คทาสุริยัน

ตอนที่ 211 — ปริศนาแห่งจันทร์คู่และคำท้าทายของมาลากอร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,153 คำ

การเดินทางออกจากวิหารแห่งแสงสุดท้ายเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น หลังจากได้รับศิลาแห่งแสงนิรันดร์มาไว้ในครอบครอง เอลาริสและสหายก็สัมผัสได้ถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาทุกที และพลังงานมืดมิดของมาลากอร์ก็แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาจักรอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ศิลาแห่งแสงนิรันดร์เปล่งแสงสีทองอ่อนๆ อยู่ในมือของเอลาริส มันไม่ได้ผสานรวมเข้ากับคทาสุริยันจันทราเหมือนศิลาหัวใจแห่งเอเธล แต่กลับเป็นเหมือนแหล่งพลังงานแยกต่างหากที่เอลาริสต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมและใช้ควบคู่ไปกับคทา

“ลีออน ‌เจ้าพอจะบอกได้ไหมว่าเราต้องทำอะไรกับศิลาแห่งแสงนิรันดร์นี้” เอลาริสถามขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านป่าที่เริ่มหดหู่และมืดมิด

ลีออนกางตำราโบราณที่เก็บมาได้จากหอสมุดแห่งเงาจันทรา “ตามตำราโบราณ ศิลาแห่งแสงนิรันดร์คือขั้วตรงข้ามของพลังงานมาลากอร์ มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น ‘กุญแจสุดท้าย’ ในการผนึกมัน แต่การใช้มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยพลังออกมาตรงๆ” ​เขาชี้ไปที่ภาพวาดในตำรา “มันต้องใช้ควบคู่กับ ‘พิธีกรรมแห่งจันทร์คู่’ ซึ่งเป็นพิธีโบราณที่ต้องทำ ณ ใจกลางของ ‘แท่นบูชาแห่งสุริยันจันทรา’ ในช่วงสุริยคราสแห่งจันทร์คู่พอดี”

“แท่นบูชาแห่งสุริยันจันทราอยู่ที่ไหน” ‍คาเอลถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ลีออนเปิดแผนที่ที่ได้มาจากหอสมุด “แท่นบูชานั้นตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดในอาณาจักร ที่เราเรียกว่า ‘ยอดเขาแห่งการผนึก’ มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยเวทมนตร์ชั้นสูง”

“แล้วพิธีกรรมแห่งจันทร์คู่ล่ะ มันคืออะไร” ฟาเอลถาม

“ตำรากล่าวว่ามันคือการรวบรวมพลังงานของสุริยันและจันทราให้สมดุลและบริสุทธิ์ที่สุด ก่อนที่จะปลดปล่อยพลังของศิลาแห่งแสงนิรันดร์เพื่อสร้าง ‌‘ผนึกแห่งนิรันดร์’ ที่จะตรึงมาลากอร์ไว้ในมิติของความมืดมิดตลอดไป” ลีออนตอบ “แต่การทำพิธีนั้นต้องใช้พลังเวทมนตร์มหาศาล และต้องใช้จิตใจที่บริสุทธิ์และมั่นคงอย่างที่สุด”

เอลาริสรู้สึกถึงความหนักอึ้งของภาระหน้าที่ เธอต้องเป็นผู้ทำพิธีนั้นด้วยตัวเอง และเธอต้องไม่ล้มเหลว

ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นั้น ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามสดใสก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ‍บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด ราวกับยามค่ำคืนมาเยือนกลางวัน

“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว!” ลีออนอุทานด้วยความตกใจ “มันมาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก!”

เอลาริสเงยหน้ามองท้องฟ้า เธอเห็นดวงจันทร์สีเงินสองดวงกำลังเคลื่อนตัวเข้าบดบังดวงอาทิตย์อย่างช้าๆ สร้างปรากฏการณ์ที่งดงามแต่ก็แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของมาลากอร์ก็ดังก้องไปทั่วทั้งอาณาจักร ไม่ใช่แค่ในหัวของเอลาริสอีกต่อไป ​แต่มันดังก้องไปในอากาศ ราวกับว่ามาลากอร์กำลังประกาศชัยชนะของมัน

“ในที่สุด… เวลาที่ข้ารอคอยก็มาถึงแล้ว!” เสียงของมาลากอร์ดังกึกก้องไปทั่ว “โลกนี้จะตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้า… และไม่มีผู้ใดจะหยุดยั้งข้าได้!”

