และเมอร์ลินกำลังรอคอยอยู่ การปรากฏตัวของเอลาริสพร้อมกับมังกรแสงผู้ยิ่งใหญ่สร้างความตกตะลึงและยินดีให้แก่ทุกคน

“เอลาริส! ‌เจ้ากลับมาแล้ว!” เซริอุสอุทานด้วยความโล่งอก เขารีบก้าวเข้ามาหาเธอ

“เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ เอลาริส” อาจารย์เอเธลกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “และเจ้าได้ปลุกจิตวิญญาณแห่งมังกรแสงให้ตื่นขึ้นด้วย!”

ลีลาวดีกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เธอพยายามจะปีนขึ้นไปบนตัวของมังกรแสง แต่ลูซิอัสก็เพียงแค่ส่งเสียงคำรามเบาๆ ​เพื่อปรามเธอ

เมอร์ลินมองไปยังมังกรแสงด้วยความทึ่ง “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นมังกรแสงตัวเป็นๆ”

ชายชราผู้พิทักษ์วิหารยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าทำได้แล้วเอลาริส เจ้าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจ้าคู่ควรกับคทาสุริยันจันทราและจิตวิญญาณของลูซิอัส”

เอลาริสลงจากหลังมังกรแสง เธอรู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยมในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเรืองแสงจางๆ อย่างสงบนิ่ง

“ข้าพร้อมแล้วค่ะท่านอาจารย์” เอลาริสกล่าว ‍“ข้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์แล้ว”

อาจารย์เอเธลพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “แต่ก่อนอื่น เราต้องวางแผนการสุดท้าย การต่อสู้กับมาลากอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย และเวลาของเราก็เหลือน้อยลงทุกที”

เมอร์ลินหยิบแผนที่เก่าแก่แผ่นใหญ่ออกมากางบนพื้น มันเป็นแผนที่ที่แสดงถึงอาณาจักรต่างๆ และจุดที่มีพลังเวทมหาศาล

“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะเกิดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า” เมอร์ลินกล่าว ‌“และเมื่อสุริยคราสสมบูรณ์ พลังของมาลากอร์ก็จะแข็งแกร่งถึงขีดสุด มันจะสามารถทำลายผนึกโบราณที่กักขังมันไว้ และปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร”

“เราต้องไปที่ไหนคะ” เอลาริสถาม

“ตามคำทำนายและบันทึกโบราณ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายจะต้องเกิดขึ้นที่ ‘วิหารแห่งแสงและเงา’!” อาจารย์เอเธลชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่ ‍เป็นสถานที่ที่อยู่สูงเสียดฟ้า ปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดเวลา

“วิหารแห่งแสงและเงาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของเจ้า” ชายชราผู้พิทักษ์อธิบาย “มันเป็นจุดที่พลังแห่งแสงสว่างและเงามืดมาบรรจบกันอย่างสมดุล และเป็นสถานที่เดียวที่สามารถใช้พลังของคทาสุริยันจันทราเพื่อผนึกมาลากอร์ได้อย่างถาวร”

“แต่การเดินทางไปยังวิหารแห่งแสงและเงานั้นอันตรายมาก” เซริอุสกล่าว “มันอยู่สูงเสียดฟ้า และมีสิ่งมีชีวิตจากโลกปีศาจคอยปกป้องอยู่”

“ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง” ​เสียงของลูซิอัสดังก้องในห้วงความคิดของทุกคน “ข้าจะพาพวกเจ้าไปเอง”

ทุกคนต่างมองมังกรแสงด้วยความโล่งอกและเชื่อมั่น การมีมังกรแสงเป็นพาหนะและสหายร่วมรบย่อมทำให้การเดินทางและโอกาสในการเผชิญหน้ากับมาลากอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

“เอาล่ะ” อาจารย์เอเธลกล่าว “เมื่อเราไปถึงวิหารแห่งแสงและเงา เราต้องวางแผนการต่อสู้ที่รัดกุม”

เมอร์ลินกางแผนผังของวิหารแห่งแสงและเงาออกมา “ตามโครงสร้างของวิหาร มีจุดศูนย์กลางแห่งพลังอยู่หลายจุด ​หากเราสามารถยึดและเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางเหล่านั้นได้ พลังเวทของวิหารก็จะกลับมาสมบูรณ์ และจะช่วยเสริมพลังของคทาสุริยันจันทราในการผนึกมาลากอร์”

