การเดินทางกลับจากป่าต้องห้ามเป็นไปอย่างเร่งรีบ เอลาริส คาเรน และไลร่าเร่งฝีเท้าตลอดเส้นทาง หินผลึกแห่งแสงในมือของเอลาริสส่องประกายเจิดจ้า ชี้ทางในความมืดมิดและขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่พยายามเข้ามาขัดขวาง แต่ถึงแม้จะรวดเร็วเพียงใด ความรู้สึกถึงภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามาก็ยังคงเกาะกุมจิตใจของพวกเขาไว้แน่น
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงฐานลับของอาจารย์เซเดน ภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนตกตะลึง ฐานลับที่เคยสงบเงียบ บัดนี้กลับถูกทำลายยับเยิน ต้นไม้หักโค่น กำแพงพังทลาย และมีร่องรอยของการต่อสู้ที่ดุเดือดอยู่ทุกหนแห่ง
"อาจารย์เซเดน!" เอลาริสตะโกนด้วยความตกใจ
"ฟินน์!" คาเรนเสริม
พวกเขารีบวิ่งเข้าไปในฐานลับ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าอาจารย์และฟินน์จะเป็นอะไรไป
เมื่อพวกเขาเข้าไปถึงใจกลางฐานลับ ก็พบกับภาพที่ทำให้ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย อาจารย์เซเดนและฟินน์กำลังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง รอบๆ ตัวพวกเขาเต็มไปด้วยร่างของ 'อสูรเงา' และ 'ภูตเงามืด' ที่ถูกทำลายจนสลายไปในอากาศ
อาจารย์เซเดนมีใบหน้าที่ซีดเซียว ร่างกายของเขามีบาดแผลเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขากลับยังคงส่องประกายแห่งความมุ่งมั่น ฟินน์เองก็มีบาดแผลจากการต่อสู้ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ธนูในมือของเขายังคงพร้อมที่จะยิงออกไปได้ทุกเมื่อ
"พวกเจ้ากลับมาแล้ว!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก เมื่อเห็นเอลาริสถือหินผลึกแห่งแสงในมือ
"อาจารย์เป็นอะไรไปคะ?" เอลาริสถามด้วยความเป็นห่วง
"มาลากอร์ส่งสมุนของเขามาโจมตี" อาจารย์เซเดนตอบ "พวกมันมีจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะรับมือไหว"
"แต่เราก็จัดการพวกมันได้เกือบหมดแล้ว" ฟินน์เสริม "พวกมันไม่มีทางที่จะผ่านเราไปได้"
"เราได้หินผลึกแห่งแสงมาแล้วค่ะอาจารย์" เอลาริสกล่าวพลางชูหินผลึกแห่งแสงขึ้น "เราสามารถใช้มันผนึกมาลากอร์ได้แล้ว"
อาจารย์เซเดนพยักหน้า "ดีมาก เอลาริส แต่เรายังต้องเตรียมการอีกเล็กน้อย การผนึกมาลากอร์นั้นมิใช่เรื่องง่าย เราจะต้องสร้างแท่นบูชาพิเศษขึ้นมา และจะต้องใช้พลังเวทของพวกเราทุกคนในการผนึกเขา"
"เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่คะอาจารย์?" ไลร่าถาม
"อีกเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะมาถึง" อาจารย์เซเดนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เราจะต้องเร่งมือให้เร็วที่สุด"
พวกเขาเริ่มลงมือสร้างแท่นบูชาพิเศษขึ้นมาทันที แท่นบูชานั้นถูกสร้างขึ้นจากหินที่ยังหลงเหลืออยู่จากซากปรักหักพัง อาจารย์เซเดนใช้เวทมนตร์เพื่อแกะสลักลวดลายโบราณลงบนแท่นบูชา ไลร่าช่วยในการคำนวณตำแหน่งและทิศทางของดวงดาว เพื่อให้แท่นบูชาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการผนึกมาลากอร์ คาเรนและฟินน์ช่วยในการยกหินและเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนเอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราเพื่อชำระล้างพลังงานชั่วร้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในฐานลับ และเตรียมพลังเวทของเธอให้พร้อมสำหรับการผนึกมาลากอร์
ขณะที่พวกเขากำลังทำงานอย่างเร่งรีบ จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามก้องฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง แสงสีดำทะมึนพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศทาง มันคือ 'กองทัพแห่งความมืด' สมุนของมาลากอร์ที่ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางพวกเขา
"พวกมันกลับมาแล้ว!" คาเรนตะโกน "เตรียมพร้อม!"