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ต้นไม้ใหญ่ล้มครืนลงมา ปีศาจนับพันตัวปรากฏกายขึ้นมาจากเงามืด ​พุ่งเข้าโจมตีผู้คนและสร้างความวุ่นวายไปทั่วทุกหัวระแหง

เอลาริสและสหายถูกรายล้อมไปด้วยปีศาจจำนวนมาก พวกมันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาเป็นไฟสีแดงฉาน และมีกรงเล็บแหลมคม

“เราต้องไปถึงยอดเขาแห่งการผนึกให้ได้!” เอลาริสตะโกน เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและเงินพุ่งออกมาจากคทา เผาผลาญปีศาจที่เข้ามาใกล้ให้มลายหายไป

คาเอลชักดาบออกมารับการโจมตีจากปีศาจ ​เขาสับฟันปีศาจอย่างไม่ลดละ ฟาเอลยิงธนูได้อย่างแม่นยำ ปักเข้าที่จุดอ่อนของปีศาจ ลีออนใช้เวทมนตร์ป้องกันและโจมตีสลับกันไป

แต่จำนวนของปีศาจนั้นมีมากเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว พวกเขาถูกผลักดันให้ถอยร่นไปเรื่อยๆ

“เราไปไม่ถึงยอดเขาแห่งการผนึกแน่นอน ถ้ายังสู้แบบนี้!” คาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หอบเหนื่อย

เอลาริสรู้ว่าเขาพูดถูก เธอต้องทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป

เธอหลับตาลง พยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังของคทาสุริยันจันทราและศิลาแห่งแสงนิรันดร์ เธอรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังงานแห่งสุริยันและจันทรา พลังงานแห่งแสงสว่าง และพลังงานแห่งการปกป้อง

เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงที่เจิดจ้ากว่าที่เคย เธอชูคทาและศิลาขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานสีทองและเงินจากคทา ผสานรวมกับแสงสีทองอร่ามจากศิลาแห่งแสงนิรันดร์ ก่อตัวเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ลำแสงนั้นทะลวงผ่านเมฆดำทะมึนที่ปกคลุมท้องฟ้า แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมายังผืนป่าที่มืดมิด ขับไล่ความมืดมิดและปีศาจให้ถอยร่นออกไป

“จงถอยไป!” เอลาริสตวาดเสียงก้อง พลังของเธอแผ่กระจายออกไปเป็นคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ ผลักดันปีศาจที่อยู่รอบตัวให้กระเด็นออกไป

ปีศาจเหล่านั้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะสลายหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า

เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่เธอก็สามารถเปิดทางหนีให้กับสหายของเธอได้

“รีบไปกันเถอะ!” เอลาริสกล่าว เธอพุ่งตัวไปข้างหน้า มุ่งหน้าสู่ยอดเขาแห่งการผนึก สหายของเธอรีบตามมาติดๆ

พวกเขาต้องวิ่งฝ่ากองทัพปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นมาไม่หยุดหย่อน เอลาริสใช้พลังของคทาและศิลาแห่งแสงนิรันดร์ในการเปิดทางและปกป้องสหายของเธอ

ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางของสุริยคราสแห่งจันทร์คู่มากเท่าไหร่ พลังงานมืดมิดของมาลากอร์ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม มีแสงสีแดงฉานของดวงจันทร์เลือดที่สองปรากฏขึ้น เคียงคู่กับดวงจันทร์สีเงินแรกและดวงอาทิตย์ที่ถูกบดบัง

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงเชิงยอดเขาแห่งการผนึก ยอดเขานั้นสูงเสียดฟ้า ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง มีแท่นบูชาขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา เปล่งแสงสีทองและเงินสลัวๆ

แต่ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นไปถึงยอดเขา เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของมาลากอร์ก็ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากเบื้องหน้าของพวกเขา

บาลาธอร์ แม่ทัพปีศาจที่เคยรอดชีวิตจากการทำลายหอสมุดแห่งเงาจันทรา ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง มันยืนขวางทางขึ้นสู่ยอดเขา ร่างกายของมันมีบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อน แต่ดวงตาของมันยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

“เจ้าคิดว่าจะไปถึงยอดเขาแห่งการผนึกได้ง่ายๆ หรือ… ผู้สืบทอดที่โง่เขลา” บาลาธอร์กล่าว “ข้าจะหยุดยั้งพวกเจ้าไว้ที่นี่!”

“ถอยไปซะ บาลาธอร์” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า”

“เจ้าจะไม่มีทางผ่านข้าไปได้!” บาลาธอร์คำราม มันพุ่งเข้าโจมตีเอลาริสอย่างรวดเร็ว

เอลาริสรู้ว่าเธอไม่สามารถเสียเวลาต่อสู้กับบาลาธอร์ได้นาน เธอต้องไปทำพิธีกรรมแห่งจันทร์คู่ให้ทันเวลา

เธอชูคทาสุริยันจันทราและศิลาแห่งแสงนิรันดร์ขึ้นพร้อมกัน พลังงานสีทองและเงินที่หมุนวนผสมผสานกันอย่างงดงาม พลังงานแห่งแสงสว่างและพลังงานแห่งความสมดุล

เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังงานของธาตุทั้งมวลรอบตัวเธอ พลังงานของลม พลังงานของน้ำแข็ง พลังงานของดิน และพลังงานของสายฟ้า

เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงที่เจิดจ้ากว่าที่เคย เธอร่ายเวทมนตร์อันทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยร่ายมา

“จงสลายไปในพลังแห่งสุริยันจันทราและแสงนิรันดร์!” เอลาริสตวาดเสียงก้อง เธอปล่อยคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ที่รวมเอาพลังของธาตุทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน พุ่งตรงเข้าใส่บาลาธอร์

คลื่นพลังงานนั้นรุนแรงเกินกว่าที่บาลาธอร์จะต้านทานได้ มันถูกคลื่นพลังงานซัดกระเด็นไปไกล ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ ก่อนที่จะมลายหายไปในอากาศอย่างสมบูรณ์

เอลาริสหายใจหอบ เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่เธอก็สามารถเอาชนะบาลาธอร์ได้ในที่สุด

“เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!” ฟาเอลอุทานด้วยความดีใจ

“เจ้าแข็งแกร่งมาก” คาเอลกล่าวด้วยความชื่นชม

“เราต้องรีบขึ้นไปบนยอดเขา!” ลีออนกล่าว “สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสมบูรณ์แล้ว!”

เอลาริสพยักหน้า เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวขึ้นสู่ยอดเขาแห่งการผนึก สหายของเธอรีบตามมาติดๆ

เมื่อมาถึงยอดเขา พวกเขาก็พบกับแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวนวล ใจกลางของแท่นบูชามีสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลักอยู่ แสงสีทองและเงินเรืองรองออกมาจากสัญลักษณ์เหล่านั้น

ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ดวงจันทร์สีเงินสองดวงเคลื่อนตัวเข้าบดบังดวงอาทิตย์จนสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นวงแหวนแห่งแสงสว่างที่งดงามและน่าสะพรึงกลัว

พลังงานมืดมิดของมาลากอร์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรุนแรง ราวกับจะฉีกทำลายมิติให้ขาดสะบั้น

“เราไม่มีเวลาแล้ว เอลาริส!” ลีออนตะโกน “เจ้าต้องทำพิธีกรรมแห่งจันทร์คู่เดี๋ยวนี้!”

เอลาริสเดินขึ้นไปบนแท่นบูชา เธอชูคทาสุริยันจันทราและศิลาแห่งแสงนิรันดร์ขึ้นพร้อมกัน พลังงานจากทั้งสองสิ่งหลอมรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้ากว่าที่เคย

เธอหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานของสุริยันและจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังงานแห่งแสงสว่างและความมืดมิด พลังงานแห่งชีวิตและความตาย พลังงานแห่งความสมดุลที่แท้จริง

เธอรวบรวมจิตใจทั้งหมดที่มี ทำพิธีกรรมแห่งจันทร์คู่ที่ราชินีเอเธลได้บันทึกไว้ในตำราโบราณ

เสียงกระซิบของมาลากอร์ดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าคิดจะหยุดยั้งข้าด้วยพิธีกรรมโง่ๆ นั่นหรือ… เจ้าสายเกินไปแล้ว… ความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง!”

แต่เอลาริสไม่สนใจเสียงของมาลากอร์ เธอจดจ่ออยู่กับการทำพิธีกรรม เธอต้องไม่ล้มเหลว เธอต้องปกป้องโลกใบนี้ไว้ให้ได้

แสงสว่างอันเจิดจ้าจากคทาและศิลาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปะทะเข้ากับพลังงานมืดมิดของมาลากอร์ เกิดการปะทะกันครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาณาจักร

นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างแสงสว่างและความมืดมิด ระหว่างความหวังและความสิ้นหวัง และชะตากรรมของทุกอาณาจักรก็อยู่ในมือของเอลาริสแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!