“แต่มาลากอร์คงไม่ยอมให้เราทำอย่างนั้นง่ายๆ” เอลาริสกล่าว “มันจะต้องส่งกองทัพปีศาจมาขัดขวาง”

“ถูกต้อง” อาจารย์เอเธลพยักหน้า “นี่คือแผนของเรา”

อาจารย์เอเธลเริ่มอธิบายแผนการอย่างละเอียด:

  1. ​เอลาริสและลูซิอัส: จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเผชิญหน้ากับมาลากอร์โดยตรงที่ใจกลางวิหาร และใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อผนึกมัน
  2. เซริอุส: จะนำทีมส่วนหนึ่งในการบุกยึดและเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลังเวทที่สำคัญที่สุดสามจุดของวิหาร เขาจะใช้ทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญเพื่อจัดการกับกองทัพปีศาจ
  3. เมอร์ลิน: จะเป็นผู้รับผิดชอบในการถอดรหัสและเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลังเวทที่ซับซ้อนที่สุด เขาจะใช้ความรู้ด้านเวทมนตร์โบราณและปัญญาของเขาเพื่อทำภารกิจนี้
  4. ลีลาวดี: จะเป็นผู้สนับสนุน เธอจะใช้เวทมนตร์แห่งพงไพรเพื่อสร้างกับดัก พรางตัว และรักษาบาดแผลให้แก่เพื่อนร่วมทีม นอกจากนี้ เธอยังสามารถใช้เสียงเพลงเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายได้อีกด้วย
  5. อาจารย์เอเธลและชายชราผู้พิทักษ์วิหาร: จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและผู้สนับสนุนพลังเวทจากระยะไกล พวกเขาจะใช้พลังเวทของตนเองเพื่อเสริมพลังให้เอลาริสและเพื่อนๆ และคอยปกป้องวิหารแห่งแสงและเงาจากภายนอก

“แผนการนี้มีความเสี่ยงสูง” อาจารย์เอเธลกล่าว “แต่เป็นแผนเดียวที่เรามีโอกาสจะเอาชนะมาลากอร์ได้”

“ข้าพร้อมแล้วค่ะ” เอลาริสกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าจะไม่ยอมให้มาลากอร์ทำลายโลกใบนี้ได้เด็ดขาด”

ทุกคนต่างพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น พวกเขาได้เตรียมตัวมานานแสนนาน และบัดนี้ถึงเวลาที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาแล้ว

“เราจะออกเดินทางในคืนนี้” อาจารย์เอเธลกล่าว “เราต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด”

ตลอดทั้งวันนั้น พวกเขาใช้เวลาในการเตรียมตัว ตรวจสอบอาวุธ เวทมนตร์ และสัมภาระต่างๆ เอลาริสใช้เวลาพูดคุยกับลูซิอัส เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้คทาสุริยันจันทราในสถานการณ์จริง และวิธีการเชื่อมโยงพลังของเธอกับพลังของมังกรแสงได้อย่างสมบูรณ์

เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าด้านนอกวิหารมืดครึ้มกว่าปกติ เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่น และเสียงคำรามจากโลกภายนอกดังแว่วเข้ามาเป็นระยะๆ ราวกับมาลากอร์กำลังรอคอยการมาถึงของพวกเขา

ในยามค่ำคืน เมื่อดวงจันทร์สองดวงปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า ดวงหนึ่งถูกบดบังด้วยเงา อีกดวงหนึ่งส่องประกายสีแดงเลือด คณะเดินทางทั้งหมดก็พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง

“ขอแสงสว่างแห่งสุริยันจันทราจงคุ้มครองพวกเจ้า” ชายชราผู้พิทักษ์วิหารกล่าวอวยพร

เอลาริสขึ้นไปบนหลังของมังกรแสง ลูซิอัสแผ่ปีกกว้าง แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เซริอุส ลีลาวดี และเมอร์ลิน ต่างก็ขึ้นไปบนหลังของมังกรแสงด้วยกัน

อาจารย์เอเธลและชายชราผู้พิทักษ์วิหารยืนมองคณะเดินทางที่ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความหวังและกังวลใจ

การเดินทางไปยังวิหารแห่งแสงและเงาเริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นการเดินทางสู่การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย ระหว่างแสงสว่างและความมืดมิด ระหว่างความหวังและความสิ้นหวัง ชะตากรรมของทุกอาณาจักรกำลังแขวนอยู่บนบ่าของเด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่งและสหายผู้กล้าหาญของเธอ.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!