กองทัพแห่งความมืดมีจำนวนมากมายมหาศาล พวกมันมีทั้งอสูรเงา ภูตเงามืด และสิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดน่ากลัวอีกมากมาย พวกมันพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง
อาจารย์เซเดนยกไม้เท้าขึ้น ร่ายเวทมนตร์ป้องกัน กระแสลมเย็นยะเยือกพุ่งออกจากมือของเขา สร้างกำแพงพลังเวทที่แข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของกองทัพแห่งความมืด
ฟินน์ยิงธนูจากคันศรอย่างรวดเร็ว ลูกธนูพุ่งเข้าปักที่ร่างของอสูรเงาและภูตเงามืด ทำให้พวกมันสลายไปในอากาศ
ไลร่าร่ายมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟและกระแสลมเย็นยะเยือกเข้าใส่พวกมัน ทำให้พวกมันล้มตายไปมากมาย
คาเรนชักดาบออกมารับมือกับกองทัพแห่งความมืด ดาบของเขาสับฟันพวกมันจนร่างของพวกมันสลายไปในอากาศ เขาต่อสู้อย่างกล้าหาญ ปกป้องอาจารย์เซเดนและไลร่าไว้
เอลาริสยืนอยู่เบื้องหลังแท่นบูชา เธอหลับตาลง รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่กองทัพแห่งความมืด แสงสว่างนั้นมิได้มีเพียงพลังทำลายล้าง แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งการชำระล้างและความบริสุทธิ์
ทันทีที่ลำแสงสัมผัสกับร่างของกองทัพแห่งความมืด พวกมันก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างของพวกมันสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในพริบตา ลำแสงของเอลาริสพุ่งทะลุทะลวงผ่านกองทัพแห่งความมืดอย่างรวดเร็ว ชำระล้างพวกมันจนหมดสิ้น
แต่กองทัพแห่งความมืดก็ยังคงปรากฏตัวขึ้นมาอีกไม่หยุดหย่อน พวกมันมีจำนวนมากเกินกว่าที่ใครจะรับมือไหว
"เราต้องถอยแล้ว!" อาจารย์เซเดนตะโกน "เราต้องพาเอลาริสไปที่แท่นบูชาให้ได้!"
คาเรน ฟินน์ และไลร่าพยายามปกป้องเอลาริสไว้ พวกเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง เพื่อเปิดทางให้เอลาริสไปที่แท่นบูชาได้
เอลาริสวิ่งไปที่แท่นบูชา เธอวางหินผลึกแห่งแสงลงบนแท่นบูชา หินผลึกนั้นส่องประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์
อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์มารวมตัวกันรอบๆ แท่นบูชา พวกเขาวางมือลงบนแท่นบูชา และร่ายเวทมนตร์ร่วมกัน พลังเวทของพวกเขารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
แสงสว่างนั้นพุ่งเข้าใส่กองทัพแห่งความมืด ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและสลายไปในอากาศ แต่แสงสว่างนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ เมื่อพลังของพวกเขากำลังจะหมดลง
"เราต้องรีบแล้ว!" อาจารย์เซเดนตะโกน "สุริยคราสกำลังจะมาถึง!"
เอลาริสหลับตาลง รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ลำแสงนั้นพุ่งตรงไปยังดวงจันทร์ทั้งสองที่กำลังจะโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์
ทันใดนั้น ดวงจันทร์ทั้งสองก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม แสงอาทิตย์เริ่มจางหายไป ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว
"มาลากอร์กำลังจะถูกปลดปล่อย!" อาจารย์เซเดนตะโกน
เอลาริสรู้สึกได้ถึงพลังมืดมิดที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากมิติแห่งความมืดมิด มันเป็นพลังที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัว เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น ลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันพุ่งตรงไปยังมิติแห่งความมืดมิดที่กำลังจะเปิดออก
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งก็ดังขึ้นมาจากมิติแห่งความมืดมิด มาลากอร์กำลังจะกลับมาแล้ว
"ไม่มีใครหน้าไหนจะสามารถหยุดยั้งข้าได้!" มาลากอร์คำราม "โลกแห่งแสงสว่างจะต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้า!"
เอลาริสหลับตาลงอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ และเธอจะต้องเป็นผู้ที่หยุดยั้งเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เมื่อสุริยคราสแห่งจันทร์คู่มาถึงอย่างสมบูรณ์ ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกอาณาจักร ประตูแห่งมิติของมาลากอร์ก็เปิดออก ร่างอันน่าสะพรึงกลัวของมาลากอร์ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงก่ำด้วยความชั่วร้ายและโทสะ
เอลาริสยืนหยัดอย่างสง่างาม ถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังที่จะส่องนำทางพวกเขาไปสู่ชัยชนะ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน
อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์ ยืนอยู่เคียงข้างเอลาริส พร้อมที่จะร่วมต่อสู้กับราชาปีศาจ พวกเขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและยากลำบากที่สุดในชีวิต แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก